“โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย กล่าวถึงผลงานของทีมชาติไทยในปีที่ผ่านมาว่า ส่วนตัวแล้วถือว่าประสบความสำเร็จ จากการที่พาทีมช้างศึกเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก โซนเอเชีย ในฐานะแชมป์กลุ่ม ในรอบสอง ซึ่งนักเตะไทยชุดปัจจุบัน ยังไม่เคยเข้ามาถึงรอบนี้ได้เลย จึงถือเป็นการยกระดับมาสู้กับทีมใหญ่เอเชีย นอกจากนี้ ยังสามารถกลับมาคว้าแชมป์ฟุตบอลคิงส์คัพ เป็นครั้งแรกใน 9 ปี และได้แชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ เป็นสมัยที่ 5 ทำสถิติชนะเลิศสูงสุด รวมทั้งยังเป็นแชมป์ 2 สมัยติดต่อกันในการคุมทีมของตัวเองด้วย
“ที่ผ่านมา อาจมีคนไม่เห็นด้วยในบางเรื่อง แต่ก็ไม่ซีเรียส ผมทำงานมีเป้าหมาย และก็พยายามทำให้แฟนฟุตบอลไทยมีความสุข ส่วนฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 5 นัดที่เหลือ ยอมรับว่าเป็นงานยาก แต่จะสู้เต็มที่ วันนี้ทีมชาติไทยเจอทีมใหญ่ของเอเชีย สกอร์ไม่แพ้ขาดแล้ว นอกจากเกมพบอิรัก ที่โดนใบแดง ซึ่งกับ 5 เกมที่เหลือ ผมมั่นใจศักยภาพทีม ศักยภาพนักเตะว่าจะต่อกรทีมแข่งได้สนุก” โค้ชซิโก้กล่าว
ด้าน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแฯ กล่าวถึงผลงานโดยรวมในการบริหารงานสมาคมลูกหนังของตนเอง ตั้งแต่มารับตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์ว่า ยังไม่ถือว่าพอใจนัก ยังทำได้แค่เพียงครึ่งเดียวจากที่ตั้งใจจะทำ เพราะฟุตบอลไทยตอนนี้มีหลายอย่างให้แก้ เข้ามาปีแรกอยากทำทุกอย่างให้เท่าเทียม ตามสโลแกน “แฟร์” ที่ตั้งไว้ จึงไม่สามารถทำให้ถูกใจทุกคนได้
“ปีต่อไปผมคงจะไม่ใช้สโลแกนว่า แฟร์ แล้ว เพราะทุกอย่างชัดเจนแล้ว จะมีสโลแกนใหม่เข้ามาแทน เพื่อก้าวต่อไปของฟุตบอลไทย แล้วแฟนบอลจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ” พล.ต.อ.สมยศกล่าว

