หน้าแรก กีฬา กีฬาในประเทศ เสียงสะท้อนคน...

เสียงสะท้อนคนมวยไทยกรณีเปิดฟรีวีซ่าเรียกมวย ‘เสี่ยโบ๊ท’ หวั่นสมองไหลออกนอกประเทศ

27.01.24 | 07:30 น.

เสียงสะท้อนคนมวยไทยกรณีเปิดฟรีวีซ่าเรียกมวย ‘เสี่ยโบ๊ท’ หวั่นสมองไหลออกนอกประเทศ

แจงโมเดลวีซ่านักท่องเที่ยวเข้าเรียนมวยไทยรูปแบบ 90 วันขยายได้ 1 ปี เปิดสถิติองคาพยพมวยไทยที่ตีทะเบียนกับ กกท. เผยกรณีศึกษาที่ครูมวยโดนเอาเปรียบจากต่างชาติ ด้าน “เสี่ยโบ๊ท” ยกมือสนับสนุนนักเรียนมวยต่างชาติ แต่วอนหันมาดูแลครูมวยไทย หวั่นสมองไหลออกนอกประเทศ

ความคืบหน้าการดำเนินการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ในส่วนของกีฬา “มวยไทย” ซึ่งนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งนายพิมล ศรีวิกรม์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งประธานอนุกรรมการด้านกีฬาในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติไปก่อนหน้านี้โดย ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ เคยเปิดเผยกับ “มติชน” ไปก่อนหน้านี้ว่า ได้วางแผนงานการผลักดัน “มวยไทย” เป็นซอฟต์พาวเวอร์ซึ่งได้วางกรอบไว้หลายเรื่อง ทั้งเรื่องการทำหลักสูตรทดสอบครูมวยที่ร่วมมือกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน รวมถึงการผุดศูนย์ทดสอบครูมวยที่การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) หัวหมาก และการร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร ลงนามบันทึกความตกลงร่วมกันในการนำมวยไทยบรรจุในการเรียนวิชาพลศึกษา นำร่อง 20 โรงเรียนของ กทม โดยจะลงนามกับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 29 มกราคม เวลา 15.00 น. ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า และการนำนักมวยไทยชื่อดังอย่าง รถถัง จิตรเมืองนนท์, ซุปเปอร์บอน, บัวขาว บัญชาเมฆ ไปเปิดสอนมวยไทยที่ประเทศอังกฤษ ในช่วงเดือนเมษายน 2567 ส่วนเรื่องการมอบวีซ่าพิเศษเข้าประเทศไทย 90 วันในการมาเรียนมวยไทย ปกติเวลามาเที่ยวเมืองไทยในวีซ่านักท่องเที่ยวจะอยู่ได้ 60 วัน เราขยายให้อีก 30 วัน เป็น 90 วัน วีซ่าลักษณะดังกล่าวจะเป็นวีซ่า NON-IMMIGRANT Type ED เราได้ประสานกับกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ไปแล้ว

