‘กุลวุฒิ’ แชมป์โลกถึงไทย! ไม่กล้าฟันธงเหรียญอชก. หลังโปรแกรมแข่งถี่ยิบ
“วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักแบดมินตันชายเดี่ยวไทย เจ้าของแชมป์โลกคนล่าสุด และแชมป์โลกประเภทชายเดี่ยวคนแรกในประวัติศาสตร์ของไทย เดินทางกลับถึงประเทศไทย ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 29 สิงหาคม โดยมี พล.อ.อ.มณฑล สัชฌุกร อุปนายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ, “แม่ปุก” นางกมลา ทองกร ประธานโรงเรียนแบดมินตันบ้านทองหยอด, นายณัฐวัชร์-นางนัฎกนก วิทิตศานต์ บิดาและมารดา รวมถึงตัวแทนจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เดินทางมารอต้อนรับอย่างอบอุ่น
กุลวุฒิเปิดใจว่า รู้สึกดีใจเพราะสามารถไปถึงแชมป์โลกได้แล้ว อาจจะผิดหวังจากปีก่อนที่พลาดแชมป์ไป แต่ปีนี้ทำได้ก็ภูมิใจและมันเป็นความฝันตั้งแต่เด็กๆ ว่าอยากจะเป็นแชมป์โลก พอวันนี้ทำได้แล้วก็ดีใจมากๆ

แชมป์โลกชาวไทยกล่าวต่อว่า ตอนที่วิคเตอร์ อักเซลเซ่น แชมป์เก่าและมือ 1 โลกจากเดนมาร์กตกรอบไป คนทั่วไปอาจจะมองว่าสายมันเปิดกว้างแล้วเหมือนจะได้ง่ายขึ้น แต่ตัวผมกลับมองว่ามันเป็นเรื่องอันตรายมากกว่า เพราะถ้าเราเจอกับนักกีฬาที่คิดว่าจะเอาชนะได้มันจะมั่นใจจนเกินไปทำให้ประมาท แล้วเล่นไม่เป็นตัวเอง ก็จะยิ่งกดดันมากขึ้น
วิวกล่าวอีกว่า หลังจากจบรายการชิงแชมป์โลกก็จะเป็นรายการซุปเปอร์ 1000 ไชน่า โอเพ่น ที่ประเทศจีน และซุปเปอร์ 500 ฮ่องกง โอเพ่น ก่อนไปเอเชี่ยนเกมส์ ก็จะพยายามเรียนรู้ให้มากกว่าเดิม เพราะหลังจากได้แชมป์โลกมันจะมีความกดดันมากขึ้น จากนี้ไปก็ต้องเริ่มนับจากศูนย์ใหม่ในทุกรายการที่เล่น พัฒนาตัวเองและเรียนรู้ต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าการลงเล่นหลายรายการติดๆ กันจะมีผลต่อเอเชี่ยนเกมส์หรือไม่นั้น กุลวุฒิกล่าวว่า มีแน่นอนอยู่แล้วเพราะเราไม่ได้ฝึกซ้อมตามโปรแกรมที่ควรจะเป็น บางทีสภาพร่างกายมันอาจจะไม่สามารถยืนระยะได้เหมือนกับรายการแรกๆ ด้วย
“ผมขอคิดไปทีละรอบดีกว่า เพราะยิ่งคิดสูงก็ยิ่งกดดันแล้วเล่นไม่เป็นตัวเองด้วย” กุลวุฒิกล่าว
นักแบดหนุ่มไทยกล่าวเสริมว่า จากนี้คงยังไม่เปลี่ยนสไตล์การเล่น แต่แค่ต้องเพิ่มการซ้อมในช่วงระหว่างแข่งไปด้วย คุมพละกำลังเพื่อไว้ลงเล่นในรายการหลังๆ คู่แข่งรู้ดีอยู่แล้วว่าตนเป็นสไตล์แบบไหน แต่ถ้าหากมีพละกำลังมากพอก็สามารถสู้ได้

ด้านนายณัฐวัชร์ บิดาของกุลวุฒิ กล่าวว่า จากแรกเริ่มเดิมทีให้เล่นแบดมินตันเพราะรักษาโรคภูมิแพ้ แต่มาจนถึงปัจจุบันสามารถก้าวไปเป็นแชมป์โลกได้ก็เหมือนไกลเกินฝันแล้ว เป็นความยินดีและดีใจสำหรับครอบครัว วันนั้นก็ลุ้นกันอย่างมากเพราะแต้มมันใกล้กันมากๆ พยายามเชียร์ให้ถึงเกมสามเพราะเชื่อว่าจะมีสิทธิชนะแน่นอน
ขณะที่น้องสาวอย่าง “ส้ม” สรัลรักษ์ วิทิตศานต์ นักแบดมินตันเยาวชนมือ 13 ของโลก กล่าวว่า ดีใจกับพี่ชาย เพราะเห็นความตั้งใจของพี่ชายมาโดยตลอด ส่วนตัวนั้นก็อยากทำให้ได้เหมือนกัน แต่ก็มีเส้นทางเป็นของตัวเอง จะค่อยๆ เดินหน้าไปตามเส้นทางของตัวเอง















