โมชิรีขายเอฟเวอร์ตัน นักธุรกิจ-กลุ่มทุนมะกันเป็นเจ้าของสโมสรพรีเมียร์ครึ่งนึงแล้ว
เมื่อวันที่ 15 กันยายน สโมสรเอฟเวอร์ตันในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้เปลี่ยนมือเจ้าของใหม่แล้ว หลังจากฟาร์ฮัด โมชิรี นักธุรกิจเชื้อสายอังกฤษ-อิหร่าน เจ้าของเดิม ขายหุ้น 94 เปอร์เซ็นต์ให้กับกลุ่มทุน “777 พาร์ตเนอร์ส” จากสหรัฐอเมริกา เป็นการสิ้นสุดการถือครองสโมสรของโมชิรีตั้งแต่ปี 2016
สำนักข่าว “บีบีซี” รายงานว่า คาดว่าการซื้อขายจะเสร็จสิ้นช่วงปลายปีนี้ โดยต้องรอการรับรองจากพรีเมียร์ลีก สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) และองค์กรตรวจสอบด้านการเงินก่อน ซึ่งเมื่อการเทกโอเวอร์เรียบร้อยแล้ว หมายความว่าจาก 20 สโมสรของพรีเมียร์ลีกในปัจจุบัน จะมีเจ้าของเป็นนักธุรกิจหรือกลุ่มทุนจากสหรัฐอเมริกาถึงครึ่งหนึ่ง
สำหรับ “777 พาร์ตเนอร์ส” เป็นแพลตฟอร์มการลงทุนที่มีฐานในไมอามี โดยเริ่มขยายฐานการลงทุนไปยังทีมกีฬาอาชีพช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าว่าจะลงทุนกับการตลาดด้านกีฬาในระยะยาว โดยที่ผ่านมา 777 พาร์ตเนอร์ส เข้าไปถือหุ้นในทีมวาสโก ดา กามา ของบราซิล, สตองดาร์ ลีแอจ ของเบลเยียม และแฮร์ธ่า เบอร์ลิน ของเยอรมนีมาแล้ว อย่างไรก็ตาม แฟนบอลของทีมเหล่านี้บางส่วนต่างออกมาประท้วงต่อต้านการบริหารสโมสรของบริษัท ส่วนอีกทีมที่มีหุ้นอยู่คือ เซบีย่า ของสเปน ซึ่งเพิ่งคว้าแชมป์ยูโรป้าลีกฤดูกาลที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เอฟเวอร์ตันประสบปัญหาเรื่องผลงานในสนามในช่วงหลังๆ ต้องหนีตกชั้นในฤดูกาลหลังสุด และฤดูกาลนี้เตะพรีเมียร์ลีกมา 4 นัด ทีมท็อฟฟี่สีน้ำเงินเพิ่งมีแต้มเดียว รั้งอันดับ 18 ของตาราง ส่วนนอกสนาม เอฟเวอร์ตันขาดทุนมา 5 ปีติดต่อกัน จนขาดทุนสะสมแล้วกว่า 430 ล้านปอนด์ (19,350 ล้านบาท) แถมแผนลงทุนสร้างสนามใหม่ที่แบรมลีย์ มัวร์ ด็อก ก็งบบานปลาย จากเดิมปีที่แล้วคาดการณ์ไว้ 500 ล้านปอนด์ (22,500 ล้านบาท) ตอนนี้เพิ่มมาเป็น 760 ล้านปอนด์ (34,200 ล้านบาท)

