โพลกีฬาชี้ คนส่วนใหญ่ผิดหวังทัพไทยพลาดเป้าทอง เอเชี่ยนเกมส์ จี้ควรปรับปรุง

12.10.23 | 06:06 น.

โพลกีฬาชี้ คนส่วนใหญ่ผิดหวังทัพไทยพลาดเป้าทอง เอเชี่ยนเกมส์ จี้ควรปรับปรุง

จากการที่นักกีฬาทีมชาติไทยได้เข้าร่วมการแข่งขันมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 “หางโจวเกมส์ 2022” ระหว่างวันที่ 23 กันยายน-8 ตุลาคม 2566 ที่ประเทศจีนนั้น สำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันดังกล่าวพบว่ามีปรากฎการณ์ที่เกี่ยวข้องกับกับนักกีฬาทีมชาติไทยในหลากหลายมิติ เพื่อเป็นการสร้างการมีส่วนร่วม และสะท้อนมุมมองของประชาชนในมิติที่เกี่ยวกับปรากฎการณ์ดังกล่าว KBU SPORT POLLโดยศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตจึงสำรวจคิดเห็นเรื่อง “ปรากฎการณ์ทัพนักกีฬาไทยในหางโจวเกมส์ 2022”

สำหรับการสำรวจในครั้งนี้ดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ระหว่างวันที่ 8-10 ตุลาคม 2566โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นประชาชนทั่วไป และผู้ที่ติดตามข่าวสารทางการกีฬาซึ่งมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปจำนวน 1,119 คน โดยแบ่งเป็นเพศชาย 702 คน คิดเป็นร้อยละ 62.74 เพศหญิง 417 คน คิดเป็นร้อยละ 37.26 ซึ่งผลการวิเคราะห์โดยภาพรวมพบว่า

ปรากฎการณ์ที่เกี่ยวกับพัฒนาการของนักกีฬาทีมชาติไทยในการเข้าร่วมการแข่งขัน กลุ่มอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 41.43 สะท้อนให้เห็นว่าควรปรับปรุง รองลงมาร้อยละ 32.06 คงเดิม ร้อยละ 22.18 ดีขึ้น และร้อยละ 4.33 ไม่แสดงความคิดเห็น

ปรากฎการณ์ที่สร้างความประทับใจให้กับแฟนกีฬา ส่วนใหญ่ร้อยละ 31.01 นักกีฬาคว้าเหรียญรางวัลและสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ รองลงมาร้อยละ 27.85 นักกีฬามุ่งมั่นและทุ่มเทเพื่อประเทศชาติ ร้อยละ 20.18 การแจ้งเกิดของนักกีฬาดาวรุ่ง ร้อยละ 10.66 วางแผนสนับสนุนการเตรียมการนักกีฬาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร้อยละ 8.07 การตื่นตัวและมีส่วนร่วมในการเชียร์ของแฟนกีฬา และอื่นๆร้อยละ 2.23

Advertisement

ปรากฎการณ์ที่สร้างความผิดหวังให้กับแฟนกีฬา ส่วนใหญ่ร้อยละ 29.61 นักกีฬาไม่สามารถคว้าเหรียญทองได้ตามเป้าหมาย รองลงมาร้อยละ 27.93 ผลงานนักกีฬาไม่สัมพันธ์กับจำนวนที่ส่งเข้าร่วม ร้อยละ23.40 นักกีฬาวอลเลย์บอลพลาดการเข้าชิงเหรียญทอง ร้อยละ 13.82 นักกีฬาประสบปัญหาการบาดเจ็บและถอนตัวจากการแข่งขัน ร้อยละ 5.07 การเอนเอียงของผู้ตัดสินในบางชนิดกีฬา และอื่นๆร้อยละ 1.17

ชนิดกีฬาที่สร้างผลงานได้อย่างโดเด่น อันดับหนึ่ง ร้อยละ 81.62 เซปักตะกร้อ อันดับสองร้อยละ 80.30 เทควันโด อันดับสาม ร้อยละ 76.31 กอล์ฟ อันดับสี่ ร้อยละ 75.90 วอลเลย์บอลหญิง อันดับห้า ร้อยละ 67.45 กรีฑา/เรือใบ อันดับหก ร้อยละ 64.00 อีสปอร์ต อันดับเจ็ด ร้อยละ 63.54 วินเซิร์ฟ/เรือพาย อันดับแปด ร้อยละ 61.60 มวยสากล อันดับเก้า ร้อยละ 58.90 จักรยาน อันดับสิบ ร้อยละ 56.10 ยกน้ำหนัก /ฟุตบอล

แนวทางการพิจารณาในการส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันครั้งต่อไป ส่วนใหญ่ร้อยละ 27.66 พิจารณาส่งเฉพาะชนิดกีฬาที่มีความหวังในการคว้าเหรียญทอง รองลงมาร้อยละ 25.03 พิจารณาส่งเฉพาะชนิดกีฬาที่ผ่านเกณฑ์และมีโอกาสในการคว้าเหรียญรางวัล ร้อยละ 22.92 พิจารณาส่งในปริมาณที่เหมาะสมและคุ้มกับงบประมาณเตรียมการ ร้อยละ 16.08 พิจารณาส่งตามความเหมาะสมและความพร้อมของแต่ละชนิดกีฬา ร้อยละ 5.66 พิจารณาส่งเฉพาะชนิดกีฬาสากลที่มีการแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ และอื่นร้อยละ 2.65

ผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต กล่าวเพิ่มเติมว่า จากผลการสำรวจดังกล่าวหากพิจารณาในมิติที่กลุ่มตัวอย่างสะท้อนมุมมองออกมานั้นส่งผลให้เห็นถึงปรากฎการณ์และผลงานของทัพนักกีฬาไทยในหลากหลายมิติโดยเฉพาะพัฒนาการในภาพภาพรวมตลอดจนผลงานของชนิดกีฬาต่างๆที่ไม่เป็นไปตามเป้าและจะต้องปรับปรุงกันต่อไป

อย่างไรก็ตามหนึ่งในปรากฏการณ์ของทัพนักกีฬาที่น่าสนใจสำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้และเป็นการบ้านให้การกีฬาแห่งประเทศไทยในฐานะผู้มีส่วนสำคัญสำหรับการเตรียมการนักกีฬารวมทั้งสมาคมกีฬาต่างๆตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องพึงนำข้อสังเกตหรือข้อมูลไปพิจารณาโดยเฉพาะเรื่องปริมาณนักกีฬาที่ส่งเข้าร่วมไม่สัมพันธ์กับผลงานหรือเป้าหมายที่กำหนด ซึ่งหากในอนาคตจะได้มีการวางแนวทางหรือกำหนดกฎเกณฑ์อย่างชัดเจนสำหรับการส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันในมหกรรมกีฬาต่างๆก็จะเป็นประโยชน์และส่งผลต่อการพัฒนาวงการกีฬาไทยสืบไป