‘เชียงราย’ ปิดถนน เปิดเมืองต้อนรับนักวิ่ง ‘ยูเมะพลัส เชียงราย 21.1 มาราธอน’ ปีที่ 4
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย มร.ทาเคโอะ โนดะ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีซี่ บาย จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการบัตรกดเงินสดยูเมะพลัส ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก, พล.ต.อาณัติ รัตนพล ประธานฝ่ายเทคนิคการแข่งขัน สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ และ นายบุญเพิ่ม อินทนปสาธน์ Race Founder & Race Director ร่วมกันแถลงข่าวความพร้อมเปิดการแข่งขันวิ่ง “ยูเมะพลัส เชียงราย 21.1 มาราธอน 2023” (Umay+ Chiangrai 21.1 Marathon 2023) งานวิ่งฮาล์ฟมาราธอมาตรฐานนานาชาติ บนดินแดนเหนือสุดแห่งแผ่นดินสยาม ในรูปแบบ Point To Point ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 27 สิงหาคม ออกสตาร์ทที่วัดร่องขุ่น และเข้าเส้นชัยที่สวนตุง และโคมนครเชียงราย
นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ กล่าวว่า การแข่งขันในปีนี้เรายังคงเตรียมความพร้อมทุกด้าน ด้วยระบบพื้นฐานที่ได้มาตรฐานสากล ทั้งสนามบิน โรงแรม ร้านอาหาร สินค้า บริการ และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทำให้สามารถการันตีได้เลยว่าเชียงราย พร้อมรับทุกกิจกรรม และเทศกาลที่จะเกิดขึ้น ซึ่งไฮไลต์ของสถานที่สำคัญที่ถือเป็นอัตลักษณ์ของเมืองบนเส้นทางการแข่งขันที่ไม่ควรพลาดคือ จุดปล่อยตัวนักวิ่ง ณ วัดร่องขุ่น สถานที่สำคัญ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกของเชียงราย รวมถึงเส้นทางวิ่งที่ผ่านวัดห้วยปลากั้งอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งราย หอนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติเชียงราย และจุดเส้นชัยที่บริเวณสวนตุง และโคมเฉลิมพระเกียรติ 75 พรรษา
“ยูเมะพลัส เชียงราย 21.1 มาราธอน 2023 คาดว่าจะมีนักวิ่งชาวไทย และต่างชาติเข้าร่วมกว่า 4 พันคน โดยคาดการณ์เงินสะพัดเกิดรายได้เชิงเศรษฐกิจมูลค่ากว่า 150 ล้านบาทภายในจังหวัด ซึ่งการแข่งขันรายการนี้ถือเป็นความสำเร็จของเมืองเชียงรายในการใช้กีฬาเป็นสื่อในการเรียกมวลชนให้เข้าร่วมการแข่งขัน และเกิดการท่องเที่ยวเชิงกีฬาในพื้นที่ ผมเชื่อว่าการแข่งขันในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของวงการกีฬา และเมืองเชียงรายในการจะก้าวไปสู่ระดับนานาชาติ ภูมิภาค หรือระดับโลกในปีต่อๆ ไป” พ่อเมืองเชียงรายกล่าว
มร.ทาเคโอะ โนดะ กล่าวว่า Umay+ Chiang Rai 21.1 Marathon ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ได้กลายเป็นหนึ่งในกิจกรรมซิกเนเจอร์ของเมืองด้วยเส้นทางท่ีเป็นเอกลักษณ์ครองใจนักวิ่ง และในปีนี้ เรามุ่งหน้าเข้าสู่ Umay+ Chiang Rai 21.1 Marathon ครั้งที่ 4 เรามีการเตรียมพร้อมมากขึ้น และพร้อมท่ีจะต้อนรับนักวิ่งกว่า3,000คนที่เข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อช่วยให้นักวิ่งเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันวิ่งเราร่วมกับRUNRIO จัดทำแคมเปญ “ชีวิตสุขสนุกวิ่ง” (Good Life & Fun Run) ท่ีมุ่งสร้างการฝึกฝนการวิ่งด้วยตนเองภายในชุมชนท้องถิ่น การได้มีโอกาสรู้จักเพื่อนใหม่หรือการฝึกการวิ่งกับเพื่อนและครอบครัว
