ผ่าเป้าหมาย ทัพไทยสู้ศึก หางโจวเกมส์
มหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 หางโจวเกมส์ ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน รูดม่านเปิดฉากอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน ไปจนกระทั่งพิธีปิดในวันที่ 8 ตุลาคม ซึ่งเจ้าภาพจีนโชว์ความอลังการจัดการชิงชัยอย่างยิ่งใหญ่หลังเลื่อนมาจากปีก่อนจากสถานการณ์โควิด-19
การชิงชัยทั้งหมด 481 เหรียญทองจาก 40 ชนิดกีฬา ภายใต้คำขวัญ Heart to Heart สื่อถึงประเทศในเอเชียเชื่อมโยงกันทั้งทางภูมิศาสตร์ และวัฒนธรรม ซึ่งจะมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
ส่วนคำว่า @Future สื่อถึงการผสานกันของพลังแห่งเทคโนโลยีดิจิทัล กับชาวเอเชียที่มีความมุ่งมั่นและแรงบันดาลใจที่จะสร้างอนาคตข้างหน้าที่ดีกว่าร่วมกัน
ในส่วน ทัพนักกีฬาไทย เข้าร่วมทำศึกเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ทั้งหมด 939 คน แบ่งเป็นนักกีฬาชาย 508 คน และนักกีฬาหญิง 431 คน รวมกับเจ้าหน้าที่ ทั้งหัวหน้าคณะนักกีฬา, รองหัวหน้านักกีฬา, อาตาเช่, ทีมแพทย์, เจ้าหน้าที่ประจำทีม, เจ้าหน้าที่ประจำกองอำนวยการ, ผู้ตัดสินรับเชิญจากสหพันธ์ และเจ้าหน้าที่ด้านสารต้องห้าม รวมทั้งสิ้น 1,411 คน
ความคาดหวังของทัพไทยในศึกหางโจวเกมส์ถูกตั้งเป้าหมายไว้ 2 ส่วน โดยส่วนแรกทาง การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้ประเมินความคาดหวังจากสมาคมกีฬาที่ตั้งเป้าไว้รวมกัน 23 เหรียญทอง และส่วนที่สองจากการแถลงข่าว มีต เดอะ เพรส ของ สมาคมผู้สื่อข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย ที่แต่ละสมาคมกีฬาประกาศเป้าหมายรวมกันที่ 15 เหรียญทอง
ส่วนแรกความคาดหวังของ กกท. 23 เหรียญทอง ประกอบด้วย มวยสากล 5 เหรียญทอง, เซปักตะกร้อ 3 เหรียญทอง, กรีฑา 3 เหรียญทอง, ยูยิตสู 1 เหรียญทอง, คาราเต้ 2 เหรียญทอง ส่วน เทควันโด, ยิงปืน, อีสปอร์ต, เรือใบ, ขี่ม้า, โรลเลอร์สเก็ต, จักรยาน, กาบัดดี้, เรือแคนูคยัค ตั้งเป้ากีฬาละ 1 เหรียญทอง
ขณะที่เป้าหมายในงาน มีต เดอะ เพรส ของสมาคมผู้สื่อข่าวช่างภาพกีฬาฯ 15 เหรียญทอง มาจากมวยสากล 1 เหรียญทอง, เซปักตะกร้อ 4 เหรียญทอง,ยูยิตสู 1 เหรียญทอง, เทควันโด 1 เหรียญทอง, ยิงปืน 2 เหรียญทอง, อีสปอร์ต 1 เหรียญทอง, เรือใบ1 เหรียญทอง, โรลเลอร์สเก็ต 2 เหรียญทอง, กาบัดดี้ 1 เหรียญทอง และเรือแคนูคยัค 1 เหรียญทอง
อย่างไรก็ตาม หากเจาะลึกลงไปในเป้าหมายเหรียญทองของทัพไทยในแต่ละชนิดกีฬาจะได้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นถึงความคาดหวัง
