‘ก้องศักด’ ปิ๊งไอเดียเปิดซีเกมส์ไทย หลังเห็นหางโจวเกมส์อลังการ เล็งใช้เทคโนโลยีมากขึ้น
หลังจากมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 “หางโจวเกมส์” มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ที่หางโจว โอลิมปิก สปอร์ต เซ็นเตอร์ สเตเดียม เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมทั้งในสนาม และทางบ้าน โดยเฉพาะการจุดคบเพลิงที่ฉีกทุกธรรมเนียม ไอเดียกระฉูดให้ประชาชนลงทะเบียนออนไลน์ ร่วมจุดคบเพลิง มีผู้ลงทะเบียนกว่า 105 ล้านคน ก่อนใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์กราฟิก รวมกว่า 105 ล้านคบเพลิงออนไลน์ เป็นมนุษย์ยักษ์เสมือนจริง วิ่งตะลุยเมือง สู่สเตเดียม ก่อนจุดคบเพลิงพร้อมกับ หวัง ซุน ยอดนักว่ายน้ำ เป็นสัญญาณเปิดหางโจวเกมส์อย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ เจ้าภาพยังเลิกใช้พลุเพื่อลดมลพิษทางอากาศ แต่ใช้พลุแบบดิจิทัล
“บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวถึงพิธีเปิดของหางโจวเกมส์ว่า จะมีมุมที่ไปใช้กับซีเกมส์ ที่ไทยเป็นเจ้าภาพในปีหน้าได้หรือไม่ โดยผู้ว่าการ กกท.กล่าวว่า การจัดของประเทศจีน มั่นใจได้อยู่แล้วเรื่องมาตรฐาน การให้ความสำคัญกับกีฬาที่เป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ดี ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง ภาพความสวยงามของกีฬา การจัดจะให้ยิ่งใหญ่ประทับใจ
ผู้ว่าการ กกท.กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับไทยอาจไม่ได้ทุ่มทุนขนาดนี้ ยอมรับว่าไม่ได้ร่ำรวยแบบจีน หรือประเทศใหญ่ๆ แต่ก็มีเอกลักษณ์ของชาติ ในซีเกมส์หัวใจสำคัญคือการสื่อสาร กีฬาไร้พรมแดน สร้างรักสามัคคีให้เกิดขึ้น
ส่วนที่จีนใช้จุดพลุดิจิทัล แล้วไทยจะไปใช้หรือไม่นั้น ดร.ก้องศักดกล่าวว่า เรื่องเทคโนโลยี คิดอยู่ตลอด ดูหลายประเทศ ดูจากซีเกมส์ มาดูที่จีน เรื่องการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีนั้นแน่นอน มีแน่ แต่ไม่ทิ้งความสำคัญการสื่อสาร ซึ่งการที่จีนเปิดเอเชียนเกมส์อย่างอลังการ ไทยเองก็จะนำมาทบทวนเรื่องเทคโนโลยีด้วย

