โปรมือ 3 โลก ราห์ม กลับลำเข้าร่วมลิฟ กอล์ฟ คาดรับทรัพย์กว่า 2 หมื่นล้าน!

8.12.23 | 18:26 น.
(Photo by Scott Taetsch/LIV Golf via AP)

โปรมือ 3 โลก ราห์ม กลับลำเข้าร่วมลิฟ กอล์ฟ คาดรับทรัพย์กว่า 2 หมื่นล้าน!

จอน ราห์ม โปรกอล์ฟมือ 3 ของโลกชาวสเปน ดีกรีแชมป์เมเจอร์ “เดอะ มาสเตอร์ส” เรียกเสียงฮือฮาด้วยการตัดสินใจเซ็นสัญญาเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “ลิฟ กอล์ฟ” (LIV Golf) ทัวร์กอล์ฟที่ได้รับเงินสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย ในฤดูกาล 2024 เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม เป็นการกลับลำจากที่เคยประกาศว่าจะไม่เข้าร่วมลิฟ กอล์ฟ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2021

สำหรับลิฟ กอล์ฟ เป็นประเด็นร้อนของวงการกอล์ฟโลกมาตั้งแต่ก่อตั้ง เนื่องจากถูกมองว่าเป็นคู่แข่งของพีจีเอทัวร์และดีพี เวิลด์ทัวร์ (ยูโรเปี้ยนทัวร์เดิม) และมีจุดเด่นที่เงินรางวัลมหาศาล จนมีนักกอล์ฟหลายคนหันไปเซ็นสัญญาด้วย นำโดย ฟิล มิคเคลสัน ตำนานชาวอเมริกัน จนโดนตอบโต้จากพีจีเอทัวร์กับดีพี เวิลด์ทัวร์ ลงโทษแบนไม่ให้เข้าร่วมรายการของทัวร์จนกว่าจะยกเลิกเข้าร่วมลิฟ กอล์ฟ

ขณะที่นักกอล์ฟชั้นนำหลายคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าคนที่เข้าร่วมมองเรื่องค่าตอบแทนเป็นหลัก นำโดย ไทเกอร์ วู้ดส์ และรอรี่ แม็คอิลรอย สองอดีตมือ 1 โลก ส่วนฝั่งสนับสนุนลิฟ กอล์ฟ ก็โต้ว่าหนุนทัวร์กอล์ฟมาเป็นคู่แข่งเพื่อคานอำนาจผู้บริหารพีจีเอทัวร์และดีพี เวิลด์ทัวร์ ที่กำหนดทิศทางการบริหารจัดการโดยไม่คำนึงถึงนักกอล์ฟ อย่างไรก็ตาม สุดท้ายพีจีเอทัวร์และดีพี เวิลด์ทัวร์ ประกาศจับมือกับลิฟ กอล์ฟ กลางปีนี้ ซึ่งจะมีการหารือเรื่องรายละเอียดความร่วมมือ รวมถึงปฏิทินแข่งขันที่คาบเกี่ยวกันในภายหลัง

ราห์มกล่าวว่า หลังจากมีข่าวลือมานานเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในที่สุดก็ออกมายืนยันด้วยตัวเองได้แล้วว่าตนได้เข้าร่วมลิฟ กอล์ฟอย่างเป็นทางการ นี่เป็นการตัดสินใจที่ไม่ง่ายเลย หลังจากประสบความสำเร็จในการเล่นกอล์ฟอาชีพ รวมถึงมีความสุขกับช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม มองว่าลิฟ กอล์ฟ มีอะไรหลายอย่างน่าสนใจ เช่น เรื่องการแข่งขันประเภททีม

Advertisement

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ราห์มได้ค่าตอบแทนจากการเข้าร่วมลิฟ กอล์ฟ ถึง 450 ล้านปอนด์ (20,250 ล้านบาท) แต่เจ้าตัวบอกว่าไม่สามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ เนื่องจากเป็นการทำธุรกิจส่วนบุคคล และกล่าวด้วยว่า ค่าตอบแทนของลิฟ กอล์ฟ สูงมาก แต่ตนไม่ได้เล่นกอล์ฟเพื่อเงินเป็นหลัก ที่เล่นเพราะรักกีฬานี้ เป็นคนทะเยอทะยาน แต่ไม่ได้โลภ อย่างไรก็ตาม ในฐานะสามีและพ่อ ตนมีหน้าที่ที่ต้องมอบโอกาสและทุนทรัพย์เพื่อครอบครัวมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะฉะนั้นเรื่องเงินจึงเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจในเรื่องนี้ ขณะเดียวกันก็ต้องการช่วยให้กีฬานี้เติบโตสู่ตลาดระดับโลก ด้วยการทำหน้าที่กัปตันทีม เป็นผู้นำของเพื่อนร่วมทีม โดยจะทำงานหนักเพื่อพิสูจน์ตัวเอง