สกู๊ปปีใหม่ รวม 10 ข่าวเด่นกีฬาไทยส่งท้ายปี 2566
เป็น 2566 เป็นอีกหนึ่งปีที่วงการกีฬาไทยมีเหตุการณ์ต่างๆ มากมายทั้งเรื่องน่ายินดี น่าผิดหวัง เรื่องเศร้า และเรื่องช็อกวงการ
ในโอกาสส่งท้ายปีเก่า 2566 ต้อนรับปีมังกรไม้ (ธาตุไม้) พ.ศ.2567 แผนกข่าวกีฬา “มติชน” จึงถือโอกาสรวบรวม 10 ข่าวเด่นวงการกีฬาไทยในรอบปี 2566 มาย้ำเตือนผู้อ่านอีกครั้งว่า ในรอบปี 2566 เกิดอะไรขึ้นบ้างในวงการกีฬาเมืองไทย

‘ซีเกมส์-เอเชี่ยนเกมส์’ของทัพไทย
ปี 2566 ที่ผ่านมาทัพนักกีฬาไทยมีภารกิจใหญ่ 2 รายการเริ่มจากกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 5-17 พฤษภาคม ก่อนไปแข่งขันทัพไทยตั้งเป้าไว้ที่ 112 เหรียญทองพร้อมกับครองเจ้าเหรียญทอง แต่เมื่อการแข่งขันจบลงปรากฏว่า ทัพไทย ทำผลงานได้ 108 ทอง 96 เงิน 108 ทองแดง ปิดฉากอันดับ 2 เป็นรองเวียดนาม ที่คว้าไป 136 ทอง 105 เงิน 118 ทองแดง อันดับ 3 เป็นอินโดนีเซีย คว้าไป 87 ทอง 80 เงิน 109 ทองแดง อันดับ 4 ได้แก่ “เจ้าภาพ” กัมพูชา คว้าไป 81 ทอง 74 เงิน 127 ทองแดง อันดับ 5 ได้แก่ ฟิลิปปินส์ 58 ทอง 85 เงิน 117 ทองแดง
ส่วนรายการต่อมาเป็นรายการระดับทวีปเอเชียอย่าง กีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่นครหางโจว ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 23 กันยายน – 8 ตุลาคม ก่อนไปแข่งขันทัพไทยตั้งเป้าไว้ที่ 15-20 เหรียญทอง ปรากฏว่า ทัพไทยทำผลงานต่ำกว่าเป้าหมายคว้าไปรวม 12 ทอง 14 เงิน 32 ทองแดง ปิดฉากอันดับที่ 8 โดยอันดับ 1-5 ของทวีปเอเชีย ได้แก่ จีน 201 ทอง 111 เงิน 71 ทองแดง อันดับ 2 ญี่ปุ่น 52 ทอง 67 เงิน 69 ทองแดง อันดับ 3 เกาหลีใต้ 42 ทอง 59 เงิน 89 ทองแดง อันดับ 4 อินเดีย 28 ทอง 38 เงิน 41 ทองแดง และอันดับ 5 อุซเบกิสถาน 22 ทอง 18 เงิน 31 ทองแดง

‘วิว กุลวุฒิ’ครองแชมป์โลกแบดมินตัน
ปีที่ผ่านมาวงการแบดมินตันไทยยังคงแรงไม่ตก สร้างชื่อเสียงให้กีฬาของไทยอีกแล้ว เมื่อ “วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักแบดมินตัน ประเภทชายเดี่ยวของไทยสร้างปรากฏการณ์สุดช็อกด้วยการคว้าแชมป์โลก ประเภทชายเดี่ยวได้สำเร็จ
รอบชิงชนะเลิศ ศึกแบดมินตันชิงแชมป์โลก 2023 “วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ เอาชนะ โคได นาราโอกะ มืออันดับ 4 ของโลก จากญี่ปุ่น ไป 2-1 เกม 19-21, 21-18, 21-7 ทำให้ วิว กุลวุฒิ คว้าแชมป์ในศึก เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2023 ซึ่งนับเป็นแชมป์โลกประเภทชายเดี่ยวคนแรกของประเทศไทย พร้อมกลายเป็นแชมป์โลกที่ 3 ของไทย ต่อจากแชมป์โลกประเภทหญิงเดี่ยวอย่าง “เมย์” รัชนก อินทนนท์ ที่เคยทำได้ในปี 2013 และประเภทคู่ผสมของ “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ กับ “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย เมื่อปี 2021
