ภราดร วางแผนดันหวดสาวลัลนา ติดท็อป 100 ชี้แม็กซิมัสดาวรุ่งฝ่ายชาย
“ซุปเปอร์บอล” ภราดร ศรีชาพันธ์ อดีตนักเทนนิสมืออันดับ 9 ของโลก ในฐานะผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน ศึกเทนนิสหญิง ดับเบิลยูทีเอ 250 รายการ “ไทยแลนด์ โอเพ่น 2024 พรีเซนเต็ด บายอีเอ” ซึ่งจะมีขึ้นที่อารีน่า หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 29 มกราคม-4 กุมภาพันธ์นี้ เปิดเผยว่า การที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดศึกไทยแลนด์ โอเพ่น 2024 นอกจากเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นปลุกกระแสเทนนิสในเมืองไทยให้บูม และยังเป็นโอกาสดีในการพัฒนาฝีมือของนักกีฬาไทยที่จะได้ลงแข่งขันกับนักกีฬาระดับโลกด้วย
ภราดร ได้กล่าวถึง “รวงข้าว” ลัลนา ธาราฤดี นักหวดดาวรุ่งสาวไทยที่ได้รับสิทธิ์เข้าแข่งขันรอบคัดเลือก
รายการ แกรด์สแลม ออสเตรเลียน โอเพ่น 2024 ด้วยว่า สำหรับตนในฐานะที่ได้ดูแลน้องรวงข้าว ซึ่งเป็นนักกีฬาในสังกัดอยู่ด้วยนั้น มีการวางแผนร่วมกับน้องในการที่ยกระดับ และพัฒนาฝีมือให้ก้าวขึ้นมาติด 100 อันดับแรกของโลกในประเภทหญิงให้ได้ก่อน โดยปีก่อนอันดับของรวงข้าว อยู่ที่ 500 แต่ในรอบ 12 เดือน ก็ทำอันดับโลกขึ้นมาถึง 250 ซึ่งกว่าจะถึงอันดับนี้ก็ต้องได้แชมป์หลายรายการในระดับ 40,000 เหรียญ
ซุเปอร์บอลกล่าวอีกว่า งานหนักของรวงข้าวในปีนี้คือ ต้องพยายามป้องกันแต้มที่เก็บได้เยอะจากปีที่แล้ว เพื่อรักษาอันดับให้ได้ แต่โดยส่วนตัวก็ไม่ได้ห่วงหรือกังวลอะไรมาก และเชื่อว่าประสบการณ์ที่ได้น้องได้รับจากการไปแข่งขันในศึกออสเตรเลียน โอเพ่น 2024 ที่แม้จะเป็นแค่รอบคัดเลือก และต้องจอดป้ายแค่รอบแรก แต่นี่เป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่เงินก็หาซื้อไม่ได้
“ผมก็เชื่อว่าเจ้าตัวได้รับอะไรหลายๆ อย่างเยอะ และกลับมาครั้งนี้ก็เชื่อว่าจะยิ่งกลับมามุ่งมั่น และตั้งใจ
ซ้อมมากขึ้น เพื่อที่จะได้กลับมาแข่งขันในเวทีที่ใหญ่ระดับแกรนด์สแลมแบบนี้อีก และกลับไปเล่นในรอบเมนดรอว์ที่ไม่ต้องลงเล่นรอบคัดเลือกเหมือนครั้งที่ผ่านมา” ซุปเปอร์บอลกล่าว
ภราดร กล่าวเพิ่มเติมอีกว่าว่า สำหรับนักเทนนิสไทยในประเภทชาย ต้องยอมรับว่าปัจจุบันการแข่งขันค่อนข้างเข้มข้น การเก็บแต้มสะสมอันโลกก็ค่อนข้างยาก สำหรับตนมองว่า แม็กซิมัส โจนส์ ดาวรุ่งของฝ่ายชาย มีฝีมือ และผลงานที่น่าจับตามองในเวลานี้ ซึ่งก็มีแววที่จะพัฒนา และทำอันดับขึ้นไปอยู่ในระดับท็อป 200 ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ที่ความมุ่งมั่นตั้งใจ การทำร่างกาย และการฝึกซ้อมที่สม่ำเสมอ
“การจะก้าวขึ้นไปสู้กับนักหวดมือระดับโลกได้ ร่างกายคือสิ่งสำคัญ แต่ประสบการณ์ก็สำคัญเช่นกัน ซึ่ง
การออกตระเวนแข่งขันก็ถือเป็นการสร้าง และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ดีที่สุด ซึ่งต้องทำให้สม่ำเสมอ ไม่เหนื่อยกับการเดินทาง ไม่เหนื่อยกับผลการแข่งขันที่ประสบความสำเร็จบ้างหรือประสบความล้มเหลวบ้าง ดังนั้นหากใครที่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ก็อยากจะให้มุ่งมั่นและลงมือทำอย่างมั่นใจ และทุกๆ อย่าง ทั้ง ฝีมือ ร่างกาย และประสบการณ์ต้องพัฒนาขึ้นแบบควบคู่กันไป” ภราดร กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับการแข่งขันเทนนิสหญิง ดับเบิลยูทีเอ 250 รายการ ไทยแลนด์ โอเพ่น 2024 พรีเซนเต็ด บาย อีเอ นักเทนนิสสาวไทยได้รับสิทธิ์ลงหวด 4 ราย ได้แก่ “รวงข้าว” ลัลนา ธาราฤดี วัย 19 ปี มืออันดับ 258 ของโลก ซึ่งจะได้รับไวลด์การ์ดรอบเมนดรอว์ ส่วน “แต้ว” ทรรศพร นาคหล่อ วัย 22 ปี มืออันดับ 415 ของโลก รวมไปถึง เวียร่า ดีเพิ่ม นักหวดสาวลูกครึ่งไทย-รัสเซีย วัย 19 ปี มืออันดับ 2,041 ไอทีเอฟ แร้งกิ้ง และ ลีเดียร์ พอดโกริชานี่ นักเทนนิสลูกครึ่งไทย-รัสเซีย ดาวรุ่งวัย 16 ปี มืออันดับ 80 เยาวชนโลก ได้รับไวลด์การ์ดรอบคัดเลือก

