เมื่อวันที่ 18 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายภูยิน คำนวน หรือ แบงค์ นักกีฬาวีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทย พร้อมด้วยน.ส.จันดี ณัฐขิริยกุล หรือเอเจ กำลังใจคนสำคัญ ที่ได้ร่วมกันปั่นวีลแชร์และจักรยานในโครงการ”ปั่น ปลูกป่า รักษาน้ำ ถวายในหลวงรัชกาลที่ 9″ ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2559 เป็นเวลา 120 วัน ในเส้นทางกว่า 10,000 กิโลเมตรทั่วทุกภาคของประเทศไทย ได้เดินทางถึงท้องสนามหลวงแล้วเพื่อเข้าร่วมถวายความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9
นายภูยินกล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการได้ตั้งใจที่จะปั่นจักรยานเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล อยากให้ท่านเห็นว่าเราทำให้เพื่อเป็นกำลังใจแด่พระองค์ เพราะขณะนั้นพระองค์ท่านยังประทับอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช แต่ได้ทราบข่าวว่าพระองค์เสด็จสวรรคตตอนที่พวกเรากำลังจะถึงจังหวัดเชียงราย ทุกอย่างเหมือนช็อตไปหมด อยากจะเลิกปั่นตั้งแต่ตอนนั้นเพื่อเข้ากรุงเทพ วันที่ 14 ตุลาคม เราปั่นทั้งน้ำตา พอวันที่ 15 ตุลาคม พวกเราได้เจออาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ที่วัดร่องขุ่น อาจารย์อบรมเราเป็นชั่วโมงว่าอย่าหยุด เพราะอาจารย์ก็สร้างวัดถวายให้พระองค์ท่าน ก็ยังไม่หยุดสร้าง เราเลยมีกำลังใจที่จะปั่นต่อ ยิ่งได้เจอประชาชนตามสองข้างทางที่ทราบว่าเรากำลังทำอะไร พวกเขาเข้ามาให้กำลังใจ มากอด บอกให้พวกเราไปต่อ เพราะพระองค์มองเราอยู่เลยเป็นกำลังใจให้เราทำให้สำเร็จ
จากเดิมที่ตั้งใจจะปั่นไปยังศิริราชเป็นจุดสุดท้ายเพื่อไปลงนามถวายพระพร ก็เปลี่ยนจุดหมายมาเป็นเป็นท้องสนามหลวง ขณะที่ชุดปั่นจักรยานเดิมแบงค์ใส่ชุดสีเหลือง ส่วนเอเจใส่ชุดสีชมพูก็ต้องเปลี่ยนเป็นสีดำทั้งคู่ แต่ที่แบงค์บอกว่าเศร้าที่สุดคือเมื่อต้องปลดธงประจำพระองค์สีเหลืองลงแล้วนำเองธงชาติขึ้นแทนที่เหนือจักรยาน ซึ่งทำให้เขารู้สึกใจหาย เพราะตอนเริ่มโครงการก็รู้สึกเหมือนพระองค์ท่านมาด้วยกันแล้วอยู่ๆ พระองค์ท่านก็จากไป