นอกจากความสำเร็จอย่างแชมป์โลกแล้ว ในปี 2023 “วิว” กุลวุฒิ ยังโชว์ฟอร์มร้อนแรงสุดๆ คว้าแชมป์ได้ 2 รายการคือ อินเดีย โอเพ่น และไทยแลนด์ โอเพ่น รวมถึงคว้ารองแชมป์ยูเอส โอเพ่น และอันดับ 3 ในรายการ มาเลเซีย โอเพ่น และสิงคโปร์ โอเพ่น
ส่วนผลงานในศึกกีฬาซีเกมส์ 2022 ประเทศเวียดนาม คว้าเหรียญทองประเภทชายเดี่ยว กับประเภททีมชาย มาครอง ส่วนระดับอาชีพคว้ารองแชมป์สเปน มาสเตอร์ 2020, สวิส โอเพ่น 2021, เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอลส์ 2021 และชิงแชมป์โลก 2022 กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

บอลไทยตีอิเหนาสุดอื้อฉาวทั่วโลก
กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เกิดเรื่องอื้อฉาวชนิดไม่น่าเกิดขึ้นกับวงการฟุตบอลไทย ในเกมรอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ดวลกับ “อิเหนา” อินโดนีเซีย
เกม 90 นาทีเล่นกันค่อนข้างดุเดือดและเป็นไทยมาไล่ตีเสมอช่วงท้ายเกม นาที 90+10 ยศกร บูรพา กองหน้าอายุ 17 ของทีมชาติไทยตีเสมอได้ 2-2 ได้ในช่วงวินาทีสุดท้าย มันเป็นการระเบิดความสะใจอย่างที่สุด ทำให้สต๊าฟโค้ชทีมชาติไทยและนักเตะบางส่วน เก็บอารมณ์ไม่อยู่ วิ่งไปเยาะเย้ยถึงเขตม้านั่งสำรองของฝั่งอินโดนีเซียและมีการท้าทายกันไปมา จังหวะนี้กรรมการจึงตัดสินใจควักใบแดงไล่สต๊าฟของไทยหนึ่งคน คือโค้ชเชน และควักใบแดงไล่นักเตะสำรองอินโดนีเซียไป 1 คน
เริ่มต่อเวลาพิเศษมาได้แค่นาทีเดียว ทรงชัยพลาดเสียบอลหน้าประตูก่อนจะโดน อิรฟาน จูฮารี ฉกบอลไปแล้วยิงเข้า ทำให้อินโดนีเซียนำอีกครั้ง 3-2 ทำให้ดีกรีเกมที่เดือดจนม้านั่งสำรองทั้งสองฝั่งตีกันอีกครั้ง และครั้งนี้ โสภณวิชญ์ รักญาติ นายทวารไทยโดนใบแดง จากเหตุการณ์วิ่งมาจากหน้าโกลตัวเอง กระโดดเข้าอัดนักเตะเบอร์ 4 ของอินโดฯ ก่อนจะมีการแลกหมัดและโดนจับแยกออกจากกันไป หลังจากนั้นตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจำนวนมากจะลงมาแยกนักเตะและสต๊าฟทั้งสองทีมออกไปให้อยู่คนละฝั่ง
ในสนามทั้ง 2 ทีม เหลือ 10 คน รวมถึงสต๊าฟไทยโดนใบแดงอีก 2 คน กลับมาเริ่มเกม โจนาธาร เข็มดี โดนใบแดงอีกราย ทำให้ไทยเหลือ 9 คน จากนั้นไทยมาเสียประตูเพิ่มตามหลังห่าง 2-5 และจบลงด้วยสกอร์นี้ ชวดแชมป์ 3 ครั้งติด หลังเคยได้ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2017 ที่ประเทศมาเลเซีย และเป็นแชมป์สมัยที่ 3 ของอินโดนีเซีย จากการเข้าชิง 8 ครั้งด้วยกัน
เหตุการณ์ตะลุมบอนของไทย กับ อินโดนีเซีย อื้อฉาวไปทั่วโลก และผู้เล่นไทยที่มีส่วนทำให้เหตุการณ์ทั้งหมดย่ำแย่ลงนั้น ถูกสังคมฟุตบอลไทยโจมตีอย่างหนักว่าทำลายชื่อเสียงของวงการฟุตบอลไทยด้วยอารมณ์เพียงชั่ววูบ

‘พาณิภัค’พลิกนรกคว้าทอง อชก.
