ส่องกล้องดูผล ‘ทัพกีฬาไทย’ ในศึกหางโจวเกมส์
มหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 หางโจวเกมส์ ที่นครหางโจว ประเทศจีน เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว เจ้าภาพจีนเข้าป้ายคว้าเจ้าเหรียญทองสมัยที่ 10 ไปแบบไม่พลิกโผ ปล่อยให้ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ อีกสองมหาอำนาจกีฬาเอเชียแย่งอันดับ 2 ในตารางเหรียญกันไป
ขณะที่ทัพนักกีฬาไทยที่เป็นทัพใหญ่ที่สุดในเอเชี่ยนเกมส์หนนี้ ยังหยุดอยู่ที่ 10 เหรียญทองมาหลายวันแล้ว โดยได้มาจากเทควันโด 2 เหรียญ เทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ในรุ่น 49 กก.หญิง และ หยู บัลลังก์ ทับทิมแดง ในรุ่น 63 กก.ชายกอล์ฟก็สร้างเซอร์ไพรส์หยิบ 2 เหรียญทอง จากประเภทบุคคล โปรเปียโน อาภิชญา ยุบล โชว์ฟอร์มเหมาทั้งแชมป์บุคคลหญิง และรวมพลังกับ โปรปลาย พัชจุฑา คงกระพันธ์, แพงกี้ เอลล่า แกลิตสกีย์ ได้เหรียญทองประเภททีมอีก
เรือใบได้ 2 เหรียญทอง จาก ม.ล.เวฆา ภาณุพันธ์ ในประเภท ILCA 4 ชาย และ นพภัสสร ขุนบุญจันทร์ ในประเภท ILCA 4 หญิง วินด์เซิร์ฟได้ 1 เหรียญทอง จาก ดาว ศิริพร แก้วดวงงาม ในประเภทอาร์เอสเอ็กซ์หญิง ซึ่งนับเป็นเหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ในรอบ 25 ปีของกีฬาวินด์เซิร์ฟไทย อีสปอร์ต 1 เหรียญทอง จาก TDKeane ธีเดช ทรงสายสกุล และกีฬาความหวังเจ้าประจำอย่างตะกร้อที่ได้มาแล้ว 2 เหรียญทอง จากประเภททีมชุดชาย และทีมชุดหญิง โดยยังเหลืออีก 2 เหรียญทอง ให้ได้ลุ้นจากประเภททีมเดี่ยวชายและทีมเดี่ยวหญิง ซึ่งก็ไม่น่าจะพลิกโผ
อย่างไรก็ตาม ก่อนการเดินทางมาแข่งขันได้มีการประเมินความหวังเหรียญทองของทัพไทยในครั้งนี้อยู่ 2 โพลด้วยกัน คือ สมาคมผู้สื่อข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย ทุกสมาคมมาแถลงยืนยันความพร้อมและสรุปยอดว่าจะได้ 15 เหรียญทอง มาจาก มวยสากล 1 เหรียญทอง, เซปักตะกร้อ 4 เหรียญทอง, ยูยิตสู 1 เหรียญทอง, เทควันโด 1 เหรียญทอง, ยิงปืน 2 เหรียญทอง, อีสปอร์ต 1 เหรียญทอง, เรือใบ 1 เหรียญทอง, โรลเลอร์สเก็ต 2 เหรียญทอง,
กาบัดดี้ 1 เหรียญทอง และเรือแคนูคยัค 1 เหรียญทอง
