หน้าแรก กีฬา กีฬาในประเทศ ระเบิดศึกลูกห...

ระเบิดศึกลูกหนังขาสั้น ช้าง จูเนียร์ คัพ 2023 เฟ้นแชมป์+ยอดแข้ง ลัดฟ้าสู่แดนผู้ดี

5.06.23 | 18:12 น.

ระเบิดศึกลูกหนังขาสั้น ช้าง จูเนียร์ คัพ 2023 เฟ้นแชมป์+ยอดแข้ง ลัดฟ้าสู่แดนผู้ดี

น.ส.ชลันดา ชอบจิตร ผู้อำนวยการกองบริหารงานและประเมินผลกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) พร้อมด้วย นายธนศักดิ์ สุระประเสริฐ อุปนายกฝ่ายสื่อสารองค์กร สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, นายโรจนสิทธิ์ มีนิจสิน รองผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง, ภัฏปพนธ์ ปวริศร์สุรีกุล ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท บูทรูม จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องแต่งกายกีฬาและไลฟ์สไตล์แบรนด์อาริเกียร์, ยูโด ซูคาดะ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการขายในประเทศ บริษัท มอลเทน (ไทยแลนด์) จำกัด และตัวแทนทั้ง 16 ทีม เข้าร่วมงานแถลงข่าวและพิธีจับสลากการแข่งขันฟุตบอลรุ่นอายุไม่เกิน 13 ปีที่ยิ่งใหญ่สุดในประเทศไทย รายการ “ช้าง จูเนียร์ คัพ 2023” รอบชิงแชมป์ประเทศไทย ณ ห้องบอลรูม สโมสรราชพฤกษ์ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2566

นายโรจนสิทธิ์ มีนิจสิน กล่าวว่า การแข่งขัน ฟุตบอลเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี รายการ “ช้าง จูเนียร์ คัพ 2023” เป็นการสร้างเวที และเพิ่มโอกาสให้น้องๆ เยาวชนทั่วประเทศได้ทดสอบฝีเท้ากัน และพัฒนาศักยภาพให้มากขึ้น และเตรียมความพร้อมก่อนที่จะก้าวไปสู่วงการลูกหนังอาชีพ และทีมชาติไทยต่อไปในอนาคต โดยได้กลับมาจัดการแข่งขันอีกครั้งหลังว่างเว้นไป 3 ปี เนื่องจากโควิด-19 และปัจจัยด้านความปลอดภัยต่างๆ ซึ่งในปีนี้นับเป็นปีที่ 8 ที่เราได้จัดการแข่งขันขึ้น

ในรอบคัดเลือก แบ่งการแข่งขันออกเป็น 6 ภูมิภาคทั่วประเทศ มีทีมสมัครเข้าร่วมการแข่งขันรวมกว่า 300 ทีม ซึ่งในตอนนี้ได้สุดยอดทีมเยาวชนตัวแทนทุกภาคทั่วประเทศจำนวน 7 ทีม ประกอบด้วย ทีมแข้งเทพ จูเนียร์ แชมป์ภาคตะวันตก, ทีมการท่าเรือ เอฟซี แชมป์ภาคตะวันออก, ทีมพิชญบัณฑิต แชมป์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ทีมโรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญาในพระอุปถัมภ์ แชมป์ภาคใต้, ทีมโรงเรียนวชิราลัย แชมป์ภาคเหนือ, ทีมโรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร และโรงเรียนปทุมคงคา แชมป์และรองแชมป์ กรุงเทพฯและปริมณฑล

ซึ่งทั้ง 7 ทีม จะเข้าแข่งขันกับทีมเยาวชนจากสโมสรแถวหน้าของประเทศไทย ที่เป็นทีมวาง จำนวน 9 ทีม คือ ชลบุรี เอฟซี ดีกรีแชมป์ 2 สมัย,โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี แชมป์เก่า ดีกรีแชมป์ 4 สมัย , บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รองแชมป์ปี 2019, ราชบุรี เอฟซี รองแชมป์ปี 2017, โปลิศ เทโร เอฟซี, พีที ประจวบ เอฟซี, ลำพูน วอริเออร์, สุพรรณบุรี เอฟซี, และทหารบก เอฟซี ทำการแข่งขันแบบแบ่งกลุ่ม 4 กลุ่ม เพื่อหาทีมที่มีคะแนนที่ดีที่สุดอันดับ 1 และ 2 ของกลุ่มเข้าแข่งขันในรอบ 8 ทีมสุดท้ายในระบบน็อคเอ้าท์ จนถึงรอบชิงชนะเลิศ”

