ซุบซิบหางโจวเกมส์ ประจำวันที่ 29 กันยายน พ.ศ.2566
0… ถูกเปิดโปงขั้นตอน วิธีการ สูตรสำเร็จในการเรียกเงิน “ค่าหัวคิว” จากเงินรางวัลความสำเร็จของนักกีฬาออกมาเรียบร้อยแล้วสำหรับวงการตะกร้อเมืองไทย สังคมไทยจะได้รับรู้การหักเงินรางวัล เมื่อได้รู้ความจริงว่า นักกีฬาโดนกัน 50% บางรายจากเงินรางวัลนักกีฬา 2 ล้านบาท เหลือให้นักกีฬาแค่ 7 แสนก็เคยมีมาแล้ว หวังว่า “ขบวนการเหลือบไร” ที่เป็น “เนื้อร้าย” ของวงการตะกร้อไทยจะสะดุ้งกันบ้างเมื่อความจริงมันปรากฏออกมาแล้ว หวังต่อไปอีกเช่นกันว่า ผู้มีอำนาจทั้งในสมาคมกีฬาตะกร้อฯ หรือการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ที่กำกับดูแลสมาคมกีฬา “แห่งประเทศไทย” จะไม่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เป็นเพียง “คลื่นกระทบฝั่ง” จะหาวิธีการ “ตัดเนื้อร้าย” พวกนี้อย่าให้มีที่ยืนใน “ทีมชาติไทย” อีกต่อไป ย้ำว่าต้อง “ถอนรากถอนโคน” เท่านั้น เพราะมันคือ เงินหลวง ที่มีวัตถุประสงค์ให้กับนักกีฬาที่สร้างชื่อเสียง ส่วนนี้ไม่เกี่ยวกับโค้ชเพราะมีแยกส่วนอยู่แล้ว ที่สำคัญไม่เกี่ยวกับผู้จัดการทีม
0… นักกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติไทย เข้าชิงกันเองเมื่อวันก่อนช่วยเก็บ 1 ทอง 1 เงินให้ทัพนักกีฬา แสดงให้เห็นว่า เกมฟุตบอลเด็กไทยไม่แพ้ชาติใดจริงๆ เด็กไทยเก่งมากคว้ามาแล้วทั้งระดับโลก ระดับเอเชีย ที่สำคัญอีสปอร์ตเป็นกีฬาที่มีเม็ดเงินมหาศาล เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีอีกทางหนึ่ง ภาครัฐควรผลักดันให้ประเทศไทยเป็น “ฮับ” กีฬาอีสปอร์ต เริ่มจากอาเซียน มีการจัดแข่งอาเซียน, เอเชีย, ระดับโลก แนวทางนี้น่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่หลายฝ่ายควรคิดและนำไปต่อยอด ฝั่งนักกีฬาวันก่อนเห็นวิ่งแก้บนกันในหมู่บ้านนักกีฬาที่หางโจว เข้าไปถามไถ่ได้ความว่า บนไว้ว่าถ้าได้เหรียญทองจะวิ่งรอบหมู่บ้าน แต่ปรากฏว่ารอบหมู่บ้านระยะทาง 20 กม. น้องๆ เลยคุยกันใหม่เอาแค่เบาะๆ 2 กม. พอ 555
0… “เจ้าเหลิม” ธิติสรรณ์ ปั้นโหมด กำปั้นไทยผู้โชคร้ายหลังเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บก่อนไปโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่โตเกียวก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ไม่นาน ทั้งๆ ที่อุตส่าห์คว้าโควต้ามาครองได้แล้ว ปัจจุบันเจ้าตัวกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง แต่คราวนี้เจ้าตัวมาในมาดใหม่ เปลี่ยนท่าดีใจซะแล้ว จากเดิมเจ้าตัวเวลาชนะจะทำท่าดีใจเป็นการป้องหู ราวกับว่า “ก็มาดิค้าบ” แต่ปัจจุบันเจ้าตัวมาดีใจโดยใช้นิ้วชี้มาที่ธงชาติ ราวกับว่า “ข้ามาทำเพื่อชาตินะโว้ย” เหยี่ยวข่าวลองถามเจ้าตัวว่าทำไมเปลี่ยนท่าดีใจ จึงได้ความว่า หลังจากใช้ท่าป้องหูแล้วบาดเจ็บจนอดไปโอลิมปิกเกมส์ คราวนี้เลยเปลี่ยนท่าใหม่แก้เคล็ดซะเลย หวังว่าคราวนี้จะแก้ตัว คว้าตั๋วไปโอลิมปิกเกมส์ ได้ไปลุยที่ปารีส 2024 สมใจนะ
0… อีกหนึ่งกิจกรรมที่บรรดานักกีฬา และเจ้าหน้าที่ทุกชาติฮิตกันมาในช่วงมหกรรมกีฬานั่นคือ การแลกเปลี่ยนสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ เป็นที่ระลึก “น้องเทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ที่เสร็จศึกใหญ่ไปแล้วด้วยการป้องกันเหรียญทอง รุ่น 49 กก.หญิง หอบหิ้วถุง “พินทัพไทย” ถุงใหญ่แลกเปลี่ยนกับทัพนักกีฬาจากชาติต่างๆ กันอย่างสนุก จอมเตะสาวไทยไปเจอของดี ของแรร์ไอเท็มจากชาติไหนไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ มาแบบยกพวงมีเข็มกลัดอย่างดี งานนี้น้องเทนนิสบอกว่า ของดีมีราคาจ้า

