‘ธีรศิลป์’ ไหวแค่สำรองดวล ‘จีน’ ‘มาโน่’ ยก ‘อู่ เล่ย’ ตัวอันตราย
“ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดใหญ่ เตรียมประเดิมสนามในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มซี นัดแรก พบกับ “มังกรจีน” ทีมชาติจีน ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 16 พฤศจิกายน เวลา 19.30 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 32
มาโน่ โพลกิ้ง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวถึงความพร้อมของทีมว่า ในการเตรียมทีมที่ผ่านมาเต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพและความมุ่งมั่นของผู้เล่นทุกคนที่ตอนนี้มารวมตัวกันครบแล้วและมีการฝึกซ้อมที่ดีในทุกๆ วัน
ส่วนสภาพร่างกายของ “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา นั้น มาโน่ กล่าวว่า ตอนนี้สภาพร่างกายดีขึ้นมา ได้ซ้อมร่วมกับทีมครบทุกเซสชั่น แต่ก็ต้องระวังไม่เร่งใช้งานมากเกินไป ดังนั้นคงยังไม่ได้ออกสตาร์ตตัวจริงเกมนี้แน่นอน แต่ยังเป็นผู้เล่นสำคัญที่จะลงมาช่วยทีมได้
กุนซือช้างศึก กล่าวต่อว่า จากที่ได้ศึกษาฟอร์มของทีมชาติจีนมา เป็นทีมที่มีการเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้ยอดเยี่ยม 3 ตัวรุกแดนบนถือว่าเป็นจุดแข็งของทีมชุดนี้โดยเฉพาะ อู๋ เล่ย อดีตกองหน้าของเอสปันญอลในลาลีก้า สเปน เคยเล่นในยุโรปมาแล้ว ถือว่าเป็นตัวอันตราย ต้องระวังเป็นพิเศษ
มาโน่ กล่าวอีกว่า เกมนี้เป็นเกมที่สำคัญมากที่จะตัดสินเรื่องของการเข้ารอบต่อไปได้ เรื่องความกดดันมันเป็นเรื่องปกติ แต่พวกเราทุกคนในทีมและแฟนบอลจะสู้ไปพร้อมกันเพื่อคว้าชัยชนะให้ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นครั้งแรกที่จะได้คุมทีมชาติไทยลงเล่นในราชมังคลากีฬาสถาน มีความตื่นเต้นบ้างหรือไม่นั้น มาโน่ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยทำหน้าที่ผู้ช่วยเฮดโค้ชมาแล้วและได้ซึมซับบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมในสนามแห่งนี้ แต่ครั้งนี้มาในฐานะเฮดโค้ชเอง ก็ดีใจมากที่ได้กลับมาอีกครั้ง และเชื่อว่าแฟนบอลจะช่วยให้พวกเราคว้าชัยชนะได้ในเกมนี้
สำหรับ 11 ผู้เล่นของทีมชาติไทย ที่คาดว่าจะลงสนามในเกมนี้ มาในระบบ 4-2-3-1 ประกอบไปด้วย ผู้รักษาประตู กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล กองหลังจากขวาไปซ้าย นิติพงษ์ เสลานนท์, พรรษา เหมวิบูลย์, กฤษดา กาแมน, ธีราทร บุญมาทัน (กัปตันทีม) กองกลางตัวรับ สารัช อยู่เย็น, ปกเกล้า อนันต์ กองกลางตัวรุกจากขวาไปซ้าย สุภโชค สารชาติ, ชนาธิป สรงกระสินธ์, บดินทร์ ผาลา และกองหน้าตัวเป้า ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา
ขณะที่ทีมชาติจีนชุดนี้นำโดย อเล็กซานดาร์ ยานโควิช กุนซือชาวเซอร์เบีย ซึ่งคาดว่าจะใช้ระบบ 3-4-3 ในการเจอกับทีมชาติไทย นำทีมโดย อู๋ เล่ย กองหน้าตัวเก่ง ต้า เหวินจุน รวมถึงแนวรับอย่าง จู เฉินเจี๋ย, เจียง กวงไท่ เป็นต้น
สถิตการพบกันระหว่างทีมชาติไทยและทีมชาติจีนนั้น เจอกันมาทั้งหมด 26 ครั้ง ไทยชนะ 6 ครั้ง เสมอกัน 2 ครั้ง และจีนชนะได้ถึง 18 ครั้ง ไทยยิงได้ 24 ประตู เสีย 54 ประตู ครั้งสุดท้ายที่เจอกันคือเกมอุ่นเครื่อง “ไชน่า คัพ” เมื่อปี 2019 ซึ่งไทยบุกชนะได้ 1-0 แต่ถ้านับเฉพาะฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเจอกันต้องย้อนไปปี 1989 (คัดบอลโลก 1990) จีนบุกมาชนะไทย 3-0 และกลับไปชนะในบ้าน 2-0

