ปังเกินร้อย! ‘สว่าง จันทร์พราหมณ์’ วัย 103 ปี เจ๋ง คว้า 4 ทอง กรีฑาผู้สูงอายุเอเชีย
เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการแข่งขันกรีฑาผู้สูงอายุชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ครั้งที่ 22 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-12 พฤศจิกายน ณ เมืองคลาร์ก ประเทศฟิลิปปินส์
ไฮไลต์ยังอยู่ที่การลงสนามแข่งขันรายการที่ 4 ซึ่งเป็นรายการสุดท้ายของของ ตาสว่าง จันทร์พราหมณ์ นักกีฬาต้นแบบของไทยวัย 103 ปี ลงแข่งในประเภทพุ่งแหลน ทำสถิติได้ 13.34 เมตร คว้าเหรียญทองที่ 4 มาครองได้
ในขณะที่สายเนตร ศรีสมพงษ์ อดีตนักกีฬาเพาะกายทีมชาติไทย ที่ลงแข่งขันทั้งหมด 3 อีเวนต์ในรุ่นอายุ 45-49 ปีหญิง คว้ามาแล้ว 2 เหรียญทองจากทุ่มน้ำหนัก ซึ่งเป็นแชมป์เก่าจากครั้งที่แล้ว กับขว้างจักร ที่ขับเคี่ยวแย่งทองกับ อินเดีย และญี่ปุ่น แต่ สายเนตร เอาชนะคว้าทองที่ 2 มาครองได้ และในรายการที่ 3 ในประเภทพุ่งแหลน สายเนตร ต้องขับเคี่ยวกับ จีน ยู ฮอง วู ปรากฏว่าครั้งแรก วู ก็พุ่งไปที่ 32 เมตร ในขณะที่ สายเนตร พุ่งได้ดีที่สุด 29.51 เมตร แข่งครบ 6 ครั้ง สายเนตร คว้าเหรียญเงิน ส่วนเหรียญทองตกเป็นของ วู สถิต 34.68 เมตร และเหรียญทองแดงตกเป็นของ เอลนาวาลี่ จากบรูไน สถิติ 28.09 เมตร

ด้านการแข่งขันวิ่ง 400 เมตร รุ่น 65-69 ปีชาย มีนักกีฬาไทยเข้าชิง 1 คนคือ วิชิต บัวทอง ที่วิ่งเฉือนญี่ปุ่นคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร มาครองเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และรายการนี้ ลุงวิชิต ยังมีญี่ปุ่นเป็นคู่แข่ง ออกตัววิ่งไล่กันมาสูสี ก่อนที่ไทยจะทะยานเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก คว้าเหรียญทองที่ 2 มาครองด้วยเวลา 1.03.80 นาที เหรียญเงินเป็นของ ศรีลังกา ซาฮาวา 1.05.81 น. เหรียญทองแดง เฟง ฮี่เป็ง (จีน) 1.05.91 นานี โดยลุงวิชิต ยังเหลือแข่งขันอีก 1 รายการคือวิ่ง 200 เมตร ในวันที่ 11 พ.ย. 66
ในขณะที่รุ่นอายุ 80-84 ปีหญิง วิ่ง 400 เมตร ไทยส่งนักกีฬาหญิงที่อายุมากที่สุดของทีมไทยลงแข่งขันคือ ลักษณา พระลับรักษา ลงแข่งขันกับ มาเลเซีย ช่วงแรกทั้งสองสลับกันนำและตาม ก่อนที่ป้าลักษณ์ จะเร่งฝีเท้า 100 เมตรสุดท้าย คว้าเหรียญทองมาครองและเป็นเหรียญทองที่ 3 ของป้าลักษณ์