ขณะที่การหารือกับการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และประเมินความหวังร่วมกัน อยู่ที่ 23 เหรียญทอง ประกอบด้วย มวยสากล 5 เหรียญทอง, เซปักตะกร้อ 3 เหรียญทอง, กรีฑา 3 เหรียญทอง, ยูยิตสู 1 เหรียญทอง, คาราเต้ 2 เหรียญทอง ส่วน เทควันโด, ยิงปืน, อีสปอร์ต, เรือใบ, ขี่ม้า, โรลเลอร์สเก็ต, จักรยาน, กาบัดดี้, เรือแคนูคยัค ตั้งเป้ากีฬาละ 1 เหรียญทอง
เมื่อดูจากความเป็นไปได้ในตอนนี้แล้ว เป้าหมาย 23 เหรียญทอง คงเป็นไปไม่ได้แน่นอนแล้ว ส่วนอีกโพลที่ 15 เหรียญทอง ถึงแม้จะมีโอกาสแต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเสียทีเดียว ถึงแม้ตะกร้อจะมี 2 เหรียญทอง จากทีมเดี่ยวชายและทีมเดี่ยวหญิง แต่กีฬาที่การันตีเหรียญทองหลังจากนี้คงไม่มีแล้ว ต้องมาลุ้นกันที่เซอร์ไพรส์ล้วนๆ
เมื่อพิจารณาแบบรายสมาคมกีฬา มีเพียงไม่กี่สมาคมเท่านั้นที่ทำได้ถึงเป้าหรือดีกว่าเป้าที่ประกาศเอาไว้ ขนาดว่าเอาแค่เป้าหมาย 15 เหรียญทอง ก็ตามที
จากชนิดกีฬาที่แข่งขันจบไปแล้ว และยืนยันว่าจะได้เหรียญทองในหางโจวเกมส์ เทควันโด, เรือใบ, กอล์ฟ, วินด์เซิร์ฟ นับเป็นชนิดกีฬาที่ทำผลงานได้ทะลุเป้า เทควันโดกับเรือใบตั้งเป้าอย่างละ 1 เหรียญทอง แต่ได้มาถึง 2 เหรียญ ขณะที่กอล์ฟได้ 2 เหรียญทอง วินด์เซิร์ฟ 1 เหรียญทอง ทั้งๆ ที่ไม่ได้ระบุว่าจะได้มาก่อน ด้านอีสปอร์ตเป็นไปตามเป้าหมาย 1 เหรียญทอง ที่วางไว้ จนถึงตอนนี้มีเพียง 5 กีฬาเท่านั้น ที่พิสูจน์แล้วว่า ทำได้อย่างที่พูด
ส่วนกีฬาอย่างมวยสากลที่ตั้งเป้า 1 เหรียญทอง ได้มา 3 เหรียญเงิน 4 เหรียญทองแดง อาจจะบอกว่าพลาดเป้า แต่ถ้ามองจากการได้โควต้าโอลิมปิกเกมส์ 4 คนด้วยกัน คือ รุ่น 50 กก.หญิง จุฑามาศ รักสัตย์, รุ่น 66 กก.หญิง จันทร์แจ่ม สุวรรณเพ็ง, รุ่น 51 กก.ชาย เหลิม ธิติสรรณ์ ปั้นโหมด, รุ่น 60 กก.หญิง ธนัญญา สมนึก ก็บอกได้ว่าการส่งมาแข่งขันก็คุ้มค่า เพราะตั๋วโอลิมปิกก็มีค่ามากจริงๆ สำหรับการลุ้นเหรียญในปารีส 2024
เซปักตะกร้อที่ตั้งเป้า 4 เหรียญทอง ได้มาแล้ว 2 เหรียญ เหลือลุ้นอีก 2 รายการ ในประเภททีมเดี่ยวชายและทีมเดี่ยวหญิง ถ้าไม่พลาด ก็ถือว่าเป็นไปตามเป้า ซึ่งก็ต้องบอกว่าพลาดยาก
กีฬาที่ไม่ได้ตามเป้า ถ้ามองแค่ความหวังเหรียญทอง และแข่งขันจบไปแล้ว คือ ยิงปืน ตั้งเป้าไว้ 2 เหรียญทอง แต่ไม่ได้แม้แต่เหรียญทองเดียว มีแค่ยิงเป้าบินที่ได้เหรียญทองแดงจากสกีต ทีมหญิง แต่ทั้ง 2 กีฬาแยกสมาคมจากกันอย่างชัดเจน เรือแคนูคยัคตั้งเป้าไว้ 1 เหรียญทอง แต่ได้มา 1 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง อาจจะไม่ถึงเป้า แต่ก็ยังพอมองเห็นอนาคต
