‘รมต.ปุ๋ง’ ไฟแรงลุยงานกีฬา ชี้อย่ามองเป็นเหมือนลูกเมียน้อย – ยังไม่ได้คุย ‘บิ๊กป้อม’

8.09.23 | 13:37 น.

‘รมต.ปุ๋ง’ ไฟแรงลุยงานกีฬา ชี้อย่ามองเป็นเหมือนลูกเมียน้อย – ยังไม่ได้คุย ‘บิ๊กป้อม’

“รมต.ปุ๋ง” นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคนล่าสุด เปิดเผยกับ “มติชน” ว่า หลังจากที่ได้รับหน้าที่ได้มีการพูดคุยกับสมาคมกีฬาหลายสมาคม ได้รับฟังปัญหา อุปสรรค รวมถึงโอกาสต่างๆ และแนวทางในการพัฒนาการท่องเที่ยวและกีฬาควบคู่กันไป ซึ่งหลังจากนี้ก็พร้อมที่จะทำงานหนักขึ้นเพื่อให้ทุกอย่างพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว

“ในส่วนของนโยบายเร่งด่วนนั้น ยังต้องรอการแถลงนโยบายอย่างเป็นทางการจากนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีเสียก่อน แล้วก็มาดูในส่วนที่มีอะไรติดขัดอยู่บ้าง เพื่อที่จะได้หาทางแก้ไขหรือผลักดันกันต่อไป ส่วนตัวท่านนายกฯก็เน้นเรื่องของฟุตบอล แล้วก็มีนโยบายในเรื่องของ 1 รัฐวิสาหกิจ 1 กีฬา ซึ่งเป็นแค่แนวนโยบายในตอนนี้ จะต้องมาคุยรายละเอียดกันอีกครั้งหนึ่ง” รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่กล่าว

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ได้มีการพูดคุยกับ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ที่ดูแลด้านกีฬาโดยเฉพาะหรือยัง น.ส.สุดาวรรณกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตรอย่างจริงจัง อยู่ในช่วงที่กำลังรับฟังข้อมูลจากสมาคมกีฬาอยู่ว่ามีอะไรติดขัดอย่างไรบ้าง เพื่อจะให้การทำงานต่างๆ มันสะดวกมากยิ่งขึ้น

รมต.ปุ๋งกล่าวต่อถึงประเด็นการที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ 2 กีฬาสำคัญอย่างเอเชี่ยนอินดอร์และมาร์เชียลอาร์ตเกมส์ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 และซีเกมส์ในปี 2568 ซึ่งที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องของงบประมาณว่า ด้วยความที่ตอนนี้เพิ่งจะเข้ามาทำงานเท่านั้น ส่วนใหญ่ยังเป็นแค่การรับฟังปัญหาต่างๆ แล้วก็หารือ ส่วนเรื่องนี้ก็คงจะต้องมีการพูดคุยกันในเร็วๆ นี้

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมากีฬาในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาถูกมองว่าเป็นเหมือนลูกเมียน้อยมาตลอด จะเข้ามาแก้ไขเรื่องนี้อย่างไรบ้าง น.ส.สุดาวรรณกล่าวว่า “ทำไมถึงคิดแบบนั้น ในส่วนตัวที่เข้ามารับฟังไม่เคยคิดว่ากีฬาเป็นลูกเมียน้อยของการท่องเที่ยวแต่อย่างใด เราให้ความสำคัญกับทั้งการท่องเที่ยวและกีฬาควบคู่กันไปอยู่แล้ว”

รมต.ปุ๋งยังกล่าวด้วยว่า ส่วนตัวพร้อมที่จะดึงคนที่มีความรู้ความสามารถทั้งด้านการท่องเที่ยวและกีฬาเข้ามาช่วยกันทำงานร่วมกัน เพื่อให้ทั้งสองอย่างสามารถพัฒนาไปได้อย่างดีที่สุด

“อาจจะไม่ใช่คนถนัดเล่นกีฬา แต่ก็ดูอยู่บ้าง และคิดว่าตัวเองพร้อมที่จะเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ และทีมงานเองก็พร้อมที่จะเข้ามาพัฒนาทั้งด้านการท่องเที่ยวและกีฬาด้วย” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากล่าวปิดท้าย