“นอกจากนี้ เรายังคงสานต่อวัฒนธรรมการวิ่งมาราธอน ที่ยั่งยืนแบบรักษ์โลกผ่านแคมเปญ EASY RUN with Umay+ ซึ่งเราจะเชิญชวนนักวิ่งและอาสาสมัครเข้าร่วมกิจกรรม Umay+CleantheTown เพื่อทำความสะอาดพื้นท่ีก่อน และหลังการวิ่งมาราธอน ณ บริเวณอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช จ.เชียงราย นอกจากนี้ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เชียงรายยังเผชิญกับไฟป่าครั้งใหญ่ท่ีสุดในรอบ 20 ปี ซึ่งเราได้ช่วยเหลือในการต่อสู้กับไฟป่าด้วยการบริจาครายได้จากการวิ่งในระยะทาง 5 กม.ผ่านโครงการ CareChiangRai โดยในปีนี้ผมคาดหวังว่านักวิ่งทุกคนจะบรรลุเป้าหมาย และเพลิดเพลินไปกับเส้นทางที่สวยงามของการวิ่งมาราธอน และหวังว่าการแข่งขันครั้งนี้จะกลายเป็นหนึ่งในความทรงจำการวิ่งที่คุณชื่นชอบ” มร.ทาเคโอะโนดะกล่าว

พล.ต.อาณัติ รัตนพล กล่าวว่า นอกจากเส้นทางที่สวยงามของ จ.เชียงราย ระยะทางที่ได้มาตรฐาน และความชันที่กำลังดี วิ่งได้อย่างสนุกสนาน การรับรองสนามมาตรฐานโลกโดยสมาพันธ์กรีฑานานาชาติ (World Athletics) ยังมีความสาคัญในการเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสร้างเมือง ซึ่งสมาคมกีฬากรีฑาฯ มีส่วนร่วมในการส่งเสริม และพัฒนาการการแข่งขันของสนามเชียงรายมาตั้งแต่ปี 2563 โดยกระบวนการวัดเส้นทางตามระเบียบของจากการวัดโดยสมาพันธ์กรีฑานานาชาติ เป็นการเริ่มการสร้างมาตรฐานโลกจากเส้นทางระยะ 21.1 กม. และยกระดับสนามวิ่งในประเทศไทย ซึ่งมีโอกาสยกระดับไปสู่การแข่งขันระดับโลกได้ด้วยเช่นกันในอนาคต
“ทางสมาคมมีความยินดีที่ได้เห็นความต่อเนื่องของสนามวิ่งแห่งนี้ที่มีพัฒนาการดีขึ้นในทุกๆ ปี และหวังว่าจะเป็นการสร้างมิติใหมข่อง การแข่งขันวิ่งของสนามที่รับรองมาตรฐานระดับโลก และเป็นก้าวสำคัญของเมืองเชียงรายในการพัฒนาทั้งด้านการแข่งขัน และการพัฒนาเมืองด้วยการท่องเที่ยวเชิงกีฬาต่อไป การวิ่งที่ได้รับความนิยมในเมืองใหญ่ๆ ด้านการแข่งขันวิ่งในระดับนานาชาติล้วนมีการรับรองสนามด้วย มาตรฐานระดับโลก เพื่อเป็นจุดดึงดูดให้เกิดการแข่งขันของเหล่านักกีฬาอาชีพ และการเข้าร่วมของนักกีฬาสมัครเล่นในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขัน และเป็นการประกาศความพร้อมของเมืองในการเป็นเมืองกีฬาระดับนานาชาติ การหลั่งไหลจากนักกีฬา ผู้ติดตาม ผู้สนใจและนักท่องเที่ยวในช่วงเวลาที่เกิดการแข่งขันนั้น สร้างความตื่นตัวให้กับเมืองเกิดเศรษฐกิจกระจายไปยังพื้นที่ และเป็นการประชาสัมพันธ์เมืองผ่านสายตาของนักกีฬาผู้แข่งขัน ผู้ติดตาม” พล.ต.อาณัติ กล่าว

