ส.บอลไทย แจงปมทัพช้างศึกเดินทางทรหด บุกลับแข้งจอร์เจีย-เอสโตเนีย

15.10.23 | 23:03 น.

ส.บอลไทย แจงปมทัพช้างศึกเดินทางทรหด บุกลับแข้งจอร์เจีย-เอสโตเนีย

หลังจากที่จากการเดินทางของนักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ต้องใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง ในการเดินทางจากประเทศจอร์เจียไปประเทศลัตเวียโดยเครื่องบิน จากนั้นนั่งรถบัสข้ามไปประเทศเอสโตเนีย เพื่อเตรียมลงเตะอุ่นเครื่องพบ เอสโตเนีย วันที่ 17 ตุลาคม ทำให้มีกระแสวิพากษ์วิจารย์ว่า ไม่ใช่การเดินทางที่ดีสำหรับนักฟุตบอล ทั้งที่ 2 ประเทศนี้อยู่ในทวีปเดียวกัน แต่กลับไม่มีเที่ยวบินที่นักฟุตบอลสามารถเดินทางโดยไม่ต้องต่อรถบัสข้ามประเทศ

นอกจากนั้นขากลับจาก เอสโตเนีย มาเมืองไทย จะต้องเริ่มต้นจากการนั่งเรือเฟอรี่ไปประเทศฟินแลนด์ และนั่งเครื่องบินจากฟินแลนด์ไปกาตาร์ ก่อนจะบินตรงกลับสู่ประเทศไทย ถึงช่วงบ่ายวันที่ 19 ตุลาคม ทำให้ทั้งหมดแล้วการเดินทางรอบนี้ของนักเตะไทย มีทั้งทางอากาศ, ทางบก และทางน้ำ

รายงานข่าวจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการการจองตั๋วเดินทางครั้งนี้ของนักเตะไทยในการบุกลับแข้งในยุโรป โดยระบุว่า ขาไปจอร์เจีย-เอสโตเนีย

1.ไม่มีไฟต์ตรงจากจอร์เจีย-เอสโตเนีย เพราะน่านฟ้ายูเครนปิด ฉะนั้นตามคำแนะนำของเอสโตเนีย (คนท้องถิ่น) คือ บินลงลัตเวีย โดยที่สมาคมฟุตบอลเอสโตเนีย เอารถบัส และรถขนของสัมภาระไปรอรับที่สนามบินและขับพาไปส่งที่โรงแรมโดยตรงเลย

Advertisement

2.เมื่ออยู่บนรถบัสแล้ว การเดินทางจากลัตเวียเข้าประเทศเอสโตเนียไม่ต้องผ่านด่าน ตม. เพราะมีเจ้าหน้าที่ขึ้นมาตรวจพาสปอร์ตระหว่างทางบนรถบัส ทำให้นักฟุตบอลไม่ต้องเสียเวลา

3.ถ้าจะใช้วิธีต่อเครื่องจากลัตเวียไปเอสโตเนีย สามารถทำได้ แต่ต้องรอเปลี่ยนเครื่องประมาณ 6 ชม. และนักฟุตบอลต้องทำการตรวจพาสสปอร์ต 2 รอบ ทั้งขาเข้าลัตเวีย และออกลัตเวีย ส่วนเจ้าหน้าที่ก็ต้องขนสัมภาระออก และเช็กอินใหม่ ซึ่งนับดูแล้วจะใช้เวลานานกว่าข้อ 1 (อีกทั้งเป็นคณะใหญ่ ฉะนั้นจะมีความยุ่งยากมากกว่าเดินทางส่วนตัว)

4.วิธีตามข้อ 1 คือการเดินทางที่นักฟุตบอลเหนื่อยน้อยที่สุดและเป็นคำแนะนำจากเจ้าถิ่น

ขากลับเอสโตเนีย-ไทย

1.ไม่มีบินตรงจากเอสโตเนียไปโดฮา ฉะนั้นการเดินทางโดยเครื่องบินจะเหมือนตอนขามา คือ เอสโตเนีย-ลัตเวีย-โดฮา ซึ่งจะใช้เวลานานกว่าจะผ่านแต่ละด่าน เพราะต้องนั่งรอต่อเครื่องหลายชั่วโมง และที่สำคัญคือไม่มีสายการบินเดียวกันหรือพันธมิตร ฉะนั้นในทุกครั้งที่เปลี่ยนเครื่องจะต้องเช็คอินสัมภาระใหม่

2.การนั่งเรือจากเอสโตเนียไปฟินแลนด์ เพื่อขึ้นเครื่องที่ฟินแลนด์ต่อไปยังโดฮา เป็นวิธีที่ใช้เวลาน้อยที่สุด

ทั้งนี้ วิธีดังกล่าวถือเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะใช้เวลาน้อยกว่าและนักฟุตบอลเหนื่อยน้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม จากการที่มีประเด็นเกิดขึ้นอาจเป็นเพราะการสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่สมาคมฯ กับนักฟุตบอล ที่ไม่มีการแจ้งรายละเอียดให้รับทราบล่วงหน้า ทำให้ไม่มีใครรู้โปรแกรมที่แน่ชัด