‘มาโน่’ ซูฮกลูกทีมวิ่งสู้ฟัด ลั่นต้องการคว้าแชมป์ ‘คิงส์คัพ’
หลังจากที่ “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 49 ได้สำเร็จ ด้วยการเอาชนะ เลบานอน 2-1 ในเกมรอบรองชนะเลิศ ที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี เมื่อวันที่ 7 กันยายน
มาโน่ โพลกิ้ง เฮดโค้ชทีมชาติไทย กล่าวว่า ดีใจและภูมิใจกับชัยชนะในเกมนี้ ยกเครดิตให้กับลูกทีมทุกคน เรามีครึ่งแรกที่ดีมากๆ เล่นได้อย่างเข้มข้น สามารถบีบคู่ต่อสู้ได้ตลอดและควรยิงได้มากกว่า 1 ประตูด้วยซ้ำ ครึ่งหลังเลบานอนกลับมาได้สร้างปัญหาให้เราได้เยอะ แต่โดยรวมตลอด 90 นาทีคิดว่าเราสมควรเป็นผู้ชนะ
“อย่างไรก็ตามนี่เราเพิ่งเข้าชิงได้เท่านั้น จากนี้เราจะต้องพักแล้วก็เรียกสมาธิกลับมา เพราะงานยังไม่จบ เราต้องการจะเป็นแชมป์ให้ได้”
กุนซือช้างศึก กล่าวอีกว่า ระบบการเล่นที่ใช้วันนี้มีการวิเคราะห์มาแล้วว่าเราจะครองเกมได้ดีกว่า ถึงเราจับเอากฤษดา กาแมน กับ วีระเทพ ป้อมพันธุ์ ที่เป็นกองกลางมาเล่นกองหลังเพราะคิดว่าจะช่วยให้คุมเกมได้ น่าจะเป็นประโยชน์กับทีมมากกว่า นอกจากนี้ระบบนี้จะทำให้สุภโชค สารชาติ ได้เล่นตำแหน่งเดียวกับที่เล่นให้คอนซาโดเล่ ซัปโปโรด้วย รวมถึงธีราทร บุญมาทัน เองก็เล่นกลางได้ยอดเยี่ยมสุดๆ
“แนวทางในการเล่นครึ่งแรกของเรามันส่งผลต่อครึ่งหลังพอสมควร มันทำให้เราต้องผ่อนเกมจนเลบานอนมีพื้นที่เล่นมากขึ้นด้วย ซึ่งพวกเขาก็เป็นทีมที่ดี เมื่อเปิดโอกาสให้ก็โดนลงโทษแบบที่เห็น”
มาโน่ กล่าวถึงอิรักคู่ชิงชนะเลิศว่า เป็นทีมที่แรงค์กิ้งดีที่สุด เราจะต้องไปวิเคราะห์ข้อมูลจากวิดีโอการเล่นต่างๆ แล้วหาดูว่าระบบไหน วิธีการเล่นไหน ที่จะทำให้เรามีผลงานที่ดี หาจุดที่สร้างความได้เปรียบให้กับทีมไทยให้ได้
“ต้องชื่นชมกองเชียร์ไทยวันนี้เพราะว่าพวกเขาคอยเชียร์ตลอด ในครึ่งหลังเราฟอร์มตกลงไปก็ได้แฟนบอลที่ช่วยกระตุ้นกลับมาให้ หวังว่านัดชิงชนะเลิศจะเข้ามากันเต็มสนามแบบนี้อีกครั้ง” มาโน่ กล่าวปิดท้าย
ด้าน ธีรศิลป์ แดงดา ฮีโร่ของทีม กล่าวว่า ดีใจที่ทำประตูได้และเป็นประตูชัยด้วย แต่ก่อนจะมาถึงตรงนั้นต้องขอบคุณเพื่อนร่วมทีมทุกคน ครึ่งแรกเราทำได้ดี ครึ่งหลังมันยากแต่ทุกคนก็พยายามช่วยกันจนเราคว้าชัยชนะมาได้
“เป้าหมายของเราคือเป็นแชมป์อยู่แล้ว หลังจากนี้คงมองเรื่องฟื้นฟูร่างกาย ส่วนการวิเคราะห์เชื่อว่าทีมงานคงทำการบ้านอย่างหนัก แล้วเราค่อยมาเตรียมตัวในการเจอกับอิรักกัน” ธีรศิลป์ ปิดท้าย
สำหรับเกมรอบชิงชนะเลิศ วันที่ 10 กันยายน ที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ทีมชาติไทย จะพบกับ อิรัก เวลา 20.30 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 32 และเอไอเอสเพลย์ ส่วนคู่ชิงอันดับ 3 เลบานอน จะพบกับ อินเดีย ในเวลา 17.30 น.