นอกจากนั้น ยังมีกีฬาที่ตั้งเป้าเหรียญทองไว้แต่ยังแข่งขันไม่จบ คือ ยูยิตสู 1 เหรียญทอง, โรลเลอร์สเก็ต 2 เหรียญทอง, กาบัดดี้ 1 เหรียญทอง ซึ่งก็ต้องบอกว่าเข้าเป้ายากจริงๆ
กีฬาที่ไม่ได้หวังเหรียญทอง ก็ไม่ใช่ว่าจะรอดจากการตัดเกรด เทนนิส, กรีฑา, ยกน้ำหนัก เป็นชนิดกีฬาสากลที่ไทยได้ลุ้นและมีผลงานที่ดีในเอเชี่ยนเกมส์มาตลอด เทนนิสได้มา 1 ทองแดง กรีฑาได้มา 2 เหรียญเงิน ยกน้ำหนักกีฬาความหวังในโอลิมปิกเกมส์ ตอนนี้ยังสู้กับจีน เกาหลีเหนือ ในเอเชี่ยนเกมส์หนนี้ยากมาก
ส่วนกีฬามหาชนอย่าง ฟุตบอลชายก่อนมาเราไม่ได้ไปหวังถึงเหรียญรางวัลอยู่แล้ว แต่ผลงานเข้าไปแค่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ก่อนพ่ายให้กับอิหร่าน 0-2 ถือว่าไม่ขี้เหร่เมื่อเทียบกับคุณภาพผู้เล่นที่มีอยู่ และการเตรียมทีมที่มีข้อจำกัดค่อนข้างเยอะ ส่วนผลงานทีม ชบาแก้ว ก่อนไปเราแอบหวังถึงเหรียญรางวัลสักเหรียญ แต่ก็ไปได้ไกลสุดแค่รอบ 8 ทีมสุดท้าย แต่เมื่อเจอกระดูกใหญ่ๆ ทั้ง เจ้าภาพ จีน และไต้หวัน เราเห็นได้ชัดว่ากระดูกของแข้งสาวไทยยุคผลัดใบยังเป็นรองทีมมหาอำนาจฟุตบอลหญิงในทวีปเอเชียอยู่ค่อนข้างเยอะ
บิ๊กต้อม นายธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้าคณะนักกีฬาไทย กล่าวว่า ณ ตอนนี้จนถึงวันที่ 6 ตุลาคม ก่อนปิดฉาก 2 วัน ทัพนักกีฬาไทยคว้ามาได้แล้ว 10 เหรียญทองโดยเป้าหมายของเราคือ 15 เหรียญทอง ซึ่งหลังจากนี้มีให้ลุ้นจากตะกร้อ โอกาสที่เราจะไปถึงเป้าหมายยอมรับว่ายาก แต่บวก-ลบนิดหน่อย โดยภาพรวมถือว่าพอใจในผลงานทัพนักกีฬาไทยเพราะทุกชาติในเอเชียล้วนแข็งแกร่ง ยิ่งการไปแข่งที่เมืองจีนด้วยแล้ว จีนเขามหาอำนาจกีฬาของเอเชียและโลกไปแล้ว จึงยากมากที่เราจะเบียดขึ้นไป กลับไปคงต้องถอดบทเรียนและนำมาแก้ไข ปรับปรุงเพื่อความสำเร็จของทัพนักกีฬาไทยต่อไปในอนาคต ทัพใหญ่ที่สุดเกือบพันคนของไทยในครั้งนี้ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ผลที่ได้กลับมานั้นคุ้มค่าหรือไม่
ผลจากครั้งนี้ต้องนำมาสรุปเพื่อขับเคลื่อนทัพกีฬาไทยในครั้งหน้า
จากนี้ต่อไปเหลืออีกไม่มากนักจะถึงเวลาที่นักกีฬาไทยต้องไปตะลุยโอลิมปิกการแข่งขันระดับโลกดังกล่าว ทั้งยากกว่าและเหนื่อยกว่านี้หลายเท่าตัว
แต่สำหรับคนไทย ยังคงอยากได้ยินเพลงชาติไทยในสนามแข่งขันที่ปารีส 2024 อยู่ดี

