พอลลีน เสียดายอดดีเบตกับ มาดามแป้ง ชี้เป็นนายกบอลต้องมีเวลาทุ่มเทเต็มที่

8.01.24 | 15:23 น.

พอลลีน เสียดายอดดีเบตกับ มาดามแป้ง ชี้เป็นนายกบอลต้องมีเวลาทุ่มเทเต็มที่

ผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร ผอ.ศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เป็นประธานในงานเสวนา “ดีเบต” เรื่องอาสาพัฒนาบอลไทย จากผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เมื่อวันที่ 8 มกราคม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานดีเบตดังกล่าวนั้นมีผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคมฯ มาด้วยตัวเอง 3 ราย ได้แก่ “ป๊อก” นายวรงค์ ทิวทัศน์ อดีตเลขานุการบริษัท ไทยลีก จำกัด, “พอลลีน” พยุริน งามพริ้ง อดีตประธานกลุ่มเชียร์ไทยเพาเวอร์ และ “อ๋อ วังโอ่ง” นายคมกฤช นภาลัย อดีตผู้สื่อข่าวกีฬาจอมเก๋า ขณะที่ นายธนะศักดิ์ สุระประเสริฐ อุปนายกสมาคมฯ ชุดปัจจุบัน ส่งนายยุทธนา ทวีสรรพสุข หนึ่งในทีมงานมาร่วมดีเบทแทน ขณะที่ “มาดามแป้ง” นางนวลพรรณ ล่ำซำ เต็งหนึ่งตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ คนต่อไป ติดธุระด่วนไม่สามารถมาร่วมงานได้

โดยพอลลีน ได้ฝากถึงมาดามแป้ง ที่ไม่ได้มาร่วมงานว่า คนที่จะเป็นผู้นำวงการฟุตบอลไทยจะต้องทุ่มเท เรื่องเวลา เชื่อว่าทุกคนก็มีภารกิจกันทั้งนั้น เสียดายเพราะอยากฟังวิสัยทัศน์ของมาดามแป้งในฐานะตัวเก็ง อยากฟังว่าจะทำอะไรเพื่อวงการฟุตบอลไทยบ้าง

Advertisement

“ในฐานะที่เป็นแฟนบอลคนหนึ่งก็เสียดายที่มาดามแป้งไม่ได้มาร่วมดีเบต ไม่ได้แสดงวิสัยทัศน์ของตัวเองให้คุณแป้งได้รับฟังด้วย ทุกคนอยากรู้ว่าคุณแป้งจะนำพาฟุตบอลไปอย่างไร แต่ก็น้อมรับและเข้าใจในความจำเป็นนี้” พอลลีน กล่าวปิดท้าย

เช่นเดียวกับ นายคมกฤช กล่าวบนเวทีว่า การมาร่วมงานดีเบตไม่ได้เท่ากับว่าไม่มีเวลาจะมาบริหารฟุตบอล การเป็นนายกฯ จะต้องให้เวลากับฟุตบอล 24 ชั่วโมง ไม่ใช่ทำงาน 9 โมงเช้าเลิกงาน 4 โมงเย็น ถ้าสละเวลาไม่ได้ก็ไม่ควรเป็น

ในส่วนหนึ่งของการดีเบต มีการถามว่า 100 วันแรกหลังได้รับตำแหน่งจะทำอะไร พยุริน กล่าวว่า จะเริ่มงานทันที พัฒนาทุกด้าน เรื่องเงิน การพัฒนาต่างๆ ต้องจัดการผู้ที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนทั้งหมด ทั้งผู้ตัดสินหรือส่วนเกี่ยวข้องต่างๆ นอกจากนี้การจะฝันไปฟุตบอลโลกต้องมีการวางแผนที่ชัดเจน ดังนั้นจะต้องมีการทำแพลน 12 ปี เพื่อให้มีแนวทางที่ชัดเจน

ขณะที่นายวรงค์ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องรีบทำคือมาตรฐานฟุตบอลลีกต้องปรับให้ดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องผู้ตัดสิน และเงินสนับสนุน ที่ปัจจุบันยังมีสโมสรโทรมาร้องเรียนเรื่องนี้อยู่แม้ตัวเองจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งแล้ว ต้องทำให้สโมสรเกิดมูลค่าที่แท้จริง ให้ลีกเดินต่ออย่างมั่นคง

ส่วนนายยุทธนา กล่าวว่า อันดับแรกต้องตั้งตำแหน่งสำคัญ ทั้งเลขาสมาคมฯ, ประธานไทยลีก, ประธานเทคนิค และข้อสุดท้ายคือต้องแยกเรื่องผู้ตัดสินออกจากสมาคมฯ ให้ชัดเจน เพราะถ้าไม่แยกออกมาก็จะมีการตัดสินเข้าข้างผู้มีอำนาจในสมาคมฯ ไม่อยากให้สโมสรผิดหวังกับการตัดสินต่างๆ เพราะทุกวันนี้กรรมการคือหนึ่งอุปสรรคของวงการฟุตบอลไทย

นายคมกฤช กล่าวว่า สิ่งแรกที่ต้องทำคือการวางรากฐานเยาวชนกันใหม่ เพราะถ้าทอดทิ้งเยาวชนก็อย่าฝันจะไปฟุตบอลโลก รวมถึงการปฏิรูปฟุตบอลเยาวชนบ้านเรา และที่สำคัญที่สุดตอนนี้ใกล้ตัวมากๆ คือการเตรียมทีมสำหรับชิงแชมป์เอเชีย ยู-23 ที่จะชิงตั๋วไปโอลิมปิกเกมส์ ต้องทุ่มเทตรงนี้ รวมถึงจะต้องไม่ละเลยฟุตซอล, ฟุตบอลชายหาด ด้วย

ในตอนหนึ่งของการดีเบต มีการถามถึงความสำคัญของทีมชาติ หลังจากที่ล่าสุดมีการถอนตัวของนักฟุตบอลทีมชาติไทยในรายการสำคัญ นายวรงค์ กล่าวว่า ต้องมาปรับกันที่โครงสร้างก่อน ในความเป็นจริงก็แค่ใช้วิธีการที่เป็นสากลโลกทำกัน เรียกตามฟอร์มนักเตะ ทำหนังสือไป ไม่ใช้วิธีการแบบไทยๆ ที่ถามก่อนว่าจะปล่อยใครบ้าง มันจะทำให้นักเตะมีความกระตือรือร้นที่จะทำผลงานให้ติดทีมชาติไทย

ด้านพอลลีน กล่าวว่า ต้องเพิ่มศักดิ์ศรีทีมชาติไทย ในความจริงหลักการมันถูกกำหนดโดยฟีฟ่าอยู่แล้ว แต่ที่จะทำก็คือมีการเพิ่มค่าชดเชยให้กับสโมสรที่มีนักเตะติดทีมชาติ รวมถึงการทำประกันอาการบาดเจ็บ รักษาฟรีเต็มที่ เพราะเข้าใจว่าสโมสรคือผู้ที่เสียผลประโยชน์มากที่สุด ดังนั้นต้องเสริมเรื่องนี้