‘ชบาแก้ว U19’ หอบแชมป์อาเซียน กลับถึงไทย ‘บิ๊กอ๊อด’ อัดฉีด 1 ล้าน สร้างขวัญกำลังใจ
“ชบาแก้ว U19” ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ชุดแชมป์อาเซียน ครั้งล่าสุดเดินทางกลับถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม หลังจากทำผลงานคว้าแชมป์อาเซียนมาครองได้สำเร็จ และถือเป็นสมัยที่ 2 จากการจัดทั้งหมด 3 ครั้ง ด้วยการเอาชนะ เวียดนาม ในรอบชิงชนะเลิศไป 2-1 ที่ประเทศอินโดนีเซีย
หลังเดินทางถึง “บิ๊กหยิม” นายยุทธนา หยิมการุณ อุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ฝ่ายจัดการแข่งขัน เปิดเผยว่า ในนามตัวแทนของท่านนายกสมาคมฯ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ตัวแทนของผู้หลักผู้ใหญ่ของสมาคม พร้อมทั้งท่านเลขาฯ ก็เดินทางมาต้อนรับ และแสดงความยินดีกับน้องๆ นักกีฬา และทีมงานสต๊าฟโค้ชทุกคน ที่สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์อาเซียนรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ที่ประเทศอินโดนีเซีย มาครองได้สำเร็จ และสร้างชื่อเสียงให้วงการฟุตบอลไทย
“อย่างที่ท่านนายกเคยบอกไว้ เมื่อน้องๆ นักกีฬาไม่ว่าชุดไหน ทำผลงานดีสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ จะมีรางวัลมอบให้ วันนี้ท่านนายกฝากมาบอกกับน้องๆ นักกีฬาทุกคนว่า มีรางวัลเพื่อสร้างขวัญกับลังใจให้กับน้องๆ จำนวน 1 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมกับรางวัลจากผมและบริษัท ห้างร้านต่างๆ ที่จะมอบให้กับทีมฟุตบอลหญิง U19 ด้วย”
บิ๊กหยิมกล่าวอีกว่า ทางสมาคมมีแผนการรองรับในการสร้างฟุตบอลลีกหญิงให้ได้รับการยอมรับมากขึ้น เพื่อเป็นการวางระบบที่ดีให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น และบูมขึ้น การได้แชมป์ครั้งนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญ ทีมชุดใหญ่ของเราเคยไปฟุตบอลโลกมาแล้ว แต่ชาติต่างๆ อาจจะไม่ได้มากเหมือนในปัจจุบัน หลายประเทศก็เริ่มก่อตั้งลีกหญิงขึ้นมา ซึ่งสมาคมก็ต้องดำเนินการและพัฒนาให้ดีขึ้นไป
“ในเบื้องต้นก็ต้องพัฒนาฟุตบอลลีก เพราะการจะได้นักเตะไปเล่นทีมชาติ ก็ต้องมีตัวเลือกให้มากขึ้น อย่างตอนนี้ลีก ดิวิชั่น 1 ก็มี 10 ทีม ดิวิชั่น 2 มี 8 ทีม เราอาจจะต้องปรับโปรแกรมให้สอดคล้อง และสร้างมูลค่าเพิ่ม อย่างการถ่ายทอดสด และงบประมาณสนับสนุนลงไป ผมคิดว่าควรจะมีการสร้างเยาวชนเพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อเนื่อง นี่คือเป้าหมายของสมาคม”
นายยุทธยากล่าวเพิ่มเติมว่า ขอแสดงความยินดีกับน้องๆ และทีมงานสต๊าฟโค้ชอีกครั้ง ขอให้ทุกคนมุ่งมั่นฝึกซ้อม พยายามยกระดับฝีเท้าต่อไป และขอให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ทั้งในการรับใช้สโมสรต้นสังกัด และการเล่นให้กับทีมชาติไทย”
ด้าน สาวิน จรัสเพชรานันท์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย U19 กล่าวว่า อยู่กับเด็กชุดนี้มานานแล้ว น้องๆ ชุดนี้ ไม่ใช่แค่ 23 คนที่ได้ไปที่อินโดนีเซีย แต่เรามีนักเตะในขุมกำลังมากถึง 40 คน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราคุยกันในทีมเสมอว่าต้องแข่งขันกัน ก่อนจะไปแข่งขันรายการต่างๆ เราต้องแข่งขันกันในทีมก่อน ทุกคนเป็นเด็กที่มีความมุ่งมั่นมาก ถือเป็นอนาคตของทีมชาติไทยรุ่นต่อไป สำหรับผม คิดว่าผมมีทีมที่ดีสำหรับการแข่งขัน และสามารถต่อยอดไปถึงรุ่นหน้าได้”
“แผนในอนาคตก็อาจจะต้องปรึกษากับสมาคม แต่ว่าในเบื้องต้นก็อยากให้ดูแลนักกีฬากลุ่มนี้ ทั้งคนที่เต็มรุ่นแล้ว ที่เตรียมจะขึ้นชุดใหญ่ และอีกกว่าครึ่งทีม ที่ยังเล่นในครั้งหน้าได้อีก นี่คืออนาคตของประเทศ และยังมีอีกหลายคนที่ไม่ได้ไป รวมถึงรุ่น U17 ที่จะขึ้นมา ผมเชื่อว่ารุ่นต่อไปจะมีจำนวนที่เยอะ และเป็นเรื่องที่ดี เพราะผมอยากให้มีการแข่งขันมากขึ้นภายในทีม”
โค้ชสาวินกล่าวในตอนท้ายว่า การปรับปรุงทีม มองเรื่องความละเอียด คือเกมของเราก่อนหน้านี้ เราเล่นกันเร็วมาก แต่ทัวร์นาเมนต์เราปรับความเร็วให้ลดลงมา ก่อนหน้านี้เราเล่นกันเร็ว พอเราปรับลงมาก็มีจังหวะที่ดีขึ้น สิ่งเหล่านี้ก็คือสิ่งสำคัญ ในระดับอาเซียน เรารู้ว่าหลายทีมมาเจอเราก็พยายามเล่นเกมรับ ถ้าเราคุมเกมได้เหมือนรายการนี้ หลายทีมก็ต้องเล่นแบบรับแล้วรอโต้กลับ เด็กเราก็ต้องพัฒนาเทคนิค เพื่อไม่ให้เสียบอล หรือเปิดโอกาสให้คู่แข่ง ที่ผ่านมาก็ยังมีจังหวะที่เขาตัดได้ และเราก็โดนโต้กลับ ถ้าเราละเอียดกว่านี้ พัฒนาตรงนี้ได้ เก็บรายละเอียด เชื่อว่าจะทำให้ทีมพัฒนาขึ้นไปอีก

