‘โกเมธ’ ร่ำไห้เปิดใจหลังคว้าเหรียญเงินจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ให้ทัพ อชก. ไทย

1.10.23 | 13:34 น.

‘โกเมธ’ ร่ำไห้เปิดใจหลังคว้าเหรียญเงินจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ให้ทัพ อชก. ไทย

หลังจาก “เอ้” โกเมธ สุขประเสริฐ นักกีฬาไทยคนแรกที่คว้าตั๋วลุยโอลิมปิกเกมส์ 2024 คว้าเหรียญเงินให้กับทีมจักรยานไทยในประเภทบีเอ็มเอ็กซ์

หลังจบการแข่งขัน โกเมธถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยความเสียดายที่พลาดการคว้าเหรียญทองกลับมาฝากพี่น้องประชาชนชาวไทย อย่างไรก็ตาม การที่โกเมธคว้าเหรียญเงินบีเอ็มเอ็กซ์เรซซิ่งชายมาครองได้สำเร็จนับเป็นเหรียญประวัติศาสตร์ที่ประเทศไทยได้เหรียญรางวัลเป็นครั้งแรกจากนักกีฬาบีเอ็มเอ็กซ์ชาย

“เอ้” โกเมธ เปิดเผยว่า การได้เหรียญเงินในครั้งนี้ก็รู้สึกเสียใจนิดหน่อย แต่ผมก็พยายามอย่างเต็มที่ และทำดีที่สุดแล้ว จริงๆ แล้วผมสู้กับนักปั่นญี่ปุ่นได้ และพยายามหาช่องแซงช่วงแทร็กสอง แต่ด้วยความที่ผมอยู่ด้านในสุดก็กลัวว่าจะไปทำฟาวล์ไปเหยียบเส้นขาวจึงเบากำลังขาลง และตอนนั้นคิดว่าขอให้ได้เหรียญรางวัลก็พอ เพราะถ้าแลกเกมกันมากกว่านี้อาจจะเกิดอุบัติเหตุล้มลงไปด้วยกันทั้งคู่ อย่างไรก็ตาม ก็ดีใจที่สามารถคว้าเหรียญเงินมาฝากพ่อแม่พี่น้องชาวไทยทุกคน และเป็นเหรียญแรกของสมาคมกีฬาจักรยานฯ ขอขอบคุณทุกๆ ท่านที่คอยติดตามเชียร์และให้การสนับสนุนพวกเรามาตลอด ขอขอบคุณ พล.อ.เดชา เหมกระศรี นายกสมาคม ที่คอยดูแลพวกเราเป็นอย่างดี ขอบคุณผู้ฝึกสอนและเจ้าหน้าที่ในทีมทุกคน”

ด้าน “เสธ.หมึก” พล.อ.เดชากล่าวว่า ตอนนี้สมาคมกีฬาจักรยานฯ ทำได้ตามเป้าหมายแล้ว คือการคว้าเหรียญใดเหรียญหนึ่งในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ โดยเฉพาะประเภทบีเอ็มเอ็กซ์ เราตั้งความหวังไว้ว่าต้องติด 1 ใน 3 อันดับแรก สำหรับโกเมธก็หวังลึกๆ ว่าอาจจะได้เหรียญทอง แต่ตนเคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไปก่อนหน้านี้แล้วว่าจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์นั้นแพ้-ชนะกันนิดเดียว ในรอบแรกทั้ง 3 โมโต โกเมธทำผลงานดีมาก แต่ในรอบชิงชนะเลิศก็มาเสียจังหวะนิดหน่อย ประการแรกเราเสียเปรียบในเรื่องการเลือกช่องสตาร์ต ประการที่สองหลังจากสตาร์ตมาแล้วมีนักกีฬาบางคนใช้วิธีบังไลน์ไม่ให้โกเมธขึ้นได้ แต่เขาก็ไม่ได้ผิดกติกา ทำให้โกเมธชะงักในช่วงแรก พอมาช่วงท้ายก็ไล่ไม่ทันทำให้แพ้นักปั่นญี่ปุ่นไปเพียงเสี้ยววินาที ก็ถือว่าโกเมธทำดีที่สุดแล้ว