ล่าสุดนายพลัฎฐ์ สุวรรณาเมธากร ผอ.สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า ประเด็นเรื่องขยายเวลาอยู่ไทยของนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเรียนมวยไทยจาก 30 วัน หรือ 60 วันเป็น 90 วันนั้น ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ยังมีการหลงประเด็นกันอยู่ ข้อเท็จจริงอย่าไปเหมารวมว่า ขยายเวลาไปเป็น 1 ปีเลย แต่มันคือการสามารถต่อจาก 90 วันไปได้อีก 3 ครั้ง ครั้งละ 90 วัน ไม่ใช่ว่ารัฐบาลจะให้มาอยู่เมืองไทยเลย 1 ปีทีเดียว ขณะนี้เรามองความสำคัญว่า ขณะนี้มวยไทยเป็นซอฟต์พาวเวอร์ และชาวต่างชาติที่เรียนมวยไทยมีเยอะที่มาในค่ายมวยต่างๆ ทางสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย กกท. กำลังรวบรวมสถิติจากปีที่แล้วอยู่ว่า ที่ผ่านมามีชาวต่างชาติเข้ามาเรียนมวยไทยในค่ายมวยต่างๆ ในเมืองไทยมีจำนวนเท่าไหร่ เพราะที่ผ่านมาบางค่ายไม่ได้แจ้งตัวเลขกลับมายังสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย ก่อนที่จะทำวีซ่า สำนักงานมวยฯ ทำไปแล้ว สมมุติว่า นาย ก. จะมาเรียนมวยไทยที่ค่ายหนึ่งในเมืองไทย ค่ายมวยเหล่านั้นต้องมาขอใบรับรองจากทางสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย กกท. เป็นค่ายมวยที่ได้รับการรับรองจริง โดยกระทรวงการต่างประเทศก็ยินยอมให้นาย ก มาเรียนได้ ที่ผ่านมาเราก็ทำอยู่แล้ว ทุกค่ายที่มีนักมวยต่างชาติมาเรียนก็ทำอยู่แล้ว ได้ 60 วัน หรือ 90 วันอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าว “มติชน” ถามว่า ขณะนี้มีตัวเลขชัดเจนหรือไม่ว่า ค่ายมวยทั่วประเทศที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย กกท. มีจำนวนกี่ค่าย และภูมิภาคไหนเยอะที่สุด นายพลัฎฐ์ ตอบว่า ในระบบการเก็บข้อมูลมวยไทยมีข้อมูลอยู่ แต่ยังไม่สมบูรณ์เนื่องจากว่าเราเพิ่งใช้มา 1 ปีแล้ว บางจังหวัดยังเป็นข้อมูลเก่าๆ ยังเป็นรูปแบบกระดาษ จริงๆ จากข้อมูลที่มีอยู่นักมวยไทยที่ขึ้นทะเบียนในระบบมีอยู่ 6,000 คน / สนามมวยเวทีมาตรฐานมีอยู่ 13 แห่ง / อดีตนักมวยไทยมีอยู่ 2,000 กว่าคน / หัวหน้าค่ายมวยมีอยู่ 3,000 กว่าคน / ผู้ตัดสินที่ขึ้นทะเบียนไว้ 1,051 คน / ผู้ฝึกสอนที่ผ่านการอบรมจาก กกท. มีอยู่ 1,290 คนที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ว่าบางอย่างยังไม่เต็มสเกลเพราะนักมวยที่จะขึ้นทะเบียนได้ต้องมีอายุ 15 ปีขึ้นไป

Advertisement

นายพลัฎฐ์ กล่าวต่อไปว่า การจัดตั้งศูนย์ทดสอบครูมวยของ กกท. จะมีการตั้งร่วมกับกระทรวงแรงงาน และกระทรวงการต่างประเทศ เราจะตั้งกระจายไปทั่วทุกภูมิภาคใน 5 จังหวัด เชียงใหม่, นครราชสีมา, ชลบุรี, สงขลา และสุพรรณบุรี สาเหตุที่ต้องตั้งเพราะที่ผ่านมามีเคสกรณีศึกษาหลายเคสในหลายประเทศ ยกตัวอย่าง มีครูมวยได้รับการว่าจ้างไปสอนมวยไทยที่ประเทศจีน ในอัตราค่าจ้าง 150,000 บาทต่อเดือน แต่พอไปถึงสอนได้ 1 เดือนโดนเรียกเก็บวีซ่า ทำให้ค่าจ้างลดลงเหลือ 50,000 บาททันทีเพราะไม่มีวีซ่ากลับ มีเคสลักษณะนี้เกิดขึ้นหลายประเทศมาก ดังนั้นรัฐบาลไทยจะเป็นผู้ออกใบรับรองให้เมื่อเกิดเหตุใดๆ ผู้ที่ได้รับใบรับรองจากรัฐบาลไทยสามารถที่จะไปขอความช่วยเหลือจากสถานทูตไทยประจำประเทศนั้นๆ ได้ทันที

