สภากรรมการสวน ‘บิ๊กอ๊อด’ ไม่ให้ออก ป้องกันไทยโดน ‘ฟีฟ่า’ แบน
“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประธานในการประชุมสภากรรมการ ครั้งที่ 4/2566 ณ ที่ทำการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม โดยมีวาระสำคัญเรื่องอนาคตของนายกสมาคมที่ตั้งใจลาออกหลังจากโดน “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ กดดันในที่ประชุม
หลังจากการประชุม พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน โฆษกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นตัวแทนแถลงหลังการประชุม โดยเปิดเผยว่า เรื่องที่ พล.ต.อ.สมยศมีเจตนาลาออกตามคำสั่ง พล.อ.ประวิตร ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ที่จะทำให้ฟุตบอลไทยโดนแบน และส่งผลกระทบต่อประเทศไทยที่กำลังจะเป็นเจ้าภาพฟีฟ่าครองเกรสในเดือนพฤษภาคมปีหน้า รวมถึงฟุตบอลไทยจะไม่สามารถแข่งขันได้เลยในรายการระดับนานาชาติ
“ดังนั้น สภากรรมการจึงมีมติเป็นเอกฉันท์สวนความต้องการของนายกไม่ให้ลาออก เพราะถ้าลาออกจะส่งความเสียหายใหญ่ ต่อให้นายกจะอ้างว่าไม่ได้ทำตามคำสั่งแล้ว แต่ตอนนี้ข่าวมันออกมาชัดเจนจากที่ประชุมคณะกรรมการโอลิมปิคฯ คำพูดมันคืออาวุธ แทรกแซงไม่แทรกแซงก็ไปฟังดู แต่พอพูดปุ๊บนายกลาออกปั๊บ มันแปลว่าเป็นเหตุเช่นนั้นหรือไม่ ซึ่งทางสภากรรมการจึงยับยั้งไม่ให้ลาออก ให้ไปหมดตามวาระเดิมคือ 11 กุมภาพันธ์นี้”

พล.ต.ท.อำนวยกล่าวว่า ตอนนี้เหมือนทางฟีฟ่ากำลังรอดูเชิงอยู่ ในเมื่อการลาออกไม่สำเร็จ การแทรกแซงยังไม่ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้านายกลาออกแล้วฟีฟ่าจึงจะมาทันที แต่เชื่อว่าเมื่อความผิดไม่สำเร็จ ฟีฟ่าก็จะไม่ลงโทษประเทศไทย
โฆษกสมาคมกล่าวอีกว่า “นายกก็ยังอ๊องแอ๊งอยู่เลย จนนายยุทธนาต้องเป็นผู้นำปลุกใจในที่ประชุม ก็พอมีไฟขึ้นมาบ้าง แต่ไม่รู้จะได้นานแค่ไหน” ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะถามว่า พล.ต.อ.สมยศมีความรู้สึกท้อบ้างไหม พล.ต.ท.อำนวยสวนกลับว่า “ถามกลับว่าถ้าเป็นคุณท้อแท้ไหมล่ะ แต่ท่านเป็นตำรวจเก่าก็มีความอดทนอยู่แล้ว ฝึกมาด้วยกันไม่เคยออกจากแถวเลย ส่วนสภากรรมการก็จะพยายามดันให้ครบวาระให้ได้”
จากนั้นมีการถามว่าจะป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองแทรกแซงอย่างไรได้บ้าง พล.ต.ท.อำนวยกล่าวว่า ต้องไปบอกฝ่ายการเมืองอย่ามาแทรกแซงสิ ไม่ใช่ให้สมาคมป้องกัน ผู้มีอำนาจ กระทรวง หรือ กกท. ต้องรู้ว่าเราเป็นสมาชิกฟีฟ่า มีหน่วยงานกลางดูแลตามสากล ไม่ใช่ว่าเป็นการเมืองใหญ่แล้วจะมาบังคับบัญชาสมาคมนั้นนี้ได้
“เรื่องนี้เกิดก็ดี รัฐบาลต่อไปจะได้รู้ว่าสมาคมไม่ได้อยู่ภายใต้ท่านเท่านั้น เรายังมีสหพันธ์ที่ดูแลอีก เราต้องทำตามสหพันธ์เช่นกัน เราเป็นสมาชิกฟีฟ่าก็ต้องทำภายใต้กฎเขา ต้องเข้าใจกฎของฟีฟ่าด้วย” โฆษกลูกหนังไทยกล่าว
ส่วนผลงานซีเกมส์นั้น พล.ต.ท.อำนวยกล่าวว่า ก็เข้าชิงแล้วไง เราเข้าชิงโดยไม่แพ้ใคร แค่รอบชิงชนะเลิศเองขนาดเวียดนามไม่เข้าชิงยังไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย นี่ พล.อ.ประวิตรกดดันตั้งแต่ก่อนไป ไม่ได้แชมป์ต้องลาออก กลับมานี่ก็ยังมาพูดอีก ซึ่งคนผิดผมก็ลงโทษไปหมดแล้ว ขนาดอินโดนีเซียที่ผิดเหมือนกันยังไม่ลงโทษเลย ก็สมควรกับความผิดแล้ว หรือจะต้องให้ถึงขั้นประหารชีวิตเลย แค่นี้ก็หมดอาชีพเป็นปีแล้ว


