รวบ”เสี่ยบิ๊ก”ปธ.สโมสรฟุตบอลเพื่อนตำรวจโกงพันล้าน ตร.ค้านประกันตัว

18.01.16 | 13:57 น.

เมื่อวันที่ 18 มกราคม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รรท.ผบช.น.) สอบสวนปากคำ นายสัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา หรือเสี่ยบิ๊ก อายุ 40 ปี ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลเพื่อนตำรวจ หลัง ถูก พ.ต.อ.สถิตย์ สังข์ประไพ ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1(ผกก.สส.บก.น.1) พ.ต.ท.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รองผกก.สส.บก.น.1 กับพวกจับกุม ได้เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 17 มกราคม ตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 15 มกราคม 2559 โดยกล่าวหาว่าร่วมกันปลอมตั๋วเงิน และใช้ตั๋วเงินปลอม ,ร่วมกันฉ้อโกง , ร่วมกันออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริง และบังคับได้ตามกฏหมาย โดยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คฯ โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ที่วัดสะแก ต.ธนู อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา
จากการสอบสวนตรวจสอบทราบว่าเหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2557-2 มิถุนายน 2558 ที่บริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ค กรุ๊ป จำกัด อาคารปารค์วิเซอร์ อินโคเพลีต ,สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)กระทรวงศึกษาธิการ ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัก(มหาชน)สำนักลุมพินี ต่อเนื่องกัน

จากการตรวจสอบพบว่านายสัมฤทธิ์ หรือเดอะบิ๊ก นักธุรกิจพันล้านเป็นประธานสโมสร ทีมฟุตบอลเพื่อนตำรวจ(สุภาพบุรุษโล่เงิน)และบริษัท สัญญา ประกันภัย จำกัด(มหาชน)เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงิน สกสค. จำนวน 2,500 ล้าน

เสี่ยบิ๊กมาบช.น.

พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่าสอบสวน นายสัมฤทธิ์ ให้การปฏิเสธ พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาร่วมกันปลอมตั๋วเงิน และใช้ตั๋วเงินปลอม ,ร่วมกันฉ้อโกง,ร่วมกันออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริง และบังคับใช้ตามกฎหมาย โดยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คและร่วมกันออกเช็ค ในขณะออกเช็คนั้นไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึ่งให้ใช้เงินได้และธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้น
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสัมฤทธิ์ หรือ เดอะบิ๊ก ยอมรับว่าได้ไปทำธุรกรรมการเงินกับทาง สกสค.จริง และนำเงินออกมา 2,100 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดการทำธุรกรรมบางส่วนที่อาจจะไม่ตรงกับข้อเท็จจริง จึงทำให้เกิดความเสียหายต่อ สกสค. จากนั้นทาง สกสค.จึงเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ตนจึงมอบหมายให้ พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ รองผบช.น. เป็นหัวหน้าทีมสอบสวนในคดีดังกล่าว โดยระดมพนักงานสอบสวนนครบาล เพื่อจะรอบรวบพยานหลักฐานประกอบการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดโดยเร็ว ส่วนการคัดค้านการประกันตัวนั้น ทางพนักงานสอบสวนจะต้องคัดค้านอยู่แล้ว เนื่องจากมีมูลค่าความเสียหายมหาศาล

“เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ ปี 2556 -2557 จึงต้องรอเวลาสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งหมด เมื่อผลออกมาก็จะมารายงานให้ทราบเป็นระยะ โดยหลังจากนี้จะนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดาฯก่อนเที่ยงของวันที่ 19 มกราคม “รรท.ผบช.น.กล่าว

Advertisement