ด้าน “เสี่ยโบ๊ท” นายณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์มวยไทยชื่อดังจากค่ายเพชรยินดี เปิดเผยว่า ที่ผ่านมานักมวยต่างชาติมีปัญหากับการมาอยู่เมืองไทยระยะหนึ่งแล้ว เพราะเมื่อวีซ่าครบก็ต้องเดินทางออกนอกประเทศแล้วค่อยกลับเข้ามาใหม่ การจะอยู่ยาวๆ เป็นปัญหามาตลอด การปรับวีซ่าเพิ่มเป็น 90 วันและขยายได้ถึง 1 ปี ถือเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับนักมวยเหล่านี้

“ณ วันนี้ต้องยอมรับว่ามีต่างชาติเข้ามาเรียนมวยที่ประเทศไทยเยอะมาก โดยเฉพาะที่ภูเก็ต เป็นฮับของค่ายมวยเลยก็ว่าได้ เป็นโอกาสดีที่จะสามารถรับชาวต่างชาติได้มากยิ่งขึ้น” เสี่ยโบ๊ท กล่าว

นายณัฐเดช กล่าวว่า ตอนนี้นักมวยต่างชาติที่มาเมืองไทยก็มีอยู่แล้วในระดับหนึ่ง การอำนวยความสะดวกนี้ก็จะช่วยทำให้มีเข้ามาได้มากขึ้น เพราะปกติแล้วคนที่จะมาเรียนแบบจริงจัง ต้องใช้เวลา 6 เดือน-1 ปี ดังนั้นการขยายฟรีวีซ่าแบบนี้ก็เป็นช่วงเวลาที่พอเหมาะพอดี สามารถเรียนได้, ซ้อมได้ หรือแข่งขันก็ได้ด้วย

นายณัฐเดช กล่าวต่อว่า ทุกวันนี้เทรนเนอร์มวยไทยนับเป็นสินค้าส่งออก ทั่วโลกอยากได้ครูมวยไทยไปสอนในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเป็นข้อดี แต่ก็มีปัญหากลับมาด้วย เพราะครูมวยเก่งๆ ในประเทศไทยแทบไม่เหลือเลย ไปต่างประเทศกันหมดซึ่งมันห้ามไม่ได้เพราะรายได้ต่างประเทศมันมากกว่า สิ่งที่อยากเสนอแนะคืออยากให้ส่งเสริมครูมวยในประเทศไทย ทำอย่างไรจะสร้างรายได้, สร้างศักดิ์ศรีให้เขา เพราะมวยไทยถือว่าเป็นศิลปศาสตร์อย่างหนึ่งที่ควรยกย่องและให้เกียรติ หรือให้พื้นที่ในประเทศกับครูมวยเหล่านี้ไม่ต้องบินไปสอนต่างประเทศ

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า การเปิดศูนย์ทดสอบครูมวย กระจายออก 5 ภาคตามจังหวัดนำร่องคือ เชียงใหม่, นครราชสีมา, ชลบุรี, สงขลา และสุพรรณบุรี จะช่วยส่งผลดีอย่างไรบ้างนั้น เสี่ยโบ๊ท กล่าวว่า เป็นเรื่องดีมากๆ จะได้มีครูมวยเพิ่มขึ้นเยอะๆ แต่ก็อยากให้ช่วยสนับสนุนค่ายมวยไปพร้อมกัน เพราะตอนนี้ค่ายมวยหายไปเยอะ จากหมื่นเหลือไม่ถึงพัน

“ในการพัฒนาอยากให้ช่วยพัฒนากันไปทั้งระบบ ทั้งนักมวย, ครูมวย, ค่ายมวย เพื่อที่จะได้มีจำนวนมากขึ้นและช่วยส่งเสริมกันไปทั้งระบบ” นายณัฐเดช กล่าวปิดท้าย