‘เทพบิว’ ทุบสถิติตัวเอง คว้าเหรียญเงิน 100 เมตรในรอบ 25 ปีทัพไทย

30.09.23 | 21:03 น.

‘เทพบิว’ ทุบสถิติตัวเอง คว้าเหรียญเงิน 100 เมตรในรอบ 25 ปีทัพไทย

การแข่งขันกรีฑา ในมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 “หางโจวเกมส์” ชิงชัยต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ที่หางโจว โอลิมปิก สปอร์ต เซ็นเตอร์ สเตเดียม เมื่อวันที่ 30 กันยายน

ไฮไลต์อยู่ที่รายการวิ่ง 100 เมตรชาย ซึ่งในรอบรองชนะเลิศ “บิว” ภูริพล บุญสอน ลมกรดหนุ่มทีมชาติไทย เจ้าของสถิติประเทศไทย วิ่ง 100 เมตร เวลา 10.09 วินาที และวิ่ง 200 เมตร เวลา 20.37 วินาที ลงแข่งขันฮีตที่ 2

ผลปรากฏว่า ภูริพล ออกตัวไม่ดีนัก แต่ควบเร่งสปีดแซงคู่แข่งเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 2 ของฮีตด้วยเวลา 10.06 วินาที ทุบสถิติดีที่สุดของตัวเอง และสถิติประเทศไทยของตัวเองเช่นกัน พร้อมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

ขณะที่ “ต้า” สรอรรถ ดาบบัง เจ้าของ 2 เหรียญทอง ซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่กัมพูชา ลงแข่งขันรอบรองชนะเลิศ ฮีตที่ 3 ออกสตาร์ทตามหลัง แต่ฮึดควบฝีเท้าเข้าป้ายเป็นอันดับ 2 ของฮีต ด้วยเวลา 10.16 วินาที ทำลายสถิติดีที่สุดของตัวเอง พร้อมกับผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้เช่นกัน

Advertisement

จากนั้นในรอบชิงชนะเลิศ “เทพบิว” ภูริพล บุญสอน แม้ว่าจะออกสตาร์ตช้าแต่ก็ยังเร่งเครื่องจนเข้าเป็นอันดับ 2 ได้ด้วยเวลา 10.02 ทุบสถิติตัวเองและสถิติประเทศไทยอีกครั้ง ภายใน 2 ชั่วโมง คว้าเหรียญเงินไปครอง ส่วนเหรียญทองเป็นของ เซียะ เจิ้งเย่ จากจีน ที่วิ่งได้ 9.97 วินาที และเหรียญทองแดง ฟาห์มี่ มูฮัมหมัด อัซซีม บิน โหมด จาก มาเลเซีย 10.11 วินาที ส่วนสรอรรถ ออกสตาร์ทฟาล์ว ทำให้พลาดโอกาสลุ้นเหรียญอย่างน่าเสียดาย

ทั้งนี้นับเป็นเหรียญเงินวิ่ง 100 เมตรชาย เอเชี่ยนเกมส์ ในรอบ 25 ปีของทัพกรีฑาไทย นับตั้งแต่ เหรียญชัย สีหะวงษ์ อดีตยอดลมกรดไทยที่เคยคว้าเหรียญเงิน ในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ ครั้งที่ 13 ที่กรุงเทพฯ เมื่อปี 1998

ส่วนวิ่ง 100 เมตรหญิง รอบชิงชนะเลิศ “น่าน” ศุภานิช พูลเกิด ลดกรมสาวไทย พยายามฮึดเร่งตามกลุ่มนำก่อนเข้าเส้นชัยอันดับ 4 ด้วยเวลา 11.35.341 วินาที ซึ่งเป็นสถิติที่ดีที่สุดของตัวเอง แต่พลาดคว้าเหรียญทองแดงอย่างน่าเสียดาย

ศุภนิช พูลเกิด กล่าวหลังการแข่งขันว่า ความจริงหวังลึกๆ ที่เหรียญทองแดง แต่แพ้กันแค่เศษเสี้ยววินาที เสียดายมากๆ จุดที่มาแพ้ บาร์เรน เป็นจังหวะตอนเช้าเส้นชัย ตอนที่กดหัวเข้าแต่ก็พอใจกับสถิติตัวเองที่สามารถทำลายสถิติตัวเองได้อีกรอบ

“ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังเสมอมา ขอบคุณแม่ที่คอยอยู่เคียงข้าง และให้กำลังใจมาตลอด ครั้งนี้ทำเต็มที่แล้ว ยังเหลือรายการอีก 1 รายการในวันที่ 3 ตุลาคมนี้ เป็นวิ่งผลัด 4×100 เมตร แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนตัว แต่เราก็ซ้อมกันมาด้วยกัน มั่นใจกันมากว่าจะทำออกมาให้ดีที่สุด”

ด้านผลกรีฑารายการอื่น ดังนี้ กระโดดค้ำชาย รอบชิงชนะเลิศ ภาสพงศ์ อ่ำสำอาง ทำสถิติ 5.55 เมตร (ซีซั่น เบสต์​) ได้อันดับ 4 ชวดคว้าเหรียญทองแดงอย่างน่าเสียดาย ส่วนอีกคน กสิณภพ ชมชะนัด ทำสถิติ 5.30 เมตร ได้อันดับ 7 ด้านขว้างค้อนชาย รอบชิงชนะเลิศ​ กิตติพงษ์ บุญมาวัน ทำสถิติ 55.20 เมตร ได้อันดับ 13