ไทยดาร์บี้เจลีก! ‘ซัปโปโรvsอูราวะ’ พีพีทีวียิงสด พร้อมยกขบวนพาเหรดบิ๊กแมตช์ 3 ลีก
พีพีทีวี เอชดี ช่อง 36 ยกขบวนพาเหรดถ่ายทอดสดบิ๊กแมตช์ อัดแน่นทั้ง 3 ลีกดังตลอดวันเสาร์ และอาทิตย์นี้ ทั้ง ไทยลีก, บุนเดสลีก้า และเจลีก รวม 5 แมตช์ ประเดิมคู่แรก วันเสาร์ที่ 2 ธันวาคมนี้ เวลา 18.00 น. การท่าเรือ เอฟซี พบ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ต่อด้วยเวลา 21.30 น. บาเยิร์น มิวนิก พบ อูนิโอน เบอร์ลิน จากนั้นวันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม เริ่มคู่เดือดตั้งแต่เที่ยงตรงกับ ศึกเจลีก นัดสุดท้ายของฤดูกาล คอนซาโดเล่ ซัปโปโร พบ อูราวะ เรด ไดมอนส์ จากนั้น เวลา 18.00 น. เมืองทอง ยูไนเต็ด พบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และปิดท้ายด้วย ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น พบ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เวลา 23.30 น.
ยกขบวนพาเพรดบิ๊กแมตช์ขบวนแรกในวันเสาร์ที่ 2 ธันวาคม เวลา 18.00 น. กับ ฟุตบอลรีโว่ ไทยลีก ฤดูกาล 2023/24 แมตช์ใหญ่ ที่เดิมพันด้วยโอกาสลุ้นเป็นจ่าฝูง “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี ทีมอันดับ 3 เปิดบ้านบู๊รองจ่าฝูง “เดอะ แรบบิท” บีจี ปทุม ยูไนเต็ด โดยฝั่งเจ้าบ้านการท่าเรือจะได้ลงเล่นในบ้านเป็นแมตช์แรก ภายใต้การนำของ “โค้ชอ้น” รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค ส่วนทางทีมเยือน บีจีฯ ก็ถือว่ากำลังทำผลงานเข้าฝักต่อเนื่อง
เกมคู่นี้หากมีทีมใดเป็นฝ่ายชนะก็มีโอกาสขึ้นไปยึดตำแหน่งจ่าฝูง หาก ทรู แบงค็อก ไม่สามารถเอาชนะ ประจวบฯ ได้ จากนั้นในวันเดียวเวลา 21.30 น. ศึกบุนเดสลีก้า “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก ที่ยังคงมาพร้อมกับอาวุธหนักอย่าง แฮร์รี่ เคน ดาวยิงตัวเก่งที่กดไปแล้ว 18 ประตู จาก 12 นัดในลีก ภารกิจครั้งนี้ทัพเสือใต้จะต้องเปิดบ้านสอย “คนเหล็ก” อูนิโอน เบอร์ลิน ให้จงได้ เพื่อทะยานขึ้นนำเป็นจ่าฝูง และกดดัน เลเวอร์คูเซ่น ที่จะลงเตะในวันถัดไป
พาเหรดขบวนที่สอง วันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม เริ่มลุ้นกันตั้งแต่เที่ยงวัน กับแมตช์ “ไทยดาร์บี้” โดยความพร้อมของเจ้าถิ่น คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ทีมอันดับ 11 เตรียมส่ง “เช็ค” สุภโชค สารชาติ คัมแบ็กตัวจริงรอบ 4 เกมส่งท้ายฤดูกาล เปิดรังซัปโปโร โดม ดวลเดือด ทีมเยือนอันดับ 4 อูราวะ เรด ไดมอนส์ ทีมของ “บุ๊ค” เอกนิษฐ์ ปัญญา ที่ออกสตาร์ตตัวจริงอีกครั้ง เพื่อปะทะเพื่อนร่วมชาติกับ เจ้าเช็ค
โดยสถานการณ์ลุ้นไปจบอันดับ 3 เพื่อคว้าโควต้าไปเล่นในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2024/25 ระดับเทียร์ 2 ค่อนข้างเหนื่อย นอกจากต้องบุกชนะในเกมนี้แล้ว ต้องไปลุ้นให้ ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า ไม่ชนะด้วย ในขณะเดียวกันเกมนี้จะการคุมทีมครั้งสุดท้ายของ “มาเซียส สกอร์ซ่า” กุนซือชาวโปแลนด์วัย 51 ปี ที่ประกาศอำลาแฟนบอลหลังจบฤดูกาล 2023
ต่อกันด้วย ศึกไทยลีก บิ๊กแมตช์เดือด “กิเลนผยอง” เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดธันเดอร์โดม สเตเดียม รอต้อนรับคู่ปรับตลอดกาล “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ศึกครั้งนี้ถือเป็นเกมสำคัญ เพราะทั้งคู่กำลังต้องการจุดเปลี่ยนเพื่อเรียกความมั่นใจ ฝั่งเจ้าบ้านเมืองทอง 5 นัดหลังสุด ชนะแค่ 2 แพ้ไป 3 นัด ร่วงมาอยู่ที่ 9 ของตาราง ในขณะที่ บุรีรัมย์ 5 นัด
หลังสุดในลีก ชนะแค่นัดเดียว และเสมอไป 4 นัดรวด หล่นมาอยู่อันดับ 4 ของตาราง แม้จะลงเตะ 9 นัดเท่าจ่าฝูง แต่ก็ตามหลังถึง 6 คะแนน ชัยชนะในเกมนี้จึงเป็นทั้งศึกแห่งศักดิ์ศรีและจุดเปลี่ยนชั้นดี
ปิดท้ายขบวนสุดท้ายด้วย ศึกบุนเดสลีก้า คู่สำคัญ เมื่อจ่าฝูง “ห้างขายยา” ไบเออร์ เลเวอร์คู่เซ่น ภายใต้การนำของคุณชายลูกหนัง “ชาบี อลอนโซ่” ที่ฟอร์มกำลังร้อนแรงที่สุดของลีก ณ เวลานี้ เล่น 12 นัด ชนะ 11 เสมอ 1 ยังไม่แพ้ใคร จะเปิดบ้านทำศึกหนักรับผู้มาเยือนอย่าง “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่กำลังเค้นฟอร์มเก่งกลับมาได้อีกครั้ง หลังคว้าชัยต่อเนื่องมา 2 นัดรวด ทั้งในลีกและบอลถ้วยใหญ่ยุโรป ศึกครั้งนี้คงต้องวัดกันว่าใคร? จะแรงกว่ากัน
แฟนบอลห้ามพลาดพาเหรดบิ๊กแมตช์จัดเต็มตลอดวันเสาร์และอาทิตย์นี้ ไทยลีก เจลีก และบุนเดสลีก้า ถ่ายทอดสดให้ชมฟรีทางหน้าจอ พีพีทีวี เอชดี ช่อง 36 หรือรับชมผ่านทางเว็บไซต์ และแอพพลิเคชัน