โมเมนต์สุดประทับใจที่สุดคงจะหนีไม่พ้น “เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ จอมเตะสาวเบอร์หนึ่งโลกดีกรีเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 2020 ในศึกเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่นครหางโจว
รอบชิงชนะเลิศ รุ่นน้ำหนัก 49 กก.หญิง พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ดวลกับ ฉิง กั๋ว นักเทควันโดจากเจ้าถิ่น ปรากฏว่า พาณิภัค อาศัยความเร็วเตะหัวเฉือนชนะไปก่อน 6-5 แต่พอมายกสองเป็น จีน เอาชนะไปได้ ต้องมาแข่งในยกตัดสินเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเมื่ออยู่ๆ แต้มจีนก็ขึ้นพรวดจากนำ 6-0 พุ่งไปเป็น 23-0 จากการเตะไม่เข้าเป้าเพียง 2-3 ที ทำให้ “โค้ชเช”เช ยอง ซ็อก ประท้วงทันที ซึ่งเกมหยุดไปราวๆ 20 นาที แล้วมาแข่งกันใหม่ที่สกอร์เดิมที่จีนนำ 6-0 กับเวลาที่เหลือไม่ถึงนาที พาณิภัค บรรเลงเพลงเตะกระหน่ำเข้าใส่เข้าหัวรวดเดียวจนเอาชนะไป 12-9 ทำให้ชนะไป 2-1 ยก คว้าเหรียญทองแรกให้กับทัพนักกีฬาไทย
ถือเป็นการคว้าเหรียญทองเหรียญที่ 2 ในมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ของ “เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ต่อจากปี 2018 ที่ปาเล็มบัง ประเทศอินโดนีเซีย และเป็นเหรียญทองเหรียญแรกของทัพนักกีฬาไทยในหางโจวเกมส์ด้วย
ในรอบปี 2566 พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ยังกวาดแชมป์เวิลด์กรังด์ปรีซ์ จนนับรวมแล้วตลอดชีวิตคว้าแชมป์ไปทั้งหมด 51 รายการ และทำให้เธอก้าวไปคว้ารางวัลนักกีฬาหญิงยอดเยี่ยม ประจำปี 2566 พร้อมกับทำสถิติคว้ารางวัลนี้เป็นสมัยที่ 7 ติดต่อกัน นับตั้งแต่ปี 2560, 2561, 2562, 2563, 2564, 2565, 2566

‘สันต์’ลาออกนายกกรีฑาฯกลางอชก.
เรื่องร้อนๆ ของวงการกรีฑาไทย ในศึกเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 นั่นคือ การประกาศลาออกกลางงานของ พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ จากตำแหน่งนายกสมาคมกีฬากรีฑาฯ ปิดฉากการทำงานกว่า 22 ปี
หลังจากสมาคมฯโดนแฟนกีฬาวิพากษ์วิจารณ์กันมากเรื่องตั้งใจสตาร์ตฟาวล์ของ “ต้า” สรอรรถ ดาบบัง ในวิ่ง 100 เมตรชาย รอบชิงฯ และ “บิว” ภูริพล บุญสอน ในวิ่ง 200 เมตรชาย รอบรองชนะเลิศ ที่วิ่งไม่จบ
เหตุผลคือ เซฟร่างกายไว้ 4 คูณ 100 เมตร ที่เป็นความหวัง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เหรียญอยู่ดี
ในแถลงการ พล.ต.อ.สันต์ระบุชัดๆ ซัดตรงๆ แรงๆ เป็นความผิดพลาดในการวางแผนของผู้จัดการทีม ที่นายกก็ต้องรับผิดชอบ พร้อมกล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่เคยลงไปแทรกแซง ปล่อยให้ทีมงานทำงานกันตามปกติ ในทำนองว่า ถึงตนไม่เกี่ยว ก็ต้องรับผิดชอบ
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ได้เดินออกจากสนามหางโจวโอลิมปิก สปอร์ต เซ็นเตอร์ หลังจากมีการ DNF ของนักกีฬา เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งนั่นก็คือ 200 เมตรชาย รองชิงชนะเลิศ ของ “บิว” ภูริพล บุญสอน และไม่กลับมาดูการแข่งขันอีกเลย