Advertisement

ผลการจับสลากแบ่งกลุ่มการแข่งขัน
กลุ่ม A ได้แก่ โรงเรียนปทุมคงคา, โรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญาในพระอุปถัมภ์, ทหารบก เอฟซี และโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี
กลุ่ม B ได้แก่ ชลบุรี เอฟซี, พีที ประจวบ เอฟซี, แข้งเทพ จูเนียร์ และโรงเรียนวชิราลัย
กลุ่ม C ได้แก่ โปลิศ เทโร เอฟซี, โรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร, ราชบุรี เอฟซี และลำพูน วอริเออร์
กลุ่ม D ได้แก่ การท่าเรือ เอฟซี, สุพรรณบุรี เอฟซี, พิชญบัณฑิต และบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

นายโรจนสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา มีน้องๆ เยาวชนเข้าร่วมโครงการกว่า 20,000 ชีวิต และได้พัฒนาทักษะฝีเท้า จนก้าวไปสู่การเป็นนักเตะสโมสรทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ รวมถึงการติดทีมชาติไทย ไม่ว่าจะเป็น “ต้า” ทรงชัย ทองฉ่ำ แชมป์ ปี 2013 สโมสรชลบุรี เอฟซี ซึ่งปัจจุบันได้เป็นกำลังหลักของทีม, “ไม้” อชิตพล คีรีรมย์ จากทีม KC-15 ชุดแชมป์ปี 2014 สโมสรปัจจุบัน เอาส์บวร์ก 2 ประเทศเยอรมัน, ทอมมี่ สตีเวนส์ จากทีม KC-15 แชมป์ ช้าง จูเนียร์ คัพ 2014 ที่โลดแล่นในลีกต่างประเทศ รวมถึงนักเตะดาวรุ่งอย่าง “แบงค์” ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา จากสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งคว้ารางวัลกองหน้ายอดเยี่ยมของ ในปี 2015 และล่าสุดได้เตรียมบินลัดฟ้าไปค้าแข้งที่ต่างประเทศ และยังมีน้องๆ อีกมากมายที่ได้โลดแล่นอยู่ในวงการฟุตบอลไทยทั้งในสโมสรอาชีพและรับใช้ทีมชาติไทย

นอกจากนี้ทาง “ช้าง” ยังมีรางวัลพิเศษสำหรับนักเตะฝีเท้าดีที่ผ่านการคัดเลือกจากหัวหน้าผู้ฝึกสอนเยาวชนทีมชาติไทยถึง 6 รางวัลด้วยกัน ได้แก่ กองหน้ายอดเยี่ยม, กองกลางยอดเยี่ยม, กองหลังยอดเยี่ยม, ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม, รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม หรือ Most Valuable Player (MVP) และรางวัลนักเตะผู้มีพรสวรรค์ หรือ “Most Talented Player” ที่จะได้สิทธิ์เดินทางสู่ประเทศอังกฤษพร้อมกับทีมแชมป์ Chang Junior Cup 2023 และรางวัลพิเศษอีก 1 รางวัล คือ “Sportsmanship Award” สำหรับทีมที่มีความเป็นน้ำใจนักกีฬาตลอดทัวร์นาเมนต์อีกด้วย

สำหรับ “ช้าง จูเนียร์ คัพ 2023” รอบชิงแชมป์ประเทศไทย จะแข่งขันระหว่างวันที่ 6-9 มิถุนายน 2566 ที่สนามไทยเบฟ ฟุตบอล อคาเดมี ส่วนรอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ จะแข่งขันในระหว่างวันที่ 17-18 มิถุนายน 2566 ที่สนามบุณยะจินดา เพื่อหาทีมแชมป์เพียงหนึ่งเดียว ที่จะคว้าสิทธิ์บินตรงสู่เมืองผู้ดี เปิดประสบการณ์ลูกหนังอันล้ำค่าที่เงินหาซื้อไม่ได้ ยังแหล่งต้นกำเนิดเป็นระยะเวลากว่า 10 วัน พร้อมกับติวเข้มกับสโมสรชั้นนำของประเทศอังกฤษ เข้าชมการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษกันแบบติดขอบสนามพร้อมลงแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรกับอคาเดมีของเกาะอังกฤษในเดือนกันยายนนี้

ส่วนทีมรองชนะเลิศได้รับทุนการศึกษา 50,000 บาท ขณะที่อันดับ 3 รับทุนการศึกษา 30,000 บาท และอันดับ 4 รับทุนการศึกษา 20,000 บาท ติดตามข่าวสาร ผลการแข่งขัน และรับชมการถ่ายทอดสด “Chang Junior Cup 2023” ได้ทางFacebook : ThaiBev ThaiTalent