เริ่มต้นที่ มวยสากล ส่งนักชกชาย 6 รุ่น และนักชกหญิง 7 รุ่น ซึ่งเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้มีความสำคัญอีกอย่างของมวยสากลคือจะเป็นรายการคัดเลือกไปโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
ทัพขุนพลเสื้อกล้ามไทยจึงเน้นเป็นพิเศษในหางโจวเกมส์ โดยมีโอกาสคว้าได้หลายเหรียญทองจาก ธิติสรรค์ ปั้นโหมด รุ่น 51 กก., รุตชกาญจน์ จันทร์ตรง รุ่น 57 กก., วีระพล จงจอหอ รุ่น 80 กก., จุฑามาศ รักสัตย์ รุ่น 50 กก. และ ใบสน มณีก้อน รุ่น 75 กก. แต่คงจะประมาทชาติอื่นไม่ได้เช่นกัน เพราะต้องการคว้าตั๋วโอลิมปิกด้วย
ขณะที่ เซปักตะกร้อ มีโอกาสคว้ามากถึง 4 เหรียญทอง เพราะเป็นชนิดกีฬาที่นักฟาดไทยครองความยิ่งใหญ่ในระดับเอเชียมาอย่างยาวนาน โดยไทยส่ง 4 จาก 6 อีเวนต์ นำทัพโดย ปุ้ย พรชัย เค้าแก้ว ตัวฟาดจอมเก๋า ซึ่งเชื่อว่าไทยจะกวาดได้ทั้ง 4 เหรียญทองจากทั้งประเภททีมเดี่ยวชาย ทีมเดี่ยวหญิง, ทีมชุดชาย และทีมชุดหญิง
กรีฑา ไทยก็ได้ลุ้นติดเหรียญทองทั้งจากประเภทลู่นำทัพโดย เทพบิว ภูริพล บุญสอน และ ต้า สรอรรถ ดาบบัง กับความหวังทั้งวิ่งระยะสั้น และวิ่งผลัด 4×100 เมตรชาย รวมไปถึงประเภทลานก็มีความหวังเช่นกันจากกระโดดค้ำ กระโดดสูง และอีกหลายรายการที่น่าจะสร้างเซอร์ไพรส์ได้ แต่ต้องไม่ลืมว่าชาติมหาอำนาจของกรีฑาก็อยู่ในเอเชียไม่น้อย
ยูยิตสู ตั้งเป้าไว้ที่ 1 เหรียญทอง และน่าจะทำได้สำเร็จตามเป้าหมายจาก กุลสตรี คำสร้อย และ สุภาวดี แก้วสระแสน คู่หูสาวไทยที่เล่นร่วมกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งล่าสุดเพิ่งคว้าแชมป์โลกในรายการยูยิตสูชิงแชมป์โลก 2023 ที่ประเทศมองโกเลีย อีกด้วย จึงไม่น่าพลาดแชมป์เอเชี่ยนเกมส์
คาราเต้ วางเป้าหมายถึง 2 เหรียญทอง โดยส่งนักกีฬาเข้าร่วม 8 คน แบ่งเป็นชาย 4 หญิง 4 แต่เป็นนักกีฬาหน้าใหม่ไปเอเชี่ยนเกมส์ครั้งแรกถึง 6 คน ซึ่งมีสิทธิหยิบเหรียญทองได้ถึง 3 รุ่น ในประเภทท่ารำแม้ประสบการณ์น้อย และโอกาสสูงสุดคงอยู่ที่ น้ำผึ้ง มนสิชา สกุลรัตนธารา เจ้าของเหรียญทองแดงจากครั้งก่อน แต่ก็ยังมีคู่แข่งสำคัญทั้งอิหร่าน และคาซัคสถาน
เทควันโด ส่งนักกีฬาเข้าร่วม 8 รุ่น ในประเภทต่อสู้ แบ่งเป็นชาย 4 คน และหญิง 4 คน แน่นอนว่าจะได้ลุ้นเหรียญทองจาก เทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ จอมเตะสาวไทยฮีโร่โอลิมปิก 2020 และเป็นแชมป์เก่าที่เตรียมสั่งลาเอเชี่ยนเกมส์หนสุดท้าย รวมทั้งจอมเตะชายหลายคนที่กำลังทำผลงานได้ดีไม่ว่าจะเป็น หยู บัลลังก์ ทับทิมแดง ก็มีลุ้นเหรียญได้
ยิงปืน ส่งนักกีฬาทั้งหมด 21 คน ลงแข่งขัน 12 รายการ ซึ่งมีโอกาสลุ้น 2 เหรียญทองจาก ธันย่า ธันยพร พฤกษากร นักลั่นไกสาวไทยในประเภทปืนสั้นสตรี 25 เมตร ที่เพิ่งคว้าตั๋วโอลิมปิกเกมส์ 2024 รวมถึงมีความหวังจากประเภทปืนสั้นยิงเร็ว, ปืนสั้นสตรี 25 เมตร และปืนยาว 3 ท่า
