‘พอลลีน’ ข้องใจระเบียบเลือกตั้ง ต้องรอ กกต.ชี้แจง เผยทีมงานมี ‘วิโรจน์’ ร่วมด้วย
เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ณ ที่ทำการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย “พอลลีน” พยุริน งามพริ้ง อดีตประธานชมรมเชียร์ไทย เดินทางมาเพื่อยื่นสมัครลงชิงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ โดยมีเจ้าหน้าที่ของสมาคมให้การต้อนรับ
พอลลีนกล่าวว่า ที่เดินทางมาวันนี้ส่วนหนึ่งคือตั้งใจสอบถามความชัดเจนในข้อบังคับลักษณะปกครอง เมื่อข้อที่ 30.3 วรรคสอง ระบุว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกคนจะต้องได้รับการเสนอชื่อจากสมาชิกอย่างน้อย 3 ราย โดยสมาชิกหนึ่งรายสามารถเสนอชื่อผู้สมัครได้เพียงหนึ่งรายต่อหนึ่งตำแหน่ง หากสมาชิกรายใดเสนอชื่อผู้สมัครมากกว่าหนึ่งราย ให้ถือว่าการเสนอชื่อผู้สมัครสมาชิกรายนั้นตกไป ซึ่งการจะส่งทีมลงสมัครนั้นต้องใช้ 1 นายกสมาคม, 5 อุปนายกสมาคม และ 13 กรรมการกลาง ตามความเข้าใจต้องใช้ถึง 39 สโมสรในการเสนอชื่อหนึ่งทีม

โดยประเด็นนี้ฝ่ายกฎหมายของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯได้ชี้แจงว่า เป็นอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้ชี้แจงและจะมีการแจ้งให้กระจ่างอีกครั้ง ถึงระเบียบข้อบังคับดังกล่าว ทำให้ในวันนี้พอลลีนยังไม่ได้ยื่นใบสมัครแต่อย่างใด
หลังจากนั้น พอลลีนเปิดเผยว่า จากปัญหาเรื่องความชัดเจนในตัวอักษร ซึ่งในความเป็นจริงมันผิดหลักพื้นฐาน ถ้าหากมีสโมสรรับรองมากขนาดนี้เท่ากับว่ามีโอกาสเป็นผู้ชนะเลือกตั้งไปแล้ว ทั้งนี้ก็ต้องรอ กกต.ตีความอีกครั้งหนึ่ง ข้อกังวลก็คือถ้าตอบช้าจะเสียเวลาในการรับสมัครเลือกตั้ง เพราะนี่ก็เปิดถึงวันที่ 9 ธันวาคมเท่านั้น ดังนั้นควรต้องได้ความชัดเจนใน 1-2 วันนี้

นอกจากนี้ พอลลีนยังเปิดเผยว่า ทีมงานที่เล็งเอาไว้อย่างที่เป็นข่าวคือมีการติดต่อกับ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.พรรคก้าวไกล เพราะอยากได้คนที่อยู่นอกวงการ ไม่อยากให้มองเกี่ยวกับการเมือง แต่อยากให้มองว่าอยากได้คนรักฟุตบอล อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง และนายวิโรจน์ก็มีความรู้ด้านฟุตบอลในมุมแฟนบอลด้วย อยากได้คนที่มีความหลากหลายและไม่ใช่พรรคพวกกันอย่างเดียว จะได้มีคนคอยเตือนเวลาทำผิดด้วยจะเป็นประโยชน์มากกว่า
พอลลีนปิดท้ายว่า อีกคนที่คุยไว้ก็คือ นายพิพัฒน์ วราเมธพิพัฒน์ เจ้าของฉายาพ่อใหญ่เมืองทอง เป็นคนที่เก่งเรื่องการตลาด จะเข้ามาเพื่อขยายตลาดและสปอนเซอร์ หาเงินเข้าสมาคม ขณะที่เรื่องของการพัฒนานักเตะและระบบเยาวชนก็มีคนที่เล็งเอาไว้ ดังนั้นทีมงานจะมีหลายภาคส่วนมาร่วมด้วยช่วยกัน

