‘ปัทมา’ รับผิดหวังผลงานแบดไทยในเอเชี่ยนเกมส์ แต่ยืนยันทุกคนสู้เต็มที่แล้ว
คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ กล่าวถึงผลงานของแบดมินตันไทยในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 “หางโจวเกมส์” ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน ว่า ผลงานของทีมนักกีฬาแบดมินตันไทย คว้า 1 เหรียญทองแดงจากประเภททีมหญิง เป้าหมายที่สมาคมฯ ตั้งไว้ในการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ คือ อย่างน้อยต้องมีเหรียญรางวัลจากการแข่งขัน ซึ่งเป็นไปที่สมาคมได้แถลงไว้ตั้งแต่งาน “มีทเดอะเพรส” รวมถึงเป้าหมายที่แจ้งไว้ต่อคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย อย่างไรก็ตาม การที่ทีมแบดมินตันไทยทำผลงานได้เพียง 1 เหรียญทองแดง ตนก็รู้สึกเสียใจ ที่ทำให้แฟนกีฬาแบดมินตันผิดหวัง
หากพิจารณาถึงความคาดหวังของแฟนกีฬาแบดมินตันชาวไทยแน่นอนว่า ทุกคนน่าที่จะผิดหวังกับผลงานนักกีฬาแบดมินตันไทย ที่ควรจะคว้าเหรียญรางวัลได้มากกว่านี้ แต่ต้องยอมรับว่า กีฬาแบดมินตันในเอเชี่ยนเกมส์เปรียบเสมือนกับศึกชิงแชมป์โลก จะเห็นได้จากบรรดาแชมป์โลกครั้งล่าสุดทั้ง 5 ประเภท รวมทั้งนักกีฬามือระดับท็อปของโลกเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ต่างเข้าร่วมการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ในครั้งนี้ ทำให้การแข่งขันในทุกประเภทต่างมีความเข้มข้นเป็นอย่างมาก และมีความกดดันที่สูง เนื่องจากเป็นมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ของชาวเอเซีย ซึ่งเราได้เห็นกันตั้งแต่ในการแข่งขันประเภททีม ที่มีหลายแมตช์แข่งขันที่เกิดการพลิกล๊อคอย่างมากมาย บรรดามือ 1 ของโลกหรือแม้แต่เจ้าของแชมป์โลกต่างต้องพลาดท่าปราชัยให้กับคู่แข่ง
คุณหญิงปัทมากล่าวอีกว่า สำหรับการแข่งขันในประเภททีมหญิง ทีมชาติไทยทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ คือ เข้ารอบรองขนะเลิศ ก่อนที่จะแพ้เกาหลีใต้ ในรอบรองชนะเลิศไป 3 ต่อ 1 คู่และในการแข่งขันครั้งนี้ ทีมเกาหลีใต้ก็เป็นทีมที่คว้าแชมป์เหรียญทองไปได้สำเร็จ โดยพิชิตเจ้าภาพ จีน 3 ต่อ 0 ขณะเดียวกัน ในประเภทบุคคลที่เรามีความหวัง เช่น ประเภทคู่ผสม “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ กับ “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย ก็ต้องถือว่า โชคไม่ดีที่จับฉลากมาพบกับเกาหลีใต้ซึ่งเป็นคู่แชมป์โลกล่าสุดในรอบ 16 คนสุดท้าย ต้องยอมรับว่าในช่วงนี้เป็นช่วงที่คู่ผสมแชมป์โลกจากเกาหลีใต้กำลังมีฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงมาก จนคู่บาส กับ ปอป้อไม่สามารถต้านทานได้ ขณะที่ในอีกประเภทที่มีความหวัง คือ ประเภทชายเดี่ยว ทีมไทยส่ง “วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ แชมป์โลกคนล่าสุดลงทำการแข่งขัน ต้องยอมรับว่าการเดินทางไปแข่งขันในเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ของกุลวุฒิ มีสภาพร่างกายที่ไม่เต็มร้อยนัก จากปัญหาอาการตึงที่หลัง และก่อนการแข่งขัน 2 สัปดาห์ กุลวุฒิป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ จนต้องแอดมิทที่โรงพยาบาลถึง 4 วัน ส่งผลให้ต้องกลับมาฟื้นฟูสภาพความฟิตทั้งหมดใหม่ ร่างกายจึงแข็งแกร่งในการแข่งขันครั้งนี้ จนพลาดท่าแพ้ หลี่ จี้เจี๋ย จาก มาเลเซียไป และที่สำคัญที่สุด คือการแข่งขันแบดมินตันในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ ถือว่าเป็นบทเรียนสำคัญ ที่ทางสมาคมจะนำมาปรับปรุงและวางแผน เพื่อเตรียมทีมนักกีฬาแบดมินตันไทย ที่จะเดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ คือ การคว้าเหรียญรางวัลเป็นครั้งแรกในโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในปีหน้า