เป็นปมที่ชี้เป้าไปว่า พล.ต.อ.สันต์ไม่พอใจกับแผนการ “แกล้งแพ้” ครั้งนี้ ประเด็นแรกว่าแรง ประเด็นนี้แรงกว่า ตีความง่ายๆ คือ “ทนดูไม่ได้” กับสปิริตของนักกีฬา

‘แป้ง-เนวิน-ปวิณ’นำลีกไทยฝ่าวิกฤต
วงการฟุตบอลลีกอาชีพของเมืองไทย มาถึงทางตัน เผชิญวิกฤตงบประมาณอย่างหนัก เพราะสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ภายใต้การนำของ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ ไม่สามารถหาเงินมาจ่ายให้ทุกทีมได้
นั่นทำให้ 3 หัวเรือใหญ่นำโดย “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสรการท่าเรือ (ในเวลานั้น), เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และปวิณ ภิรมย์ภักดี ประธานสโมสรบีจีฯ เป็น 3 หัวหอกในการรวมพลเสียงสโมสรออกมาบริหารจัดการรายได้เองโดยไม่ข้องเกี่ยวกับสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ
ซึ่งก็ผ่านความเห็นชอบจนดำเนินการอยู่ในเวลานี้ด้วยการถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ของทุกสโมสร และเก็บค่าดูแบบรายเดือนและรายปี ซึ่งการที่สโมสรต่างๆ ต้องออกมาดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดของพวกเขาเองนั้นสะท้อนให้เห็นถึงเรื่องของการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ที่ล้มเหลวของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ
ต่อมาทั้ง 3 คน นวลพรรณ ล่ำซำ, เนวิน ชิดชอบ, ปวิณ ภิรมย์ภักดี ยังรวมกลุ่มรวมก้อนกันอย่างเหนียวแน่นพร้อมกับส่งชื่อของ นวลพรรณ ล่ำซำ ลงชิงเก้าอี้นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ คนใหม่ ซึ่งจะมีการเลือกตั้งนายกสมาคมฯ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งว่ากันว่า นวลพรรณ ล่ำซำ เธอจะนอนมาชนิดไร้คู่แข่ง แม้ว่าจะมีผู้ท้าชิงรายอื่นลงชิงชัยแข่งขันกับเธอบ้าง แต่สุดท้ายคงไม่มีใครใช่คู่ต่อสู้ของหญิงแกร่งที่ชื่อ นวลพรรณ ล่ำซำ “ว่าที่” นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ คนต่อไป

ช็อกกีฬาไทย’บิ๊กจา’เสียชีวิตในวัย90ปี
ปีที่ผ่านมาวงการกีฬาไทยต้องสูญเสียเสาหลักของวงการไปแบบไม่มีวันกลับ การจากไปของ “บิ๊กจา” พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ ประธานกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ทำให้วงการกีฬาของไทยต้องเสียบุคลากรระดับชั้นครู ชั้นกูรูอีกรายหนึ่ง
พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ คร่ำหวอดในวงการกีฬาของไทยมาชั่วชีวิต นอกจากดำรงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทยแล้ว “บิ๊กจา” ยังทำหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคฯ มายาวนาน คนในวงการกีฬาต่างให้ความเคารพและนับถือ “บิ๊กจา” กันทั้งหมด
“บิ๊กจา” คือผู้สร้างให้ค่ายสี่เสาเทเวศน์ หรือบ้านอัมพวัน หรือคณะกรรมการโอลิมปิคฯ เป็นเสาหลักของวงการกีฬาเมืองไทยมาโดยตลอด นอกจาก “บิ๊กจา” เสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2566 ภายในบ้านพักย่านทองหล่อ ในวัย 90 ปี ย่างเข้า 91 ปี
