‘อนุวัฒน์’ ออกโรงโต้โดนหักหัวคิว ยืนยันเต็มใจให้ ไม่เคยคิดว่าโดนเอาเปรียบ
จากกรณีที่ “ตุ๊ก” ธิดาวรรณ ดาวสกุล อดีตนักตะกร้อหญิงทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทอง เอเชี่ยนเกมส์และซีเกมส์หลายสมัย ออกมาจุดประเด็นเรื่องอื้อฉาวในวงการตะกร้อทีมชาติไทย ซึ่งเธอและนักกีฬาทีมชาติหลายคนเคยถูกสต๊าฟโค้ชเรียกรับส่วนแบ่งจากเงินอัดฉีดของนักกีฬา ที่ได้รับจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่กวางโจว เมื่อปี 2010
ในขณะที่ทางด้านของ “โจ้” พ.ต.ท.สืบศักดิ์ ผันสืบ อดีตนักตะกร้อทีมชาติไทย ออกมาเป็นตัวแทนนักกีฬายื่นร้องเรียนการทำหน้าที่ของผู้จัดการทีมชาติไทย, ผู้ฝึกสอน ทีมตะกร้อทีมชาติไทย พร้อมทั้งแฉวิธีการหักหัวคิวจากนักกีฬาทีมชาติ ให้กับทางสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทยเพื่อทวงความยุติธรรม
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทางด้านของ “บี” อนุวัฒน์ ชัยชนะ ตัวทำทีมชาติไทย ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กของตัวเองโดนยืนยันว่าไม่เคยติดใจเรื่องการหักเงินเพราะถือว่าให้เพื่อนร่วมทีม และก่อนหักก็มีการพูดคุยอยู่แล้ว
“ผมเห็นข่าวในสื่อวงการตะกร้อบ้านเราเรื่องเงินอัดฉีด ส่วนตัวผมที่เล่นให้ทีมชาติมาตลอด และผมก็เป็น 1 ในนั้นมา 10 กว่าปีที่มีข่าวนั้น ผมไม่เคยติดใจหรือคิดว่าผมโดนเอารัดเอาเปรียบอะไร ส่วนที่ผมเคยแบ่งให้ ผมให้ด้วยความเต็มใจนะ และผมไม่คิดมากด้วยว่าผมจะต้องได้มากกว่านี้ ผมเห็นพี่ เพื่อน น้องหรือโค้ชในทีม ซ้อมด้วยกันมาผ่านโปรมแกรม ฝึกซ้อมต่างๆ มา กินนอนอยู่ด้วยกันมาผมรักและเคารพทุกท่าน ให้เกียรติทุกท่าน เมื่อผมได้รับมาผมก็อยากให้ทุกๆ คนได้รับ ทั้งคนที่ได้เหรียญเดียว หรือไม่ติดไปแข่งเลย”
“และผมก็ขอแสดงจุดยืนของผม ตรงนี้ 10 กว่าปีที่ผ่านมาผมก็ให้มาตลอด บางคนที่ตอนนี้ติดก็เคยเป็นผู้รับมาก่อน ได้รับทั้งโอกาสได้รับทั้งเงิน ใครมาอยู่จุดนี้ผมคิดว่ามีแต่เรื่องดีไม่มีเรื่องให้ต้องเสียหายอะไร รู้จักให้รู้จักรับ ผมรู้สึกว่ามันเป็นสังคมที่มันดีมากนะดูแลกันไป”
“ส่วนคนที่ยังติดทีมชาติอยู่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ ก็ออกไปพูดได้เลยครับ เพื่อความสบายใจของท่านเอง เพราะนโยบายก่อนทำก็ได้มีการประชุมกันอยู่แล้วมีการโหวตกันกันงานแข่งเริ่มกันซะอีก ในช่วงที่ผมอยู่ ผมไม่รู้ว่าทำไมถึงมีปัญหาแบบนี้ออกมา ผมคิดว่าใครรู้สึกไม่สบายใจหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ออกไปพูดเลยครับ แต่ผมสบายใจที่ได้ให้ครับผมไม่คิดจะทำร้ายใครหรือให้ร้ายใครครับ ถ้าใครถามผม ผมก็พูดแบบนี้แหละคับ ผมอยากให้ ใครได้มากได้น้อยก็แล้วแต่งานแล้วแต่จำนวนคน ผมมาอยู่จุดนี้ได้ก็เพราะทีมครับทั้งโค้ช ทั้งเพื่อนร่วมทีมหรือคู่ซ้อมทั้งพี่น้องทุกท่านที่อยู่ในทีม ขอบคุณทุกท่านมากๆ ครับที่ให้การช่วยเหลือเรื่องการบาดเจ็บการกายภาพ นักกีฬาพอเจ็บมามันไม่มีใครมาให้ค่าหรอกคับ หมาล่าเนื้อตัวนึง มีแต่โค้ชและทีมตะกร้อทีมชาตินี่แหละครับที่ดูแลและช่วยเหลือ รักและเคารพทุกท่านเหมือนเดิมครับ”

