หน้าแรก กีฬา อย่าชะล่าใจ! ...

อย่าชะล่าใจ! อดีตนักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิก เผยมีอาการหยุดหายใจขณะหลับนานถึง 6 นาที

30.10.23 | 18:24 น.
ที่มา scmp

อย่าชะล่าใจ! อดีตนักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิก เผยมีอาการหยุดหายใจนานถึง 6 นาที เสี่ยงถึงชีวิต

หลายคนต่างเข้าใจว่า นักกีฬา เป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพน้อยกว่าคนอื่น เหตุเพราะต้องออกกำลังกาย หมั่นฝึกซ้อมต่างๆ อยู่เสมอ แต่ใช่ว่า นักกีฬามืออาชีพ จะไม่มีความเสี่ยง

สื่อต่างประเทศ ได้รายงานเรื่องของ หยาง เหว่ย อดีตนักกีฬายิมนาสติก เจ้าของเหรียญโอลิมปิก ที่ได้ออกมาเปิดเผยว่า เขามีปัญหาเกี่ยวกับระบบหายใจ ซึ่งอาจส่งผลถึงชีวิตได้ หมายความว่า เข้าต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เพื่อช่วยให้เขานอนหลับตอนกลางคืนไปตลอดชีวิต

ในบัญชี Douyin ของเขา อดีตนักกีฬาเหรียญทองวัย 43 ปี บอกว่า แพทย์ระบุว่า เขามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งเกิดจากทางเดินหายใจตีบตัน นำไปสู่การนอนกรนอย่างหนัก และหายใจไม่ออกอย่างต่อเนื่อง

ที่มา scmp

หยางบอกว่า ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ บอกว่าในบางครั้ง การหายใจของเขาหยุดไปนานถึง 6 นาที ระหว่างการนอนหลับ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ซึ่งทำให้เขาต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

Advertisement

นักกีฬารายนี้ กล่าวว่า เขาคิดว่าเขามีสุขภาพที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยคนในวัยเดียวกัน เพราะเขาออกกำลังกายสัปดาห์ละหลายครั้งที่ยิมในบ้าน และผ่านการทดสอบร่างกายแล้ว

หยาง เริ่มฝึกเป็นนักยิมนาสติก เมื่ออายุได้ 5 ขวบ และ ก็รุ่งโรจน์ในเส้นทางการทำงานของเขา จนคว้าเหรียญทองได้ในหลายรายการ ทั้งบุคคลและประเภททีม รวมไปถึง 2 เหรียญทองในโอลิมปิกที่ปักกิ่ง ในปี 2008 ก่อนจะเกษียณในปีต่อมา และแต่งงานกับแฟนสาว อดีตนักกายกรรมที่คบหากันมานาน ปัจจุบันเขาเป็นอินฟลูเอนเซอร์ดังและมีรายการเรียลลิตี้โชว์

ข่าวดังกล่าว ทำให้กระแสของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ กลายเป็นที่สนใจในสังคมอีกครั้ง ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ นักธุรกิจ นักการเมืองชาวฮ่องกง Kenneth Fok Kai-kong ก็ถูกเปิดเผยว่าเขามีปัญหากับการนอนหลับ

ฮั่นฟาง เลขาธิการสมาคมการนอนหลับโลก และศาสตราจารย์โรงพยาบาลประชาชนมหาวิทยาลัยปักกิ่ง กล่าวกับโกลบอลไทม์สว่า 1 ใน 5 ของผู้ที่กรนมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และเสี่ยงต่อการเสียชีวิตอย่างกะทันหันนั้น สูงกว่าคนที่มีสุขภาพแข็งแรงถึง 3 เท่า

ที่มา scmp

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก ศูนย์นิทราเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เปิดเผยว่า โรคนอนหยุดหายใจชนิดอุดกั้น คือ ในขณะที่เรานอนหลับ กล้ามเนื้อที่คอยทำหน้าที่ตึงตัวและช่วยขยายทางเดินหายใจในช่องคอจะหย่อนตัวลง ซึ่งภาวะนี้เองทำให้ทางเดินหายใจแคบลง แต่ไม่ก่อให้เกิดปัญหาในเด็กหรือคนทั่วไป แต่ในผู้ป่วย OSA ทางเดินหายใจจะตีบแคบลงมาก ทำให้การหายใจลำบากขึ้น สมองจะรับรู้ภาวะนี้และสั่งการให้เพิ่มแรงในการหายใจ สิ่งนี้จะกระตุ้นให้สมองตื่นเพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อช่องคอกลับมาตึงตัวและเปิดทางเดินหายใจอีกครั้ง ซึ่งวงจรเหล่านี้จะเกิดขึ้นซ้ำๆ นับสิบหรือถึงร้อยครั้งในแต่ละคืน ทำให้รบกวนการนอนหลับและส่งผลให้สมองไม่ได้รับออกซิเจนเพียงพอขณะนอนหลับ

ซึ่งอาจทำให้เกิดผลเสียได้ เช่น เกิดภาวะง่วงนอนผิดปกติ ขณะทำงานหรือขับรถ และเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจขาดเลือดฉับพลัน โรคหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน โรคซึมเศร้า และโรคอื่นๆ

สัญญาณว่าต้องสงสัยว่าจะเป็นโรคนี้ อาทิ 1.เสียงกรนที่ดังแม้กระทั่งปิดประตูยังได้ยิน 2.ลักษณะของการกรนแล้วหยุดเป็นพักๆ ตามด้วยเหมือนอาการสำลักขณะนอนหลับ หรือมีผู้สังเกตเห็นว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ 3.ภาวะง่วงนอนผิดปกติ เช่น ขณะทำงานหรือหลับในขณะขับรถ 4.ไม่มีสมาธิ ขี้ลืม 5.ปวดศีรษะหลังตื่นนอนตอนเช้า 6.ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน และ 7.ความรู้สึกทางเพศลดลง

ที่มา SCMP