‘โค้ชหรั่ง’ ชี้ 2 แมตช์หน้าชี้ชะตาช้างศึก วิเคราะห์เปลี่ยน-ไม่เปลี่ยน ‘มาโน่ vs อิชิอิ’

22.11.23 | 15:08 น.

‘โค้ชหรั่ง’ ชี้ 2 แมตช์หน้าชี้ชะตาช้างศึก วิเคราะห์เปลี่ยน-ไม่เปลี่ยน ‘มาโน่ vs อิชิอิ’

“โค้ชหรั่ง” ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย และรองประธานกรรมาธิการการกีฬาวุฒิสภา เปิดเผยว่า สำหรับผลงาน 2 นัดแรกของทัพนักเตะ ”ช้างศึก“ ทีมชาติไทย ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มซีนั้น ถึงแม้ตนจะไม่ได้เข้ามาช่วยวงการฟุตบอล แต่ก็ติดตามทุกแมตช์ ซึ่งมองว่าโอกาสถือว่ายังเปิด แต่มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ 2 แมตช์หน้ากับทีมชาติเกาหลีใต้ ทั้งไปทั้งกลับ 2 แมตช์นี้เป็นตัวชี้วัดในระดับหนึ่งว่าเราจะไหวไม่ไหว และโอกาสจะเปิดมากเปิดน้อย ขณะเดียวก็จะต้องดูผลของจีน กับสิงคโปร์ด้วย

“ถ้ามีเหตุการณ์พลิกผันสิงคโปร์ไปชนะจีน ที่จะเป็นท่อให้เราได้มีโอกาสหายใจอีกเยอะเลย เพราะฉะนั้นในทางทฤษฎีก็ยังมีโอกาสมากๆ และก็ยังให้กำลังใจทีมชาติไทย คณะทำงานทีมบริหารให้ได้สู้ต่อ อย่ายอมแพ้ ยังไงอีก 4 แมตช์ที่เหลือยังไงก็ยังมีความหวังอยู่“

โค้ชหรั่งกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีกระแสข่าวการเปลี่ยนแปลงกุนซือทีมชาติจาก มาโน่ โพลกิ้ง เป็น มาซาทาดะ อิชิอิ เฮคโค้ชชาวญี่ปุ่นนั้น เป็นเรื่องของทีมบริหาร จริงๆ แล้วมาโน่ก็อยู่กับเรามานาน ผลงานในระดับที่ดีก็มีทั้งแชมป์อาเซียน ส่วนระดับเอเชียก็ยังเป็นคำถามที่แฟนบอล และทีมบริหารว่า พอก้าวถึงระดับเอเชียความสามารถของมาโน่เป็นยังไง แต่พอมามองที่อิชิอิก็มีโปรไฟล์สูงกว่า ดูภาพรวมแล้วดูดีกว่า แต่ส่วนตัวแล้วมองว่าไม่ได้ต่างกัน จะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยน มีทั้งข้อดีข้อเสีย

”ข้อดีคือขวัญกำลังใจอาจจะเปลี่ยนแปลง ฮึกเหิมขึ้นดีขึ้น มีแทคติกใหม่ๆ ที่เราคาดหวังกับอิชิอิไว้เยอะ ในขณะที่ถ้าเป็นมาโน่ทุกคนก็ได้เห็นภาพว่าแทคติกจะเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยทำให้มีความรู้สึกว่า แหม่…มันก็น่าเปลี่ยนเหมือนกัน ตรงนี้เป็นความเห็นส่วนตัวผมนะ ผมยังมั่นใจว่า อิชิอิจะมีมาตรฐานสูงคล้ายกับ อากิระ นิชิโนะ เพราะอยู่ในระดับเอเชียเหมือนกัน ก็คงต้องดูผลงานของเขาครับ“

Advertisement

ดร.ชาญวิทย์กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแฟนบอล และกระแสโซเชียลมองว่าอยากให้เปลี่ยนโค้ชค่อนข้างเยอะมาก แต่ถ้าเปลี่ยนแล้วไม่ดีขึ้นมาก็จะเป็นคำถามของแฟนบอล และคนทำทีมว่าใครจะรับผิดชอบ ถ้าเรามองแบบการเป็นโค้ชจริงๆ ไม่ควรมองความสามารถของโค้ชแค่แมตช์เดียว ต้องทำสัญญาระยะยาว 4-5 ปีจะได้เห็นผลงานที่ชัดเจน ส่วนอิชิอิถ้าเข้ามาแล้ว 1-2 แมตช์มีปัญหาแล้วเปลี่ยนเขาอีกคิดว่าไม่ยุติธรรม ดังนั้นจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยน ทีมบริหารต้องกล้าตัดสินใจในสถานการณ์แบบนี้

“สิ่งที่จะต้องทำให้เห็นภาพให้ได้คือ ทีมชาติไทยเล่นในระดับเอเชียได้ อันนี้คือโจทย์ใหญ่ ในอาเซียนเราผ่านได้แม้จะมีอุบัติเหตุบ้างบางแมตช์ แต่มาตรฐานเรายังเหนืออยู่ ตอนนี้เราต้องการก้าวไประดับเอเชีย เพราะฉะนั้นต้องหาโค้ชที่ทำให้แฟนบอลอุ่นใจว่าเราพร้อมสู่ระดับเอเชียแล้ว ที่ผ่านมาเราพร้อมหมด แต่ทำไมผลงานเป็นแบบนี้ เราต้องยกฐานะของเราขึ้นมา เราควรจะต้องพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะขึ้นมาเทียบชั้นระดับเอเชียได้ ฟุตบอลโลกไม่ไกลครับ“ โค้ชหรั่งกล่าวปิดท้าย