พล.ต.จารึกถือเป็นอีกหนึ่งบุคลากรที่มีความสามารถ โดยสร้างคุณประโยชน์ต่อวงการกีฬาไทยมากมาย เคยได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขาธิการสมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทย 12 ปี, เลขาธิการและเหรัญญิกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย 4 ปี นอกจากนี้ยังเป็นนายกสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 จนถึงปัจจุบัน พร้อมกับได้รับแต่งตั้งเป็นรองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ และคอยดูแลนักกีฬาไทยในทุกๆ มหกรรมกีฬา ก่อนจะได้รับการขยับให้เป็นประธานกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เมื่อปี พ.ศ.2564 ที่ผ่านมา

หักหัวคิวตะกร้อเรื่องฉาวโฉ่กีฬาไทย
การจากไปของ “บิ๊กจา”พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ นายกสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทยฯ ทำให้วงการตะกร้อเดือดพล่านชนิดลุกเป็นไฟ
เริ่มตั้งแต่การเลือกตั้งการขับเคี่ยวกันของศิษย์รักของ “บิ๊กจา” อย่าง “บิ๊กต้อม” ธนา ไชยประสิทธิ์ กับ บุญชัย หล่อพิพัฒน์ ปรากฏว่าบิ๊กต้อมได้รับความไว้วางใจชนะไป 22-10 เสียงได้นั่งนายกสมาคมกีฬาตะกร้อคนใหม่
แต่แล้ว “บิ๊กต้อม” ต้องมาเจอเรื่องปวดหัวอย่างหนักทั้งที่ยังไม่ทันนั่งบริหารงานอย่างเป็นทางการ โดยระหว่างการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่ประเทศจีน เริ่มจาก “ปุ้ย” พรชัย เค้าแก้ว ตัวเก๋าของทีมที่หวังจะเล่นเอเชี่ยนเกมส์หนสุดท้ายเพื่อหวังเงินรางวัลจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติกลับโดนตัดชื่อออกไปทั้งทีมเดี่ยวและทีมชุด ชนิดไม่ให้เกียรติกัน ไม่เหลือเยื่อใยที่ดีต่อกันของอาจารย์กับลูกศิษย์ก้นกุฏิ
เมื่อ “เจ้าปุ้ย” ไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างสมศักดิ์ศรีที่รับใช้ทีมชาติมายาวนานกว่าครึ่งชีวิต ทำให้บรรดาอดีตนักกีฬา นำโดย “โจ้” สืบศักดิ์ ผันสืบ ออกมาเปิดแผลเรื้อรังของทีมงานผู้จัดการทีม และโค้ชทั้งทีมชายและทีมหญิงด้วยเรื่อง “หักหัวคิว” หักเงินรางวัลนักกีฬา แทนที่นักกีฬาจะได้รับเต็มๆ กลับโดนหักไปตั้งแต่ 50% จนถึง 80% แต่นักกีฬาต้องยอมเพราะแลกกับการได้เล่นทีมชาติได้มีช่องทางทำผลงานและไปเอาเงินรางวัลจากรัฐบาล
เรื่องดังกล่าวมีการสาวไส้ความเน่าเฟะของวงการตะกร้อที่กดขี่นักกีฬาออกมาจนหมดเปลือก พอสังคมได้รับรู้ช่องทางทำมาหากินในวงการของพวกเหลือบไรวงการตะกร้อก็ถึงกับเอือมกับคนที่ต้องการเข้ามาทำทีมตะกร้อ นักกีฬาบางรายได้รับเงินอัดฉีด 2 ล้าน แต่ได้รับจริงแค่ 7 แสนบาท โดนหักไป 1.3 ล้านบาท

วอลเลย์สาวสุดยอดคว้าแชมป์เอเชีย
ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ตลอดปี 2566 เจอปัญหารุมเร้าตั้งแต่ทัวร์นาเมนต์แรกของปี 2023 ก่อนร่วมกันฝ่าฟัน จนได้ชูถ้วยแชมป์ 4 จาก 7 รายการที่ลงแข่งขัน ประกอบด้วย ซีเกมส์ 2023, VNl 2023, ซี. วีลีก 2023 สนามที่ 1, ซี.วีลีก 2023 สนามที่ 2, ชิงแชมป์เอเชีย 2023, โอลิมปิกเกมส์ 2024 รอบคัดเลือก และเอเชี่ยนเกมส์ 2022
