กลายเป็นประเด็นที่ลากยาวกันมาตั้งแต่ต้นฤดูกาล เมื่อนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกคนใหม่อย่าง ปอล ป๊อกบา เล่นไม่คุ้มค่าตัว 89 ล้านปอนด์ (4,005 ล้านบาท / อัตรา 1 ปอนด์ 45 บาท) ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จ่ายให้ ยูเวนตุส
ส่งผลให้จอมทัพทีมชาติฝรั่งเศส รายนี้ ถูก “เดลี่ เมล” สื่อประเทศอังกฤษ นำไปเปรียบเทียบกับ 10 นักเตะ ซึ่งเล่นเกินเงินค่าจ้างในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ทันที (หมายเหตุ-สถิติทั้งหมดเกิดก่อนวันบ็อกซิ่งเดย์ 26 ธันวาคม)
10.เจฟฟ์ เฮนดริค (เบิร์นลีย์)
เบิร์นลีย์ยอมทุบคลังซื้อ เจฟฟ์ เฮนดริค มาจากดาร์บี้ เคาน์ตี้ ด้วยสถิติสโมสร 10.5 ล้านปอนด์ (472 ล้านบาท) ก่อนกองกลางทีมชาติไอร์แลนด์ 29 นัด วัย 24 ปี จะตอบแทนทีมน้องใหม่พรีเมียร์ลีกกลับไปด้วย 2 ประตูที่ทำให้ทีมของ ฌอน ไดช์ เก็บชัยเหนือวัตฟอร์ด และบอร์นมัธ

9.วิคเตอร์ วานยาม่า (สเปอร์ส)
เมื่อไหร่ที่ เอริค ดายเออร์ ต้องถอยจากกองกลางไปเสริมความแน่น 4 แผงหลัง วิคเตอร์ วานยาม่า พิสูจน์ให้เห็นว่าเขามีค่ากับแดนกลางสเปอร์สขนาดไหน ไม่อย่างนั้น เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ คงไม่ซื้อนักเตะทีมชาติเคนยา วัย 25 ปี มาจากกลาสโกว์ เซลติค สมัยเป็นนายใหญ่ให้เซาแธมป์ตัน และลากมาร่วมงานกันอีกครั้งที่ไวท์ฮาร์ทเลนอย่างแน่นอน

8.โฌเอล มาติป (ลิเวอร์พูล)
แนวรับลิเวอร์พูลแน่นขึ้นมาทันตาเห็น เมื่อ เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้เซ็นเตอร์ฮาล์ฟวัย 25 ปี มาจากชาลเก้ 04 แบบฟรีๆ ด้วยความนิ่งและเยือกเย็น นอกจากจะทำให้ โฌเอล มาติป ยังไม่เล่นผิดพลาดแม้แต่ครั้งเดียวแล้ว เจ้าตัวยังมีเปอร์เซ็นต์เข้าบอลชนะแบบตัวต่อตัวกับคู่แข่งเกินครึ่งหนึ่งอีกด้วย

7.ชโคดราน มุสตาฟี่ (อาร์เซน่อล)
โลร็องต์ กอสเซียลนี่ ยังหาคู่หูแนวรับไม่ได้ หลัง แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ เจอทั้งโรคเดี้ยง และพิษความเร็วบอลผู้ดี ส่วน กาเบรียล ก็ยากที่จะฝากผีฝากไข้ อาร์แซน เวนเกอร์ จึงตอบโจทย์ด้วยการซื้อ ชโคดราน มุสตาฟี่ จากบาเลนเซีย 35 ล้านปอนด์ (1,575 ล้านบาท) และกองหลังทีมชาติเยอรมนีรายนี้ ยังไม่เคยแพ้ในสีเสื้ออาร์เซน่อล

