‘ส.บอล’ ยืนยันส่งหนังสือชี้แจงโทษนักบอลแล้ว ชี้ ‘เอเอฟซี’ เตรียมลงดาบซ้ำอีก
ควันหลงหลังจากงานแจกรางวัลให้กับนักกีฬาไทยในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 และ อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 12 ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา ปรากฎว่าทีมฟุตบอลชาย ที่คว้าเหรียญเงินมาได้ เป็นทีมเดียวที่ยังไม่ได้รับเงินรางวัล ซึ่งตามหลักเหรียญเงิน นักกีฬา 20 คน จะได้คนละ 1.5 แสนบาท, ผู้ฝึกสอนรับร้อยละ 10, สมาคมกีฬา ได้ร้อยละ 30 จากจำนวนเงินที่นักกีฬาได้รับ รวมแล้วกว่า 4 ล้านบาท
โดย “บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. ชี้แจงว่า เหตุที่ไม่ให้เงินทีมฟุตบอลชาย เพราะเรื่องทะเลาะวิวาทในรอบชิงชนะเลิศ กับอินโดนีเซีย ทำเสื่อมเสียชื่อเสียง ส่งหนังสือให้ สมาคมกีฬาฟุตบอลไทย ชี้แจงแล้ว แต่ยังไม่ได้ชี้แจงมา รอหนังสือตอบกลับ เพื่อพิจารณาจ่ายเงินให้ทีม ยอมรับว่า คนที่ก่อเรื่อง อาจไม่ได้เงิน
ผู้สื่อข่าวสอบถาม “เลขาโจ” นายพาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้คำตอบว่า กกท. มีหนังสือถึง สมาคมฯ ลงวันที่ 28 มิถุนายน แต่หนังสือมาถึงสมาคมฯ วันศุกร์ที่ 30 มิถุนายน ระบุว่า ให้พิจารณาเพิ่มโทษนักกีฬา เจ้าหน้าที่ที่ก่อเหตุ หนังสือระบุให้ตอบกลับภายในวันเสาร์ที่ 1 กรกฎาคม
นายพาทิศ กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสมาคมฯ ได้รับหนังสือวันศุกร์ ติดช่วงเสาร์-อาทิตย์ กว่าจะเรียกประชุมต้องใช้เวลาอีกสัปดาห์ ก่อนที่จะมีหนังสือตอบกลับไปยัง กกท. วันจันทร์ที่ 3 กรกฎาคม ยืนยันว่า คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ของสมาคมฯ ได้พิจารณาลงโทษไปแล้ว ตามที่ได้ทำหนังสือตอบกลับไปยัง กกท. ก่อนหน้านี้ ส่วนการลงโทษมากกว่านี้ ต้องรอดู สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย(เอเอฟซี) จะมีบทลงโทษมาเพิ่มเติม ที่คิดว่ามีแน่ๆ
เลขาโจ กล่าวต่อไปว่า ยอมรับว่า สมาคมฯ ไม่ได้คาดคิดว่า ทีมฟุตบอลชาย จะถูกชะลอการจ่ายเงินอัดฉีด ซึ่งที่แจ้งมาก็ไม่ได้อ้างถึงระเบียบข้อใด ที่ชะลอการจ่าย ตอนนี้สมาคมฯ ชี้แจงไปหมดแล้ว รอทาง กกท. พิจารณา
สำหรับโทษที่ คณะกรรมการวินัยฯ ลงโทษผู้ก่อนเรื่องทีมฟุตบอลชายไทย คือ นายประสบโชค โชคเหมาะ ผู้ฝึกสอนผู้รักษาประตู, นายมายีด หมัดอะด้ำ เจ้าหน้าที่ทีม, นายภัทราวุธ วงษ์ศรีเผือก เจ้าหน้าที่ทีม ห้ามยุ่งเกี่ยวทีมชาติ 1 ปี ส่วน 2 นักเตะ ที่เกี่ยวข้อง สภณวิชญ์ รักญาติ และ ธีรภักดิ์ เปรื่องนา แบนจากทีมชาติคนละ 6 เดือน

