ผ่านครึ่งทาง ‘หางโจวเกมส์’ เป้าหมายเหรียญทองที่ยังลุ้นหนัก
ผ่านพ้นไปแล้วครึ่งทางสำหรับการแข่งขันมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 “หางโจวเกมส์” ที่นครหางโจว ประเทศจีน โดยทัพนักกีฬาทีมชาติไทยเร่งเครื่องทำผลงานคว้าเหรียญทองมาได้ตามลำดับ
“หางโจวเกมส์” ชิงชัยทั้งหมด 481 เหรียญทองจาก 40 ชนิดกีฬา โดยทัพนักกีฬาไทยเข้าร่วมทำศึกเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ทั้งหมด 939 คน แบ่งเป็นนักกีฬาชาย 508 คน และนักกีฬาหญิง 431 คน
ความคาดหวังของทัพไทยในศึกเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ตั้งเป้าหมายไว้ 2 ส่วน ในส่วนแรก การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ประเมินความคาดหวังจากสมาคมกีฬาที่ตั้งเป้าไว้รวมกัน 23 เหรียญทอง และส่วนที่สองจากการแถลงข่าว “มีต เดอะ เพรส” ของสมาคมผู้สื่อข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย ที่แต่ละสมาคมกีฬาประกาศเป้าหมายรวมกันที่ 15 เหรียญทอง

ส่วนแรกความคาดหวังของ กกท. 23 เหรียญทอง ประกอบด้วย มวยสากล 5 เหรียญทอง, เซปักตะกร้อ 3 เหรียญทอง, กรีฑา 3 เหรียญทอง, ยูยิตสู 1 เหรียญทอง, คาราเต้ 2 เหรียญทอง ส่วนเทควันโด, ยิงปืน, อีสปอร์ต, เรือใบ, ขี่ม้า, โรลเลอร์สเก็ต, จักรยาน, กาบัดดี้, เรือแคนู-คยัค ตั้งเป้ากีฬาละ 1 เหรียญทอง
ขณะที่เป้าหมายในงานมีต เดอะ เพรส ของสมาคมผู้สื่อข่าวช่างภาพกีฬาฯ 15 เหรียญทอง มาจาก มวยสากล 1 เหรียญทอง, เซปักตะกร้อ 4 เหรียญทอง, ยูยิตสู 1 เหรียญทอง, เทควันโด 1 เหรียญทอง, ยิงปืน 2 เหรียญทอง, อีสปอร์ต 1 เหรียญทอง, เรือใบ 1 เหรียญทอง, โรลเลอร์สเก็ต 2 เหรียญทอง, กาบัดดี้ 1 เหรียญทอง และเรือแคนูคยัค 1 เหรียญทอง
อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านครึ่งทางของการแข่งขันหางโจวเกมส์ ทัพไทยทำผลงานคว้ามาได้แล้ว 8 เหรียญทอง เกินครึ่งของเป้าหมายส่วนแรกของทาง มีต เดอะ เพรส ของสมาคมผู้สื่อข่าวช่างภาพกีฬาฯ แต่ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งที่แต่ละสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ได้ยื่นเป้าหมายไว้กับ กกท.

เริ่มต้นกันที่เทควันโดตั้งเป้าหมายตอนแรกไว้เพียงแค่ 1 เหรียญทอง แต่กลับทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเกินเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ จอมเตะสาวไทยที่คว้าแชมป์ที่ 49 ของตัวเอง และป้องกันแชมป์เอเชี่ยนเกมส์ สมัยที่ 2 ในรุ่น 49 กก.ส่งท้ายได้อย่างระทับใจในมหกรรมกีฬาระดับเอเชียหนสุดท้ายของตัวเอง
ขณะที่อีกหนึ่งเหรียญทองของเทควันโดได้จากจอมเตะฝ่ายชาย “หยู” บัลลังก์ ทับทิมแดง ในรุ่น 63 กก.ชาย พร้อมปิดฉากผลงานของเทควันโดด้วยการคว้ารวมได้ 2 เหรียญทอง และ 2 เหรียญเงิน ซึ่งนับว่าเป็นชนิดกีฬาที่ทำผลงานได้เกินเป้าหมาย แต่ไม่เหนือความคาดหมาย

ถัดมาที่เรือใบได้มีการตั้งเป้าหมายตอนแรกไว้ที่ 1 เหรียญทอง แต่ก็สามารถทำผลงานได้เกินเป้าหมายเช่นกันด้วยการคว้าไปได้ 2 เหรียญทอง จาก ม.ล.เวฆา ภาณุพันธ์ ในประเภท ILCA 4 ชาย และ นพภัสสร ขุนบุญจันทร์ ในประเภท ILCA 4 หญิง ถือว่าสอบผ่านได้อย่างยอดเยี่ยม
นอกจากนี้ วินด์เซิร์ฟ เป็นกีฬาที่สร้างความเซอร์ไพรส์ด้วยการคว้าได้ 1 เหรียญทองจาก“ดาว” ศิริพร แก้วดวงงาม ในประเภทอาร์เอสเอ็กซ์ หญิง ซึ่งนับเป็นเหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ในรอบ 25 ปีของกีฬาวินด์เซิร์ฟไทย รวมทั้งยังคว้าได้อีก 1 เหรียญเงินจาก “โอ๊ต” ณัฐพงษ์ โพธิ์นพรัตน์ ในประเภทอาร์เอสเอ็กซ์ชาย ส่วนไคท์บอร์ดได้ 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดงอีกด้วย

