‘คิงเพาเวอร์’โดดหนุน’น้องพี ซุปเปอร์เท็น’สู่นักฟุตบอลอาชีพ

17.01.17 | 16:59 น.

นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และรองประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ เป็นประธานแถลงข่าว KING POWER สานฝันน้องพีสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพ พร้อมด้วย “โค้ชซิโก้” เกีรยติศักดิ์ เสนาเมือง แบรนด์แอมบาสเดอร์ เลสเตอร์ ซิตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล อคาเดมี, โค้ชสมบัติ ลีกำเนิดไทย อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย และเจ้าของอคาเดมี อินเตอร์ ไทยแลนด์ และ “น้องพี ซุปเปอร์เท็น” เด็กชายสุวิน ร่วมแถลง ที่ ห้องอินฟินิตี้ โรงแรมพลูแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 17 มกราคม

ก่อนเริ่มแถลง ได้มีการเปิดตัว “น้องพี” ให้แสดงทักษะความสามารถทางด้านฟุตบอลของตัวเอง อาทิ ให้เดาะลูกฟุตบอลโชว์แขกที่มาร่วมงาน เดาะลูกฟุตบอลแล้วยิงให้เข้าประตู เดาะลูกฟุตบอลแล้วยิงให้ชนคาน และไฮไลท์สำคัญในงานคือ ให้น้องพียิงลูกฟุตบอลชนคานติดต่อกัน 3 ครั้ง ผลปรากฏว่าน้องพีสามารถยิงได้ถึง 4 ครั้งติดต่อกัน ซึ่งเป็นที่ฮือฮาต่อแขกที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก

นายอัยยวัฒน์ กล่าวว่า โดยส่วนตัวมองว่าความสามารถของน้องเป็นสิ่งที่น่าประทับใจ การที่เด็กอายุ 7 ขวบคนหนึ่งจะเตะลูกฟุตบอลชนคานติดต่อกันถึง 3 ครั้ง มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เท่าที่ได้มีโอกาสคุยกับ โค้ชสมบัติ และโค้ชซิโก้เอง ก็ยิ่งทำให้เห็นได้เลยว่า น้องมีความสามารถ และตัวน้องเองมีความมุ่งมั่นมาก สังเกตได้จากสายตาและท่าทาง การที่น้องพีโชว์ทักษะเตะชนคาน น้องพีไม่ได้แค่ชิพลูกฟุตบอลเบาๆ แล้วให้ไปโดนที่คาน แต่น้องพีเตะอย่างเต็มแรง เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลยในสิ่งที่น้องพีทำ สำหรับการสนับสนุนน้องพี ตัวน้องเองอายุแค่ 7 ขวบ ดังนั้นโอกาสที่ตนจะยื่นให้น้องพีอันดับแรกคือเรื่องการศึกษา ทางเลสเตอร์ หรือคิงเพาเวอร์เอง รวมไปถึงโค้ชสมบัติ จะช่วยในเรื่องการศึกษาของน้องพีอย่างเต็มที่ และสิ่งที่สำคัญที่สุดอีกอย่างคือ อาหารการกินที่ถูกหลักโภชนาการ ก็เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งทางเลสเตอร์เองก็มีแผนที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ให้กับน้องพีด้วย การที่เลสเตอร์ให้โอกาสน้องพีในวันนี้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าน้องพีจะโตขึ้นพัฒนาไปได้ไกลถึงไหน หรือโตขึ้นไปในอีก 10 ปีข้างหน้าน้องจะยังเป็นนักฟุตบอลอาชีพหรือป่าวไม่มีใครรู้ แต่เชื่อว่าเด็กที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจนั้นน่าสนับสนุน และถ้าถึงวัยที่น้องพีพร้อมแล้วก็จะส่งไปอยู่กับเลสเตอร์เลย และนอกจากน้องพี คิงเพาเวอร์ก็ยังสนับสนุนเด็กไทยทุกคนที่สนใจทางด้านกีฬา เพราะได้เล็งเห็นถึงความสามารถของเด็กไทย ถ้าเด็กคนใดมีแวว หรือทางเราได้มองเห็นถึงความสามารถก็จะสนับสนุนอย่างแน่นอน

โค้ชซิโก้ กล่าวว่า สิ่งที่น้องพีได้รับในครั้งนี้สำคัญมาก ก่อนหน้าหน้านี้ก็เพิ่งได้เห็นน้องพียิงชนคาน ซึ่งมันยากมากๆ ขนาดนักฟุตบอลทีมชาติ เวลาเลิกฝึกซ้อม มาเตะเล่นกัน บางครั้งสิบลูกยังโดนแค่หนึ่งลูกก็มี ซึ่งการเตะลูกฟุตบอลให้ชนคานนั้นยากมาก น้ำหนักต้องได้ ซึ่งโดยส่วนตัวเองมองว่า น้องพีเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ ถ้าในอนาคตน้องพียังเดินทางอยู่บนเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพอยู่ต้องประสบความสำเร็จแน่นอน สำหรับเด็ก 7 ขวบ โดยเด็กส่วนใหญ่ตั้งแต่อยู่ในวงการฟุตบอลไทยมาจะเห็นแววตั้งแต่อายุ 12-13 ปี ซึ่งในยุโรปก็เริ่มฝึกซ้อมกันตั้งแต่ 7-8 ขวบอยู่แล้ว สำหรับตัวเองก็ได้เริ่มเล่นฟุตบอลตอนอายุพอๆ กับน้องพี เพียงแต่ว่ายังไม่เห็นอนาคตของตัวเองในตอนนั้น โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าเดี๋ยวนี้เด็กไทยมีโอกาสมากขึ้น

โค้ชสมบัติกล่าวว่า ได้เห็นน้องพีครั้งแรกตอนอายุ 4 ขวบ ตอนนั้นน้องพีไปเกาะที่รั้วอคาเดมี ตัวเองเกิดสงสารก็ได้ให้น้องพีเข้ามาเรียนฟุตบอลฟรี เพราะว่าน้องพีเองเกิดที่อคาเดมี แล้วก็โตที่อคาเดมี น้องพีเป็นเด็กที่โชคดีมากที่ทางคิงเพาเวอร์ได้เข้ามาสนับสนุน สำหรับตัวน้องเองนั้นมีความสามารถ หลายๆ ที่ก็ต้องการตัวน้องพี ซึ่งตัวน้องเองตอนนี้ก็ได้ไปอยู่ในที่ๆ เหมาะสมกับตัวน้องที่สุด

Advertisement

“ผมได้มีการคุยกับคุณอัยยวัฒน์ แล้วว่า ขั้นตอนต่อไปจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งผมเองก็ค่อนข้างอุ่นใจ เพราะว่านักกีฬา เล่นเก่งมันก็ส่วนหนึ่งแต่จิตใจนั้นก็ต้องสำคัญ แต่ถ้าสภาพจิตใจมันไม่ได้ สิ่งที่ฝึกมาทั้งหมดมันก็ล้มเหลว ถึงตอนนี้ผมมั่นใจแล้วว่า ตัวน้องมีอนาคตไกลแน่นอน” โค้ชสมบัติกล่าวทิ้งท้าย

 

2

4

เธ„เธดเธ‡เธžเธฒเธงเน€เธงเธญเธฃเนŒ1

เธ™เน‰เธญเธ‡เธžเธต

เธ™เน‰เธญเธ‡เธžเธต3

เธญเธฑเธขเธขเธงเธฑเธ’เธ™เนŒ เธจเธฃเธตเธงเธฑเธ’เธ™เธ›เธฃเธฐเธ เธฒ2