นายบุญเพิ่ม อินทนปสาธน์ การแข่งขันในปีนี้เราได้มีพัฒนาการทั้งด้านการสร้างมาตรฐานของเส้นทางการจัดการแข่งขัน และความปลอดภัยต่างๆ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการมีส่วนร่วมกับชุมชน เพื่อสร้างความยั่งยืนในมิติต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การลดปริมาณขยะ และการท่องเที่ยวของพื้นที่อย่างสร้างสรรค์ จนกลายเป็นหนึ่งในเสน่ห์ที่ทำให้มีผู้คนเข้าร่วมงาน จำนวนมาก และหลากหลาย ทั้งนักกีฬา ผู้ติดตาม และนักท่องเที่ยว จนทำให้เมืองเชียงรายเกิดความครึกครื้นเป็นการปลุกเมืองด้วยการท่องเที่ยวเชิงกีฬา และเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอเมืองออกสู่สายตานานาชาติ
“นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนมาถึงวันนี้ ถือเป็นการเดินทางที่ยาวนานต่อเนื่อง และจะมีวันนี้มิได้เลยหากขาดความร่วมมือของเมือง ของผู้สนับสนุนต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ร่วมกันสร้างสนามวิ่งมาตรฐานสากลให้เกิดขึ้นที่เชียงรายต่อเนื่องยาวนานเป็นปีที่ 4″ นายบุญเพิ่ม กล่าว
ทั้งนี้ Umay+ Thailand RING 21.1 Series 2023 ทั้ง 3 สนาม มีดังนี้ สนามแรก Umay+ Chiangrai 21.1 Marathon 2023 ที่ จ.เชียงราย วันที่ 27 สิงหาคม 2566, สนามที่ 2 Umay+ Bangkok Midnight Marathon 2023 ที่กรุงเทพมหานคร วันที่ 10 ธันวาคม 2566 และสนามสุดท้าย Umay+ Lamphun Half Marathon 2023 ที่ จ.ลำพูน วันที่ 24 ธันวาคม 2566
นอกจากนี้ Umay+ Thailand RING 21.1 Series 2023 ยังได้จัดกิจกรรมพิเศษ Road to Sundown ลุ้นรางวัล Traveling Package 3 รางวัล รวมตั๋วเครื่องบิน, ที่พัก และบัตรร่วมการแข่งขัน Sun Down Marathon Singapore 2024 ที่ประเทศสิงคโปร์ มูลค่ารวม 250,000 บาท สำหรับนักวิ่งท็อป 100 ที่สามารถพิชิตระยะทาง 21 กม. หรือ 42 กม. ครบทั้ง 3 สนาม ภายในเวลาที่กำหนด โดยจะจับรายชื่อนักวิ่งท็อป 100 ที่สนามสุดท้ายของปีใน Umay+ Lamphun Half Marathon 2023
เงื่อนไขการร่วมกิจกรรม จะต้องนักวิ่งท็อป 100 ลำดับแรก ประเภทชาย 50 ลำดับแรก และประเภทหญิง 50 ลำดับแรก ที่เข้าเส้นชัยก่อนเวลาสิ้นสุดการแข่งขันบนเส้นทาง (Cut off time) โดยจะจับรางวัลในวัน อาทิตย์ที่ 24 ธันวาคม 2566 ผู้ที่ได้รับรางวัลจะต้องนำบัตรประชาชนตัวจริง มายืนยันการรับรางวัลภายในงานเท่านั้น มิเช่นนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์ และจะทำการจับรางวัลเพื่อมอบรางวัลให้ผู้โชคดีลำดับถัดไป
ส่วนรายละเอียดของรางวัล ประกอบด้วย บัตรเข้าร่วมการแข่งขัน Sundown Marathon 2024 ณ ประเทศ สิงคโปร์ 3 รางวัล รวมทั้งตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพ-สิงคโปร์ พร้อมที่พัก 2 คืน รวมอาหารเช้า กลางวันและเย็น พร้อมคณะผู้จัดงาน 3 รางวัล รางวัลละ 1 ท่าน (ไม่รวมผู้ติดตาม) รวมมูลค่า 250,000 บาท
สำหรับงานวิ่ง “ยูเมะพลัส เชียงราย 21.1 มาราธอน 2023” จะออกสตาร์ทในวันที่ 27 สิงหาคม 2566 ณ วัดร่องขุ่น และเข้าเส้นชัยที่สวนตุง และโคมเฉลิมพระเกียรติฯ โดยมีการแข่งขัน 3 ระยะทาง คือ ฮาล์ฟมาราธอน(21.1 กม.), มินิมาราธอน (10 กม.) และฟันรัน (5 กม.) สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/Chiangrai21