ที่เป็นที่จดจำที่สุดของทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย ยุคไร้เงา 7 เซียน ลงสู้ศึกชิงแชมป์เอเชีย 2023 ที่โคราช ด้วยความกดดัน เนื่องจากพวกเธอปิดฉาก VNL 2023 ด้วยผลงานที่ไม่สวยงามเท่าไรนัก ไม่ชนะใครเลยในสัปดาห์ที่ 1 และ 2 เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์บนโลกโซเชียลต่างๆ นานา จน “เพียว” อัจฉราพร คงยศ ถึงกับหลั่งน้ำตาพร้อมกับขอแฟนๆ อย่าเพิ่งหมดศรัทธาในตัวพวกเธอ อยากให้เดินไปด้วยกัน ไม่ใช่รออยู่ที่เส้นชัย ประกอบกับ 2 เต็งแชมป์อย่าง ญี่ปุ่น (แชมป์ 5 สมัย) และจีน (แชมป์ 15 สมัย) ไม่ส่งชุดใหญ่มารายการนี้ เพื่อเตรียมทีมไปคัดโอลิมปิก 2024
รอบชิงชนะเลิศ สาวไทย พบ จีน สุดท้ายสาวไทยเอาชนะไป 3-2 เซต ผงาดแชมป์เอเชียในรอบ 10 ปี และเป็นแชมป์ที่มีแต่ผู้เล่นสายเลือดใหม่ทั้งหมด ตามด้วยศึกคัดโอลิมปิก 2024 สาวไทยเปิดฉากด้วยการแพ้ 3 นัดติด ปิดประตูได้ตั๋วไปลุยโอลิมปิกในรอบนี้แล้ว และปิดท้ายปีอย่างสวยงามด้วยการคว้าเหรียญทองแดงเอเชี่ยนเกมส์สมัยที่ 3 ติดต่อกัน หลังจากเคยได้เหรียญทองแดง ปี 2014 ที่เกาหลีใต้ และเหรียญเงิน ปี 2018 ที่อินโดนีเซีย

‘สมรักษ์’พ่ายน็อกเด็ก17คาเตียง
ปิดท้ายปีด้วยเรื่องช็อกวงการมวยไทย เมื่อ “เจ้าบาส” สมรักษ์ คำสิงห์ อดีตนักมวยเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ จู่ๆ ก็ดันไปพลาดท่าเสียเหลี่ยมเด็กสาววัย 17 ปี ชาว จ.กาฬสินธุ์ กล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ในเมืองขอนแก่น
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังกลับจากสถานบันเทิงด้วยกัน โดยซ้อน 3 รถจักรยานยนต์ ซึ่งมีรุ่นน้องของสมรักษ์เป็นคนขับพามาส่ง ซึ่งสมรักษ์ออกมาปฏิเสธในตอนหลังว่า ไม่มีการข่มขืน ไม่มีการฉุดไป เป็นการตามกันไปหลังจากเที่ยวเสร็จ แต่พอทราบว่าน้องอายุ 17 ปี หลังจากกำลังจะมีอะไรกัน ก็หยุดและขอนอนทันที และยืนยันว่าไม่มีการสอดใส่ ไม่มีการหลั่ง แต่มีสารคัดหลั่ง
เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาสมรักษ์ คำสิงห์ 4 ข้อกล่าวหา 1.ร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปีแต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากผู้ปกครอง 2.ร่วมกันพาบุคคลอายุต่ำกว่า 15 ปีแต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเพื่อการอนาจาร 3.กระทำอนาจารกับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยใช้กำลังประทุษร้าย 4.พยายามข่มขืนผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย
เรื่องราวดังกล่าวกลายเป็นมรสุมถาโถมเข้าใส่อดีตฮีโร่นักชกชาวไทยอย่างหนักหลังจากก่อนหน้านี้ได้แยกทางกับภรรยาที่มีลูกด้วยกัน 2 คนมาหมาดๆ และเรื่องราวดังกล่าวครึกโครมกลายเป็นข่าวฉาวของเจ้าบาสส่งท้ายปี
ซึ่งประเด็นดังกล่าวอยู่ในกระบวนการยุติธรรมเรียบร้อยแล้ว คงต้องติดตามกันต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับ สมรักษ์ คำสิงห์ ในปีหน้าเมื่อกระบวนการยุติธรรมจบลง

