“บิ๊กเสือ” นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เป็นประธานประชุมคณะผู้บริหาร กกท. ร่วมกับผู้แทนสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการเตรียมการจัดกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 33 “ชุมพร-ระนองเกมส์” ที่โรงแรมทินิดี จ.ระนอง เมื่อวันที่ 18 มกราคม โดยมีนายวิรัตน์ รักษ์พันธ์ รองผู้ว่าราชการ จ.ระนอง เข้าร่วม พร้อมกับลงสำรวจสถานที่, สนามแข่งขัน และสนามฝึกซ้อมของ จ.ระนอง ซึ่งจะใช้ในแข่งขันระหว่างวันที่ 16-26 มีนาคมนี้
หลังประชุมนายสกล เปิดเผยว่า แต่ละฝ่ายรายงานว่ามีความพร้อมแล้วกว่า 90 เปอร์เซนต์ โดยก่อนหน้านี้เป็นห่วงเรื่องสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ แต่จากการลงมารับฟังรายงานการเตรียมความพร้อมของระนองทำให้ทราบว่าเหตุการณ์น้ำท่วมไม่มีผลกระทบ โดยตัวเองพร้อมด้วยฝ่ายเทคนิคกีฬา รวมถึงผู้แทนจาก 15 สมาคมกีฬาได้ลงสำรวจความพร้อมของสนามเรียบร้อยแล้ว โดย จ.ระนองจะรับหน้าที่จัด 15 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย กาบัดดี้, คาราเต้โด, คริกเก็ต, จักรยาน, เจ็ตสกี, เทเบิลเทนนิส, บาสเกตบอล, เปตอง, ฟุตบอล, ฟุตซอล, ยูโด, สนุกเกอร์, หมากล้อม, รักบี้ฟุตบอล, ชักกะเย่อ และโบว์ลิ่ง ซึ่งตอนแรกซอฟต์เทนนิสจะแข่งขันที่ จ.ระนอง แต่เกิดปัญหาอาจซ่อมแซมสนามแข่งขันไม่ทัน จึงแก้ปัญหาด้วยการย้ายซอฟต์เทนนิสไปจัดแข่งขันที่ชุมพรแทน ขณะที่โบว์ลิ่งมีเพียง 4 จังหวัดร่วมชิงชัย ซึ่งไม่เป็นไปตามระเบียบที่จะต้องมีอย่างน้อย 5 จังหวัด แต่จะต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมก่อนว่าจะตัดโบว์ลิ่งออกหรือไม่ แต่อยากให้มีการแข่งขันเพื่อเป็นการพัฒนานักกีฬาต่อไป
“ทุกฝ่ายต่างยืนยันความพร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพร่วมกับชุมพรในการจัดครั้งประวัติศาสตร์ของกีฬาเยาวชนแห่งชาติที่จะมีเจ้าภาพร่วมกันเป็นครั้งแรก แม้ระนองจะเป็นเมืองไม่ใหญ่ แต่ถือเป็นเมืองกีฬา และมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีมาก ทำให้เชื่อมั่นในศักยภาพว่าจะจัดออกมาได้ยิ่งใหญ่” บิ๊กเสือกล่าว
ด้านนายวิรัตน์กล่าวว่า จ.ระนองมุ่งหวังเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับนักกีฬา และเจ้าหน้าที่ที่จะเดินทางมาเยือนนับหมื่นคนในช่วงระหว่างแข่งขันให้ประทับใจมากที่สุด นอกจากนี้หน่วยงานต่างๆ ภายในท้องถิ่นจะร่วมกันประชาสัมพันธ์เพื่อให้คนท้องถิ่นให้ความสนใจ ส่วนเป้าหมายของ จ.ระนอง ในครั้งนี้ตั้งเป้าว่านักกีฬาจะทำผลงานคว้าเหรียญได้มากกว่าครั้งก่อนที่ทำได้ 5 ทอง 6 เงิน 2 ทองแดง



