เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2559 ที่ห้องกษัตริย์ศึก 2 โรงแรมเดอะทวิน ทาวเวอร์ นายนเร เหล่าวิชยา อธิบดีกรมพลศึกษา เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมชี้แจงร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมมาตรฐานผู้ฝึกสอนกีฬาและผู้ตัดสินกีฬา พ.ศ. …. โดยมีผู้บิหารกรมพลศึกษา ผู้แทนสมาคมกีฬาต่างๆ 77 สมาคม และผู้ทรงคุณวุฒิด้านวงการกีฬาไทย ร่วมประชุม
สถาบันพัฒนาบุคลากรการพลศึกษาและการกีฬา กรมพลศึกษา จัดการประชุมชี้แจงร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมมาตรฐานผู้ฝึกสอนกีฬาและผู้ตัดสินกีฬา พ.ศ. …. เพื่อชี้แจงต่อนายกสมาคมกีฬาและผู้บริหารสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ให้ทราบถึงแนวทางการดำเนินงานของกรมพลศึกษา สถาบันการพลศึกษา การกีฬาแห่งประเทศไทย รวมทั้งบทบาทหน้าที่ของสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งหลังจากที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ประกาศบังคับใช้ โดยได้เชิญ นายสุรพล ทิพย์เสนา ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายการศึกษาขั้นพื้นฐานและการกีฬา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นวิทยากร บรรยายเกี่ยวกับภาพรวมของการการขับเคลื่อนปฏิรูปกีฬา ความเป็นมาของการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมมาตรฐานผู้ฝึกสอนกีฬาและผู้ตัดสินกีฬา พ.ศ. …. หลักการสำคัญและเจตนารมณ์ของร่างกฎหมาย โครงสร้างและเนื้อหาของกฎหมาย และขั้นตอนต่อไปของกระบวนการพิจารณากฎหมาย
สำหรับการประชุมครั้งนี้ ผู้แทนสมาคมกีฬาทั้ง 77 ชนิด เห็นตรงกันว่า การจัดทำพระราชบัญญัติส่งเสริมมาตรฐานผู้ฝึกสอนกีฬา และผู้ตัดสินกีฬา พ.ศ. …. จะเป็นกฎหมายที่คุ้มครองดูแลผู้ฝึกสอนและผู้ตัดสินกีฬา โดยการจัดทำพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นการสร้างมาตรฐานผู้ฝึกสอนและผู้ตัดสินไทยให้สูงขึ้น
ทั้งนี้ เมื่อพระราชบัญญัติส่งเสริมมาตรฐานผู้ฝึกสอนกีฬา และผู้ตัดสินกีฬา พ.ศ. …. ประกาศบังคับใช้สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย จะเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทและหน้าที่สำคัญ ในการเป็นคณะกรรมการส่งเสริมมาตรฐานผู้ฝึกสอนกีฬาและผู้ตัดสินกีฬา ตามมาตรา 7 (4) ผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “ แห่งประเทศไทย” ตามกฎหมายว่าด้วยการกีฬาแห่งประเทศไทย และดำเนินกิจกรรมในชนิดกีฬา ตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา 5 ซึ่งมาจากการเลือกกันเองของสมาคมกีฬานั้น จำนวน 2 คน เป็นกรรมการ และบทบาทในการเข้าร่วมเป็นอนุกรรมการกำหนดมาตรฐานและหลักสูตรในแต่ละชนิดกีฬา
นายนเร เหล่าวิชยา อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวว่า “กรมพลศึกษากำหนดการประชุมชี้แจงร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมมาตรฐานผู้ฝึกสอนกีฬาและ ผู้ตัดสินกีฬา พ.ศ. …. เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนให้การกีฬาของประเทศไทย โดยส่งเสริมและพัฒนาผู้ฝึกสอนกีฬาและผู้ตัดสินกีฬา ให้มีมาตรฐานตั้งแต่กีฬาขั้นพื้นฐาน กีฬามวลชนกีฬา กีฬาเพื่อความเป็นเลิศ จนถึงกีฬาเพื่ออาชีพ ตลอดจนได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ซึ่งกรมพลศึกษาขอความร่วมมือให้สมาคมกีฬาต่างๆให้แจ้งชนิดกีฬาที่คิดว่าจะทำกับพระราชบัญญัติ หลักสูตรในการอบรมและการทดสอบสำหรับผู้ฝึกสอนและผู้ตัดสิน รวมถึงการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพกลางสำหรับผู้ฝึกสอนและผู้ตัดสิน โดยขอให้แจ้งมาที่สถาบันพัฒนาบุคลากรการพลศึกษาและการกีฬา กรมพลศึกษา เพื่อรวบรวมและนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการต่อไป”