6.อิดริสซ่า เกย์ (เอฟเวอร์ตัน)
แม้จะไม่โดดเด่นก่อนย้าย แต่ อิดริสซ่า เกย์ ทำให้เห็นว่าเขาสำคัญกับทีมของ โรนัลด์ คูมันน์ แค่ไหน หลังมิดฟิลด์ตัวตัดเกมที่เอฟเวอร์ตันซื้อมาจากแอสตัน วิลล่า 7.1 ล้านปอนด์ (319 ล้านบาท) ชะลอบอลในการมาถึงแผงแบ๊กโฟร์ไม่พอ ยังจ่ายบอลง่ายๆ แต่แม่นยำถึง 86 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

5.โจ อัลเลน (สโต๊ก ซิตี้)
โจ อัลเลน ต้องเจอแรงกดดันอย่างหนัก หลัง เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ยกให้เป็น “ชาบี้ เอร์นานเดซ แห่งเวลส์” เมื่อย้ายมาลิเวอร์พูล 4 ปีก่อน แต่ทันทีที่ซบสโต๊ก ซิตี้ ในฤดูกาลนี้ ห้องเครื่องร่างเล็กก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกรอบ ด้วยการขึ้นไปพังตาข่ายมา 5 ครั้ง และมีส่วนพาทีมที่ออกสตาร์ตย่ำแย่ไต่ขึ้นมากลางตารางแล้ว

4.ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
ถึงบางช่วงจะฟอร์มสะดุดไปบ้าง แต่ดูเหมือน ซลาตัน อิบราฮิโมวิช จะทำให้พวกปากหอยปากปูหุบปากไปตามๆ กัน กับ 11 ประตูในเกมลีก ซึ่ง 8 ประตูในนั้นมาจาก 7 เกมหลังสุด แถมยังมีอิทธิพลต่อน้องๆ แนวรุกอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด และ เจสซี่ ลินการ์ด

3.ซาดิโอ มาเน่ (ลิเวอร์พูล)
คงหายสงสัยกันแล้วว่า ทำไมหลายทีมยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีกด้วยกัน ถึงรุมจีบ ซาดิโอ มาเน่ ก่อนลิเวอร์พูลจะคว้าสู่ถิ่นแอนฟิลด์ด้วยราคา 34 ล้านปอนด์ (1,530 ล้านบาท) เพราะไม่เพียงจะกระทุ้งประตูไปแล้ว 8 ลูก จาก 16 นัด เจ้าตัวยังระเบิดเกมรุกร่วมกับ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ได้อย่างครื้นเครง

2.ดาวิด ลุยซ์ (เชลซี)
การที่เชลซีซื้อ ดาวิด ลุยซ์ กลับมาจากปารีส แซงต์แชร์แมง ด้วยราคา 34 ล้านปอนด์ (1,530 ล้านบาท) นับเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์แล้ว แต่ที่ประหลาดใจกว่า คือการที่แนวรับทีมชาติบราซิลวัย 29 ปี โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดกับระบบ 3 เซ็นเตอร์ฮาล์ฟของ อันโตนิโอ คอนเต้ ทั้งที่ครั้งหนึ่งเคยโดนวิจารณ์ว่าเล่นบอลเหมือนกับเด็ก 10 ขวบเล่นเกมเพลย์สเตชั่น

1.เอ็นโกโล่ ก็องเต้ (เชลซี)
ความสูงเพียง 5 ฟุต 6 นิ้ว จนกลายเป็นคนแคระท่ามกลางหมู่ฝรั่งด้วยกัน ไม่ได้เป็นอุปสรรคแม้แต่น้อย เมื่อ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ยังพิสูจน์ตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ไล่ตัดเกมจนได้แชมป์ลีกกับเลสเตอร์ ซิตี้ ฤดูกาลก่อน จนถึงการพาเชลซีนำจ่าฝูงในขณะนี้ รวมทั้งกองกลางจอมปิดทองหลังพระรายนี้ ยังทำประตูได้อย่างเลือดเย็นในวันยิงปิดกล่อง 4-0 ใส่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกด้วย

แล้วที่นี้รู้แล้วหรือยังว่า ทั้ง 10 คนที่ว่ามาคุ้มค่าแค่ไหน

