‘ไทยลีก’ ประสาน 6 สโมสร เลื่อนคิวเตะเอื้อ ‘ช้างศึก’ ปรับโปรแกรมเร็วขึ้น 1 วัน
หลังจากที่ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ บรรลุข้อตกลงกับ สมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น (JFA) ในการแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่อง International Friendly Match ระหว่าง ทีมชาติญี่ปุ่น กับทีมชาติไทย ในวันที่ 1 มกราคม 2567 ที่สนามกีฬาแห่งชาติ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และถือเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันฟุตบอลเอเชี่ยน คัพ 2023 รอบสุดท้าย ที่ประเทศกาตาร์ ซึ่งทั้ง 2 ชาติได้ผ่านเข้ารอบสุดท้าย นั้น
ล่าสุด “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้สั่งการไปยัง บริษัท ไทยลีก จำกัด ประสาน 6 สโมสรให้ดำเนินการพิจารณาปรับโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลลีกให้สอดคล้อง และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อทีมชาติไทย เพื่อให้ทีมมีความพร้อมก่อนเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องกับทีมชาติญี่ปุ่น และฟุตบอลเอเชี่ยน คัพ 2023 รอบสุดท้าย โดยให้ดำเนินการทันที
สำหรับโปรแกรมนัดตกค้าง ซึ่งเดิมเลื่อนจะมาแข่งขันในวันที่ 29 ธันวาคม 2566 โดยจะขอปรับโปรแกรมการแข่งขันเร็วขึ้น 1 วัน คือ วันที่ 28 ธันวาคม 2566 เพื่อให้มีความเหมาะสมสำหรับนักกีฬา ในการพักฟื้น ก่อน เดินทางมารายงานตัว ฝึกซ้อม และเดินทางไปอุ่นเครื่อง เพื่อเตรียมความพร้อม ตามโปรแกรมที่กำหนด
โปรแกรมการแข่งขัน “รีโว่ ไทยลีก 2023/24” มีเกมตกค้างอยู่ 3 คู่ คือ พีที ประจวบ พบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, บีจี ปทุม ยูไนเต็ด พบ ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด, ชลบุรี พบ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด วางโปรแกรมไว้เตะวันที่ 29 ธันวาคม 2566 ทำให้ ผู้เล่นบางคนที่เป็นแกนหลักของ ทีมชาติไทย จะมีเวลาพักเพียงแค่ 2 วัน ก่อนลงสนามเจอ ญี่ปุ่น
ส่วนเกมตกค้างอีก 1 คู่ คือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ยังไม่สามารถหาวันแข่งขันลงได้ เนื่องจากโปรแกรมแน่นทุกสัปดาห์ แต่ที่ผ่านมาให้ทั้ง 2 สโมสรเจรจาร่วมกัน ทว่ายังหาข้อสรุปไม่ได้
ทั้งนี้ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC) ประกาศให้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ถึงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 เป็น “ฟีฟ่า เดย์” โดยห้ามให้ประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมการแข่งขันเอเชี่ยนคัพ รอบสุดท้าย มีแมตช์อุ่นเครื่องอย่างเป็นทางการ หลังจากวันที่ 6 มกราคม 2567 หรือก่อนการแข่งขันเป็นเวลาอย่างน้อย 5 วัน