Advertisement

พล.อ.เดชากล่าวอีกว่า ส่วนนักกีฬาหญิงคงต้องกลับไปแก้ไขปรับปรุงอีกเยอะ สิ่งสำคัญคือสรีระร่างกายของนักปั่นไทยตัวเล็กกว่าชาติอื่นๆ ก็ค่อนข้างเสียเปรียบ นอกจากนี้ นักกีฬาประเภทลู่ก็ต้องปรับเช่นกัน หลังจากนี้สมาคมกีฬาจักรยานฯ จะส่งนักกีฬาลู่มาฝึกที่ประเทศจีนอีกครั้ง จากการที่ได้หารือกับ มร.ช่วย ต้าเหลียน ประธานสมาคมจักรยานสาธารณรัฐประชาชนจีน เขายินดีให้เราส่งนักกีฬาไปฝึกอยู่ที่นครเซี่ยงไฮ้ รวมทั้งที่นครหางโจวด้วย ก่อนจะไปแข่งขันจักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์เอเชีย 2024 ที่ประเทศอินเดีย ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งมีการเก็บคะแนนสะสมไปโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่ประเทศฝรั่งเศส นอกจากนี้ จาย อังค์สุธาสาวิทย์ ที่เก็บตัวอยู่ศูนย์ฝึกจักรยานโลก (WCC) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก็จะไปร่วมแข่งขันด้วย

“ในเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้นักปั่นประเภทลู่ระยะสั้นของเราหลายคนมีผลงานที่น่าพอใจ เช่น ร.ต.ท.หญิง พรรณรายณ์ ราษี ที่สร้างประวัติศาสตร์เข้าถึงรอบ 8 คนสุดท้ายในรายการสปรินท์บุคคลหญิง รวมถึงนักกีฬาคนอื่นๆ ด้วย สมาคมกีฬาจักรยานฯ ทำงานต่อเนื่องไม่มีหยุดพัก เหมือนการตีเหล็กต้องตีตอนร้อนๆ เราจะส่งนักกีฬาประเภทลู่มาเก็บตัวที่จีนประมาณ 2 เดือน โดยจัดหางบประมาณมาเอง เนื่องจากรายการชิงแชมป์เอเชียไม่มีงบประมาณจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) สมาคมต้องจัดหาเอง ส่วนการเก็บตัวก่อนมาแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ กกท.ได้ให้การสนับสนุนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด” พล.อ.เดชากล่าว

นายกสองล้อไทยกล่าวเสริมว่า การแข่งขันจักรยานในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ ทั้งประเภทเสือภูเขา, ประเภทลู่ และประเภทบีเอ็มเอ็กซ์ แข่งขันจบไปแล้ว ยังเหลือประเภทถนน ซึ่งในวันที่ 3 ตุลาคม จะแข่งรายการไทม์ไทรอัลบุคคลชาย-หญิง วันที่ 4 ตุลาคม แข่งขันรายการโรดเรซบุคคลหญิง และวันที่ 5 ตุลาคม แข่งขันรายการโรดเรซบุคคลชาย โดยสมาคมตั้งความหวังไว้อีก 1 คน คือ “บีซ” จุฑาธิป มณีพันธุ์ ว่ามีลุ้นติด 1 ใน 3 ในรายการโรดเรซหรือไม่ หากจุฑาธิปสามารถเกาะกลุ่มนำมาได้แล้วมาสปรินท์หน้าเส้นชัยสู้กับ เหงียน ธิ ทัต จากเวียดนาม รวมทั้งนักปั่นจากจีน อินโดนีเซีย คาซัคสถาน ก็มีโอกาสสูงที่จะได้เหรียญรางวัล นอกจากนี้ ก็ลุ้นจาก “มะตูม” พีระพล ชาวเชียงขวาง ในรายการไทม์ไทรอัล ต้องขอแรงใจจากพี่น้องประชาชนชาวไทยมาร่วมเชียร์นักปั่นถนนแข่งขันอีก 4 เหรียญทองในประเภทถนน หากเราได้เหรียญเพิ่มก็ถือว่าเป็นกำไร และเกินเป้าหมายที่เราตั้งเอาไว้

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันจักรยานในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ประเภทถนน ในวันที่ 3 ตุลาคม มีชิง 2 เหรียญทอง จากรายการไทม์ไทรอัลบุคคลหญิง นักกีฬาไทย ได้แก่ “แพร” เพชรดารินทร์ สมราช เริ่มแข่งขันเวลา 09.00 น. และไทม์ไทรอัลบุคคลชาย นักกีฬาไทย ได้แก่ “มะตูม” พีระพล ชาวเชียงขวาง เริ่มแข่งขันเวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง