‘บัวขาว’ เปิดใจฝืนเจ็บสู้เต็มที่ ดวลเดือด ‘คิโดะ’ หัวแตกยก 3 ไร้ผลตัดสิน
บัวขาว บัญชาเมฆ เปิดใจมีอาการบาดเจ็บจนเกือบจะถอนตัว ก่อนไฟต์บู๊กับ ยาสุฮิโร่ คิโดะ ชาวญี่ปุ่น ซึ่งปรากฏว่า ไม่มีผลตัดสินแพ้ชนะ หลังจากนักชกชาวญี่ปุ่นหัวแตกในจังหวะศีรษะกระแทกกับบัวขาวระหว่างการชกในยกที่ 3 ในศึกราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีส์ ที่เวทีมวยราชดำเนิน เมื่อคืนวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา
บัวขาว บัญชาเมฆ นักมวยซุปเปอร์สตาร์หมายเลข 1 ของไทยขึ้นชกกับยาสุฮิโร่ คิโดะ นักชกคิกบ็อกซิ่งชาวญี่ปุ่น เป็นคู่เอกในศึก RWS : Legend of Rajadamnern ซึ่งเป็นการชกในกติกา คิก บ็อกซิ่ง เป็นการเจอกันครั้งแรกของนักมวยทั้งสองคนด้วย เพราะในช่วงสร้างชื่อในศึกเค-วันที่ญี่ปุ่นทั้งคู่ไม่เคยเจอกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว
การชกไฟต์นี้ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี มีแฟนมวยเดินทางเข้ามาชมในสนามกันอย่างหนาตา มีการถ่ายทอดสดผ่านทางทีวีเวิร์คพอยท์ รวมทั้งช่องทางรับชมเพิ่มเติม นอกจากนั้นแล้วยังถ่ายทอดสดผ่านทาง ดะโซน (DAZN) สตรีมมิ่งคอนเทนต์กีฬายักษ์ใหญ่ โดยถ่ายทอดสดไปกว่า 200 ประเทศ และเขตการปกครองทั่วโลก
ส่วนการชกไฟต์นี้ บัวขาว ที่มุ่งมั่นกับการชกในไฟต์นี้มาก เพราะเป็นการชกที่จะมีการบันทึกลงสถิติอาชีพของเจ้าตัวด้วย และเป็นฝ่ายเดินหน้าเข้าใส่ ออกอาวุธได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้การชกเร้าใจ แต่ในยกที่ 3 เกิดเหตุไม่คาดฝันหลังจากชกได้ไม่กี่นาที เมื่อจังหวะหนึ่งคิโดะศีรษะแตกในจังหวะที่กระแทกกับหัวของบัวขาว แพทย์สนามเมื่อเห็นแผลไม่ปล่อยให้ชกต่อไป และกรรมการไม่ตัดสินให้มีผลแพ้ชนะในไฟต์นี้
หลังการชก บัวขาว บัญชาเมฆ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีอาการเจ็บกล้ามเนื้อเกือบจะถอนตัวไปแล้วด้วย แต่ก็พยายามอย่างเต็มที่แล้ว และพยายามใจสู้เต็มที่ และขอโทษที่ไม่สามารถเตะได้อย่างที่เคยทำไว้ ในขณะที่คิโดะดูเหมือนจะหงุดหงิดกับการชกที่จบลงในลักษณะนี้
หลังจากนี้ศึก RWS : Legend of Rajadamnern จะมีเกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอนในปีนี้ และเป็นศึกยิ่งใหญ่กว่า ดีกว่า และแข็งแกร่งขึ้น จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันมวยไทยเป็น ซอฟต์ เพาเวอร์ ผ่านมาตรฐานและรูปแบบการจัดที่มีความทันสมัย ส่งให้เวทีมวยราชดำเนินก้าวสู่ สปอร์ต เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ระดับโลกอีกด้วย


