‘โค้ชหระ’รับปวดหัวแข่งติด 3 รายการ ยัน ‘เอเอฟซี’ ชุดเต็มหวังผลได้ แต่ ‘เอเชี่ยนเกมส์’ ต้องทำใจ
ความเคลื่อนไหว “ช้างศึกหนุ่ม” ทีมฟุตบอลชาย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่จะมีโปรแกรมสำคัญ 3 รายการติดกัน ได้แก่ เอเอฟเอฟ ยู-23 แชมเปี้ยนชิพ ที่จ.ระยอง ระหว่างวันที่ 17-27 สิงหาคม ต่อด้วย เอเอฟซี ยู-23 แชมเปี้ยนชิพ รอบคัดเลือก ที่จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 6-12 กันยายน และมหกรรมเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 19 กันยายน-7 ตุลาคม
ล่าสุด “โค้ชหระ” อิสสระ ศรีทะโร หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยยู-23 เปิดเผยว่า ในส่วนของรายชื่อเบื้องต้น 50 คน มีการส่งล่วงหน้าไปตั้งแต่ช่วงซีเกมส์ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่าจะเรียกใครบ้างเพราะต้องรอให้ตลาดซื้อขายไทยลีกปิดก่อน เพื่อจะได้คุยให้ถูกสโมสรในการขอตัวนักเตะมา
“ในรายชื่อเราแบ่งเป็น 3 กลุ่ม จะมีพวกเกิดปี 42 ที่อายุเต็ม 24 ปีพอดีสำหรับเอเชี่ยนเกมส์ ซึ่งบางคนอาจจะพอเป็นกำลังหลักให้ทีมได้ กลุ่มที่สองคือยู-22 ที่จะต้องเล่นเอเอฟซี ซึ่งกลุ่มนี้จะเป็นตัวหลักๆ ทั้งหมด และจะมีกลุ่มรองลงมาอีกกลุ่มหนึ่งถ้าหากว่าในกลุ่มที่ 2 สโมสรไม่ปล่อยตัวมาให้”
อิสสระ กล่าวต่อว่า เราไม่สามารถใช้ผู้เล่นชุดเดียวยิงยาวทั้ง 3 รายการได้เพราะคงขอนักเตะมาใช้งานยาวเกือบ 2 เดือนไม่ได้ อย่างเช่นชุดเอเอฟเอฟ ก็อาจจะมีครึ่งหนึ่งไปรวมกับตัวหลักที่ขอมาได้ช่วงฟีฟ่าเดย์ ลุยในศึกเอเอฟซีต่อ จากนั้นพอกลับไปเป็นเอเชี่ยนเกมส์ ซึ่งไม่ตรงฟีฟ่าเดย์ ก็อาจจะเรียกคนที่หลุดจากเอเอฟซี มาเล่นเอเชี่ยนเกมส์แทน
“จริงๆ ถ้าได้ชุดเอเอฟซีไปเล่นเอเชี่ยนเกมส์จะเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นการต่อยอดไปสู่โอลิมปิกเกมส์ได้ แต่ก็คิดว่าคงได้มาน้อยเพราะหลายคนเป็นตัวหลักสโมสรทั้งสิ้น ดังนั้นน่าจะหายไปเยอะอยู่” โค้ชหระกล่าว
เฮดโค้ชช้างศึกยู-23 กล่าวเสริมว่า ในฐานะโค้ชเราทำเต็มที่อยู่แล้ว สุดท้ายก็อยู่ที่จะได้ชุดเต็มแค่ไหน ทว่าการลำดับความสำคัญ มันต้องดูตามฟีฟ่าเดย์ ถ้ามันไม่ตรงกับฟีฟ่าเดย์ก็ต้องลดความสำคัญมันลงมา แม้ว่าเราจะมองเป็นรายการสำคัญแต่ในระบบอาชีพมันทำไม่ได้ ได้แค่หาผู้เล่นที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ สำหรับเอเอฟซีค่อนข้างมั่นใจเพราะได้ชุดเต็ม แต่อีก 2 รายการก็คงต้องทำใจเผื่อๆ เอาไว้หน่อย

