ทีมชาติไทยทำได้ตามเป้าคว้าแชมป์ ซูซูกิ คัพ ด้วยการเฉือนชนะอินโดนีเซีย รวม 2 นัด 3-2 ทำสถิติได้แชมป์มากที่สุดเป็นสมัยที่ 5
ถึงไม่ชนะรวดทุกนัด แต่ดูฟอร์มและมาตรฐานเทียบกับทีมอื่นแล้ว เรายังเหนือชั้นสุดในอาเซียน เหนือกว่าแบบมองเห็นความแตกต่างชัดเจน อินโดนีเซียกับเมียนมาร์ อาจจะเด่นตรงความฟิต ใจสู้ แต่ระดับฝีเท้าก็ยังห่างทีมไทยอยู่พอสมควร
บางคนอาจมองว่าได้แชมป์อาเซียนมันเรื่องจิ๊บๆ แต่ผมว่า ภาพรวมคราวนี้ เราเล่นประทับใจ แถมมีอะไรใหม่ๆ มาเซอร์ไพรส์หลายอย่าง
ในส่วนของนักเตะ “ปีโป้” สิโรจน์ ฉัตรทอง แจ้งเกิดเต็มตัว ชาริล ชัปปุยส์ ก็เรียกฟอร์มเดิมกลับมาได้
เรื่องแทคติค, “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ลองหลายแผน เจ๋งสุดคือให้ทีมเล่นระบบ 3-4-3 ที่กำลังอินเทรนด์อยู่ในตอนนี้ พิสูจน์ให้เห็นว่า ทีมไทยก็เล่นบอลสมัยใหม่เป็น แถมยังเล่นดีซะด้วย
เราใช้แทคติคนี้ได้เพราะวิงแบ๊ก 2 ข้าง ธีราทร กับ ทริสตอง โด สามารถดันขึ้นไปเปิดเกมรุกเก่งทั้งคู่ โดยเฉพาะคนแรกจ่ายบอลแม่นไม่แพ้ “เมสซี่เจ” ชนาธิป เลยด้วยซ้ำ
ในเมื่อทีมประสบความสำเร็จ แล้วเล่นก็ดีได้ใจ เรื่องอะไรจะไปเปลี่ยนโค้ชให้โง่?
ซิโก้ ไม่เพอร์เฟ็กต์ ไม่ใช่ เป๊บ กวาร์ดิโอล่า ไม่ใช่ เจอร์เก้น คล็อปป์ แต่ฝีมือก็เป็นที่ยอมรับในระดับเอเชีย และเหมาะสมกับทีมไทยยุคนี้มากที่สุด
โก้สร้างทีมมากับมือ เอานักเตะอยู่ ประสานคนเก่ง ที่สำคัญคือ เป็นโค้ชหัวสมัยใหม่ เปิดกว้างรับอะไรใหม่ๆ ทำให้พัฒนาไปด้วยกันอย่างต่อเนื่องทั้งโค้ช ทั้งทีม
เปิดโอกาสให้เขาทำงานระยะยาว อย่างน้อยดูกันไปอีก 4-5 ปี ถึงฟุตบอลโลก 2022 เมื่อไหร่ค่อยมาว่ากัน