เมื่อมาถึงวันนี้ที่ความตั้งใจที่วางไว้ประสบความสำเร็จ แบงค์บอกว่าเขารู้สึกปลื้มใจไปหมดรู้สึก จุก บรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ เพราะก่อนออกเดินทางก็หวังว่าท่านจะเห็นเราปั่นไปหาแต่วันนี้ท่านไม่เห็นเรา แค่ปั่นขึ้นสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้ามาก็ร้องไห้แล้ว
“รู้สึกเหมือนเราสัญญากับครอบครัวว่าเราจะไปทำงานให้ และให้ครอบครัวรอดูเราอยู่ที่บ้าน แต่พอออกมาได้สักพัก คนที่บ้านเป็นอะไรไปแล้วเราไม่สามารถกลับไปได้ แต่เราก็ต้องทำให้เสร็จ รู้สึกใจหายแต่เหมือนเรามาบอกว่าวันนี้เราทำสำเร็จแล้ว”แบงค์กล่าว
ขณะที่เอเจบอกว่ารู้สึกเหมือนเราสูญเสียพ่อคนหนึ่งไป ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทราบว่าท่านสวรรคต อยากจะเลิกปั่น อยากมาทำเหมือนคนอื่นคือมาอยู่ที่นี่ มาเก็บขยะหรือทำอะไรก็ได้เพื่อท่าน ไม่อยากปั่นแล้ว แต่เมื่อเราตั้งใจจะทำแล้วก็ทำให้จบ ทุกวันที่ปั่นจักรยานรู้สึกอยากมาใกล้ๆ ท่านตลอดเวลา พอมาถึงแล้วก็รู้สึกว่าสิ่งที่เราตั้งใจสำเร็จแล้ว

เมื่อถามว่าทั้งคู่ได้เรียนรู้อะไรหลังทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้สำเร็จ เอเจบอกว่าสิ่งที่ท่านสอนคือความอดทน แม้จะมีอุปสรรคแค่ไหนเราก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ บางช่วงที่เราปั่นจักรยานไปอย่างช่วงเชียงใหม่ไปแม่ฮ่องสอน ตลอดทางไม่มีห้องน้ำเลย ทุกวันนี้แม้จะเจริญขึ้นแล้วการเดินทางยังลำบาก แล้วสมัยที่ท่านเดินทางไป ท่านต้องลำบากกว่าเรามาก
ขณะที่แบงค์บอกว่าหลังพระองค์ท่านสวรรคตโทรทัศน์จะฉายภาพพระราชกรณียกิจ ตกเย็นพอเราเข้าที่พักจะเห็นเส้นทางที่เราเพิ่งปั่นผ่านซึ่งมันลาดยางแล้ว แต่ตอนที่ท่านเสด็จ เส้นทางที่ท่านไปยังไม่ลาดยาง ท่านมาตั้งแต่ทางยังไม่เสร็จ ทำให้คิดว่าพระองค์ท่านทำได้อย่างไร เดินทางไปทั่วประเทศ รู้เลยว่าทำไมพระองค์ถึงประชวร เราปั่นบนถนนลาดยาง สบายกว่าท่านตั้งเยอะ เราจะท้อทำไม เพราะพระองค์ท่านก็ไม่เคยท้อเลยตลอด 70 ปี
ที่เป็นเรื่องมหัศจรรย์มากที่สุดคือตลอด 120 วันพวกเขาไม่เคยป่วยเลย ทั้งที่ฝนตกแดดออกก็ไม่หยุดปั่น คนที่รู้เรื่องยังบอกว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ป่วยเพราะปั่นจักรยานกันมาขนาดนี้ ไปภาคใต้เจอน้ำท่วมก็ลุยน้ำกันแต่พวกเขาก็ไม่ป่วยเลย

แบงค์บอกว่าสิ่งที่จะประทับอยู่ในความทรงจำของเขาคือคนไทยไม่ว่าจะอยู่ภาคไหน อายุเท่าไหร่ พอรู้ว่าเราทำเพื่ออะไร คนไทยจะมีศูนย์รวมจิตใจเดียวกันหมด
ด้านเอเจบอกว่าสิ่งที่จะติดตรึงในความทรงจำของเธอคือมิตรภาพของคนไทย ความมีจิตใจที่ดี และมีน้ำใจ เราได้รู้ว่าคนไทยรักในหลวงมากแค่ไหน ขนาดไปที่ภาคใต้เจอป้าแก่ๆ ที่บ้านน้ำท่วมจนไม่เหลืออะไร ป้ายังกำเงินเอามาให้เรา 100 บาทแล้วบอกว่าทำให้สำเร็จนะ เราได้รู้เลยว่าคนไทยรักในหลวงจริงๆ