อีสปอร์ต ตั้งความหวังไว้ก่อนมาหางโจว 1 เหรียญทอง และสามารถทำได้สำเร็จตามเป้าหมาย และยังเป็นเหรียญทองแรกในประวัติศาสตร์ของทัพอีสปอร์ตไทยในเอเชี่ยนเกมส์จาก “TDKeane” ธีเดช ทรงสายสกุล ลูกชายของ “ซัมเมอร์ฮิลล์” ชุมพตน์ ทรงสายสกุล คอลัมนิสต์ชื่อดังค่ายสยามสปอร์ต ที่แย่งแชมป์มาจากเพื่อนร่วมชาติอย่าง “JUBJUB” พัฒนศักดิ์ วรนันท์ ทำให้คว้ากันไป 1 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน
เซปักตะกร้อแม้จะมีดราม่าเรื่องหักหัวคิวเงินรางวัลของนักกีฬา แต่ไม่เป็นปัญหาสำหรับนักฟาดไทยในสนามแข่งขันที่ช่วยกันคว้ามาแล้ว 2 เหรียญทองจากประเภททีมชุดชาย และทีมชุดหญิง โดยยังเหลืออีก 2 เหรียญทองให้ได้ลุ้นจากประเภททีมเดี่ยวชาย และทีมเดี่ยวหญิง ซึ่งเชื่อว่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ 4 เหรียญทอง
ส่วนเทเบิลเทนนิสเป็นอีกชนิดกีฬาที่แม้จะไม่มีเหรียญทอง แต่การคว้าเหรียญทองแดงจากประเภททีมหญิงได้สำเร็จ ถือเป็นความสำเร็จอันยอดเยี่ยม เพราะเป็นการคว้าเหรียญรางวัลแรกในประวัติศาสตร์ของทัพลูกเด้งไทยในศึกเอเชี่ยนเกมส์ ภายในการบริหารงานยุคใหม่ของสมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย ที่สร้างผลงานกระหึ่มมาต่อเนื่องในหลายปีที่ผ่านมา

ด้านยิงปืนเป็นชนิดกีฬาที่ต้องบอกว่าทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังเลยทีเดียว โดยตอนแรกตั้งเป้าหมายไว้สูงถึง 2 เหรียญทองจาก “ธันย่า” ธันยพร พฤกษากร ในประเภทปืนสั้นสตรี 25 เมตร รวมถึงมีความหวังจากประเภทปืนสั้นยิงเร็ว, ปืนสั้นสตรี 25 เมตร และปืนยาว 3 ท่า แต่กลับไม่มีเหรียญรางวัลติดมือกลับไปเลย
แต่ยังมีกีฬายิงเป้าบินที่ผนึกกำลังกันคว้าเหรียญทองแดง จากประเภททีมสกีตหญิงที่ประกอบด้วย “ณี” สุธิยา จิวเฉลิมมิตร, “วอร์ม” อิศราภา อิ่มประเสริฐสุข และ “น้ำหวาน” นัชญา สุทธิ์อาภรณ์ ที่ช่วยกันยิงทำแต้ม แต่ไม่สามารถไปได้ถึงเหรียญทอง
สำหรับหลังจากนี้ยังมีอีกหลายชนิดกีฬาของทัพไทยให้ได้ลุ้นเหรียญทองกันได้หลายเหรียญเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น มวยสากล ที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ถึงหรียญทอง มีผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ตุนเหรียญกันไว้แล้ว, เซปักตะกร้อให้ลุ้นอีก 2 เหรียญทอง, กอล์ฟอยู่ในกลุ่มนำมาตลอดทั้งบุคคลและทีม, กรีฑายังลุ้นได้ประเภทลู่และลาน, ยูยิตสูอีก 1 เหรียญทอง, คาราเต้ 2 เหรียญทอง, ขี่ม้า, โรลเลอร์สเก็ต, จักรยาน, กาบัดดี้ ที่ยังได้ลุ้น
กีฬาที่ไม่ได้ตั้งเป้าถึงเหรียญทองแต่ก็มีลุ้นอย่างแบดมินตัน ประเภทบุคคล ถึงแม้ว่าการลุ้นแชมป์ในแผ่นดินจีนที่เป็นมหาอำนาจในกีฬานี้จะหนักหนาสาหัส แต่ “วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ แชมป์โลกชายเดี่ยวคนล่าสุด ก็ฝ่าด่านสร้างเซอร์ไพรส์มาแล้ว รวมทั้งคู่ผสม “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ กับ “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย ก็เคยล้มคู่ความหวังของจีนให้เห็นกันอยู่เรื่อยๆ

นอกจากเป้าหมายเหรียญรางวัลแล้ว การชิงตั๋วโอลิมปิกเกมส์หรือการสะสมคะแนนอันดับโลก เพื่อลุยปารีส 2024 ในปีหน้า ก็เป็นสิ่งที่หลายชนิดกีฬาต้องการควบคู่ไปกับเหรียญในมหกรรมนี้
อีกครึ่งทางที่เหลือของหางโจวเกมส์ เราจะยังคงได้ฟังเพลงชาติไทยบนแผ่นดินจีนอีกแน่นอน แต่จะกี่ครั้ง ดังขนาดไหน คอยติดตามและให้กำลังใจกันไปจนถึงวันที่ 9 ตุลาคม

