‘โปรโม-โปรเม’ ชื่อผู้ได้รับรางวัลการทูตสาธารณะประจำปี 2566
ตามที่คณะกรรมการมูลนิธิไทยได้ประชาสัมพันธ์เพื่อเปิดรับการเสนอชื่อเพื่อการรับรางวัลการทูตสาธารณะประจำปี 2566 เมื่อวันที่ 28 เมษายน โดยรางวัลดังกล่าวจะมอบให้แก่บุคคล กลุ่มบุคคล หรือองค์กรที่ดำเนินงานด้านการทูตสาธารณะและสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทย ประชาชนชาวไทย และความเป็นไทย ในหมู่ชาวต่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ จำนวน 1-3 รางวัล โดยได้เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม-31 กรกฎาคม เป็นเวลาทั้งสิ้น 3 เดือนนั้น
เมื่อวันที่ 12 กันยายน คณะกรรมการมูลนิธิไทยได้ตัดสินให้ “โปรโม” โมรียา จุฑานุกาล และ “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล เป็นผู้ได้รับรางวัลการทูตสาธารณะ ประจำปี 2566 เนื่องจากโมรียาและเอรียา จุฑานุกาล คู่พี่น้องนักกอล์ฟหญิงมืออาชีพชาวไทย ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในวงการกีฬากอล์ฟสตรีระดับโลก ได้ช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยอย่างแพร่หลายและต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ความสำเร็จดังกล่าวยังได้สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยหันมาสนใจกีฬากอล์ฟอย่างจริงจังเป็นจำนวนมากจนหลายคนประสบความสำเร็จในระดับโลกและสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยตามมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้น คู่พี่น้องนักกอล์ฟหญิงไทยยังช่วยเผยแพร่อัตลักษณ์ความเป็นไทยในสายตาผู้ที่ติดตามทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นต้นแบบด้านการส่งเสริมสิ่งแวดล้อมและการสร้างสังคมที่ดีควบคู่ไปด้วย
พี่น้องจุฑานุกาลเข้าสู่แอลพีจีเอทัวร์ ซึ่งเป็นรายการกอล์ฟหญิงอันดับ 1 ของโลก โดยโปรโมเข้าสู่แอลพีจีเอทัวร์ในปี 2013 ขณะที่ต่อมาในปี 2015 โปรเมได้ตามเข้าสู่รายการดังกล่าว ในเวลาอันรวดเร็ว โปรเม-เอรียา สามารถพุ่งสูงสุดสู่ความเป็นนักกอล์ฟหญิงไทยคนแรกที่คว้าอันดับ 1 ของโลก ในปี 2017 ภายหลังจากได้สิทธิแข่งแอลพีจีเอเพียง 2 ปี ทั้งยังสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ให้กับประเทศไทย และวงการกอล์ฟโลกจากการคว้าแชมป์แอลพีจีเอทัวร์ได้ 5 รายการ ตลอดจนได้รับรางวัลนักกอล์ฟแห่งปีภายในปีเดียวกัน และเป็นนักกอล์ฟหญิงคนแรกที่สามารถคว้าแชมป์ 3 รายการติดต่อกันภายใน 1 ปี ขณะที่โปรโมก็มีผลงานที่น่าประทับใจ โดยในปี 2013 ซึ่งเป็นปีแรกที่เริ่มเล่นในแอลพีจีเอ ก็ได้รับรางวัลแอลพีจีเอ รุกกี้ ออฟ เดอะ เยียร์ นอกจากนี้ ยังสามารถคว้าแชมป์ได้อีกด้วย
ปัจจุบันมีโปรกอล์ฟไทยที่ประสบความสำเร็จตามรอยของโปรโมและโปรเมจนสามารถคว้าแชมป์แอลพีจีเอทัวร์ และได้ช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศอย่างต่อเนื่อง จำนวน 7 คน ได้แก่ ปาจรีย์ อนันต์นฤการ, อาฒยา ฐิติกุล, ปภังกร ธวัชธนกิจ, ธิฎาภา สุวัณณะปุระ และชเนตตี วรรณแสน
เรื่องราวชีวิตของพี่น้องจุฑานุกาลได้รับความสนใจถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์ “โปรเม อัจฉริยะต้องสร้าง” ออกฉายในหลายประเทศ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนเชื่อมั่น มุ่งมั่น ตั้งใจในสิ่งที่รัก และพยายามสู่ความสําเร็จ ซึ่งเครือข่ายบันเทิงยักษ์ใหญ่อย่างเน็ตฟลิกซ์ ก็ได้บรรจุภาพยนตร์เรื่องนี้ไว้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ชมจากทั่วโลกด้วย
สำหรับรางวัลที่จะมอบให้แก่โมรียา และเอรียา จุฑานุกาล นั้น จะประกอบด้วย การสลักชื่อลงบนถ้วยรางวัล ซี่งจะมีชื่อผู้ได้รับรางวัลที่ผ่านมาและในอนาคต และตั้งแสดงไว้ที่กระทรวงการต่างประเทศ โดยจะมอบถ้วยรางวัลจำลองให้แก่ผู้ได้รับรางวัล พร้อมทั้งจะสลักชื่อผู้ได้รับรางวัลบนผนังเกียรติยศที่กระทรวงการต่างประเทศด้วย นอกจากนั้น ผู้ได้รับรางวัลจะได้เงิน จำนวน 300,000 บาท และโล่ประกาศเกียรติคุณด้วย
อนึ่ง ในปี 2565 นายแพทย์สุนทร อันตรเสน เป็นผู้ได้รับรางวัลการทูตสาธารณะเป็นคนแรก
ทั้งนี้ มูลนิธิไทยจะประกาศเวลาและรายละเอียดของพิธีมอบรางวัลการทูตสาธารณะต่อไป

