‘รังสรรค์’ ชู ‘ท่าเรือ’ เป็นทีมใหญ่ต้องเน้นเกมรุก! ติงทีมหมดแรงไว ต้องรีบปรับปรุงด่วน
หลังจากที่ “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี ได้ทำการแต่งตั้ง “โค้ชอ้น” รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค เข้ามานั่งแท่นกุนซือคนใหม่ของทีม โดยจะเตรียมคุมนัดแรกหลังจบโปรแกรมทีมชาติช่วงฟีฟ่าเดย์เดือนพฤศจิกายน พบกับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ในวันที่ 26 พฤศจิกายน
โค้ชอ้น เปิดใจครั้งแรกผ่านทางเพจการท่าเรือ ว่า มันอาจจะดูปุปปัปเล็กน้อย เพราะก่อนเกมกับลำพูน มีการคุยกับนายไบรอัน แอล มาร์คาร์ อดีตประธานสโมสรโปลิศ เทโร ซึ่งท่านอนุญาตให้ไป ก็แอบตกใจเล็กน้อย เพราะตอนนั้นยังไม่ได้คุยกับทีมไหนแบบชัดเจน ส่วนที่เลือกการท่าเรือ ก็เพราะว่าเป็นทีมเดียวที่แสดงเจตจำนงค์ว่าอยากได้เรามากที่สุด บวกกับความเป็นทีมการท่าเรือด้วย มันก็ยากที่จะปฏิเสธได้ การท่าเรือเป็นทีมที่มีความพร้อมมาตลอด เทียบกับที่ที่เราจากมามันก็พร้อมกว่า ในฐานะโค้ชย่อมอยากคุมทีมที่มีคุณภาพผู้เล่นในมืออยู่แล้ว มองว่านี่คือความท้าทายมากกว่าความกดดัน และไม่ได้กลัว เพราะคนเป็นโค้ชถ้าผลงานไม่ดีก็ต้องไปอยู่แล้ว
รังสรรค์ กล่าวต่อว่า จากที่ได้คุยกับลูกทีม ตนมองว่าการท่าเรือเป็นทีมที่มีผู้เล่นที่ดีมีคุณภาพ แต่ส่วนใหญ่กลับใช้บอลโยนเพราะมีกองหน้าร่างใหญ่ ดังนั้นเราจึงคุยกับทุกคนว่าเราจะมาเปลี่ยน เราเป็นทีมใหญ่ เป็นทีมมีคุณภาพ จะต้องเล่นบอลให้สวยงามขึ้น ต้องไล่บีบ เพรสซิ่ง ให้ดุดันขึ้น จุดอ่อนที่เรามองเห็นคือเรื่องของความฟิต จะเห็นว่าหลายๆ เกมนักเตะชอบหมดแรงช่วงท้าย ดังนั้นก็คุยกับทุกคนแล้วว่าต้องซ้อมหนักขึ้น เราเป็นทีมใหญ่ต้องเล่นเกมรุกมากกว่าคนอื่นอยู่แล้ว
“สไตล์ของผม อยู่กับเทโรทำทีมเน้นเกมรับมาตลอด แต่ก็อยากเล่นเกมรุก ซึ่งถ้าเป็นการท่าเรือเราต้องเล่นเกมรุก เมื่อเสียบอลก็ต้องอย่าเดินเล่น รีบแย่งกลับมาให้ได้ ซึ่งจากที่ซ้อมมา 2 วันก็พยายามเปลี่ยนตรงนี้ รอดูว่าจะเปลี่ยนได้ดีแค่ไหน” โค้ชอ้น กล่าว
เมื่อถามถึงโปรแกรมที่ค่อนข้างหนักในช่วงแรก รังสรรค์ กล่าวว่า ก็เหมือนสวนทางกับเทโร ตอนนั้นผ่านเกมหนักๆ มาหมดแล้ว กำลังเข้าช่วงเกมเบาๆ แต่นี่กำลังจะเจอทีมหนักแทน อย่างไรก็ตามในลีกมันมีทีมแค่นี้ ยังไงก็ต้องเจอกันอยู่ดี ก็รู้สึกเป็นความท้าทายมากกว่า ซึ่งถ้าอยากพาทีมเกาะหัวตารางก็ต้องผ่านเกมเหล่านี้ให้ได้
โค้ชอ้น ยังกล่าวถึงแฟนบอลว่า เรื่องแฟนบอลที่เชียร์อย่างดุดัน มันเป็นเรื่องนอกเหนือการควบคุมของเรา แต่ก็อยากให้กองเชียร์เข้ามาช่วยกันเชียร์เยอะๆ ผมมีหน้าที่แค่เตรียมก่อนวันแข่งให้ดีที่สุด จากนั้นก็ค่อยไปว่ากันในสนาม แต่เราก็รู้อยู่แล้วว่าแฟนบอลที่นี่เป็นอย่างไรและเข้าใจความคาดหวังของแฟนบอล
ส่วนเรื่องการเสริมทัพนั้น กุนซือใหม่ท่าเรือ กล่าวว่า มันมีนักเตะในทีมที่มีความสามารถอีกหลายคนที่อาจจะยังไม่ได้รับโอกาสเท่าไหร่ ในช่วง 5 เกมนี้ก็จะให้โอกาส ใครที่ไม่ไหวจริงๆ ก็อาจจะต้องปล่อยออก หรือคนที่เราปล่อยยืมไป ก็อาจจะมีการดึงกลับมาได้ถ้าเข้าระบบกับทีม
“ช่วงทีเหลือตอนนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ เราอาจจะมีพลาดแต้มบ้าง แต่เราไม่ต้องไปมองใครเลย ถ้าจะกลับเข้าสู่เส้นทางก็ต้องชนะทุกนัด ถ้าเราไม่พลาดเกมสำคัญเลย เลกสองก็ยังมีโอกาสอยู่ มีโอกาสปรับทีมได้ เป้าหมายในฐานะโค้ชเราก็อยากพาทีมประสบความสำเร็จเช่นกัน” รังสรรค์ กล่าวปิดท้าย