โรลเลอร์สเก็ต ภายใต้การดูแลนักกีฬาของสมาคมกีฬาเอ็กซ์ตรีมฯ ส่งนักกีฬาเข้าชิงชัยทั้งสเก็ตบอร์ด, อินไลน์สปีด และอินไลน์ฟรีสไตล์ โดยนักกีฬาประเภทละ 8 คน ซึ่งประเภทที่มีความโดดเด่นมากที่สุดคือ อินไลน์ฟรีสไตล์ ซึ่งทีมไทยเป็นระดับท็อปในเอเชีย จึงมีลุ้นหยิบได้ 2 เหรียญทอง
อีสปอร์ต ส่ง 7 รายการ ประกอบด้วย ฟีฟ่าออนไลน์ 4, เอโอวี, พับจี โมบาย, สตรีตไฟต์เตอร์, โดต้า 2, ดรีม ทรี คิงดอมส์ 2 และลีก ออฟ เลเจนด์ซึ่งเจ้าภาพใช้ระบบซอฟต์แวร์คุมการจัดแข่งขัน โดยทีมไทยหวังเหรียญทองสูงสุดจาก ฟีฟ่าออนไลน์ 4 ซึ่งเคยคว้าแชมป์ระดับโลกมาแล้ว
เรือใบ เดินทางมาจีนล่วงหน้าเป็นเวลา 10 วัน เพื่อฝึกซ้อมปรับตัวให้เข้ากับสภาพของกระแสคลื่นลม เพื่อความหวังในการคว้า 1 เหรียญทองจาก ม.ล.เวฆา ภาณุพันธุ์ ประเภทเรือใบ ILCA4 ชาย ที่เพิ่งคว้าแชมป์โลกรายการ Youth World Sailing Championship 2023 ประเทศกรีซ ส่วนทาง ขี่ม้า, จักรยาน, กาบัดดี้, เรือแคนูคยัค อาจลุ้นหยิบเหรียญทองได้ แต่ต้องต่อสู้กับคู่แข่งที่แข็งแกร่งอีกหลายชาติเลยทีเดียว
กีฬามหาชนอย่าง ฟุตบอล ทีมชายไทยเคยทำผลงานดีที่สุดทะลุผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศเอเชี่ยนเกมส์ถึง 4 ครั้ง แต่ยังไม่เคยคว้าเหรียญรางวัลติดมือกลับบ้านได้เลย ครั้งนี้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ตั้งเป้าผ่านเข้าถึงรอบน็อกเอาต์ 8 ทีมสุดท้าย ขณะที่ทีมหญิงไทยเคยทำได้ดีที่สุดด้วยการคว้าอันดับ 6 ถึง 3 ครั้ง แต่ครั้งนี้วางเป้าหมายไกลหวังเอื้อมไปให้ถึงการคว้าเหรียญรางวัลครั้งแรกในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว
ส่วนกีฬาขวัญใจอย่าง วอลเลย์บอล ทีมหญิงไทยมีดีกรีเหรียญเงิน และเหรียญทองแดง เอเชี่ยนเกมส์ 2 ครั้งหลังสุด อีกทั้งเพิ่งคว้าแชมป์เอเชีย 2023 ทำให้ในศึกหางโจวเกมส์แน่นอนว่า สาวไทยคาดหวังถึงการคว้าแชมป์เอเชี่ยนเกมส์ครั้งแรกให้ได้ แต่คงต้องฝ่าด่านสำคัญคือ เจ้าภาพจีนที่ได้เล่นในบ้านของตัวเองอีกด้วย
ดังนั้น จึงเป็นงานหนักพอสมควร อีกทั้งที่ผ่านมาต้องเจอกับโปรแกรมสุดทรหดในช่วงปีนี้
จากการประเมินความคาดหวังเหรียญทองทั้งหมด ก็อาจมีบางชนิดกีฬาที่สร้างเซอร์ไพรส์ได้อย่างไม่คาดคิดอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว แต่แน่นอนว่าเป้าหมายมีไว้ให้พุ่งชน และอย่างน้อยเชื่อมั่นว่า ทัพนักกีฬาไทยจะทำผลงานคว้าเหรียญทองมากกว่าเอเชี่ยนเกมส์ครั้งก่อนที่ทำได้ 11 เหรียญทอง
ครั้งนี้จะไปถึง 15 เหรียญทอง หรือทะลุถึง 23 เหรียญทองได้หรือไม่ คงต้องช่วยกันติดตาม และส่งกำลังใจไปเชียร์ไทยให้ถึงหางโจว…

