เอ็กซ์คลูซีฟ ‘มาดามแป้ง’ เปิดใจนโยบายพลิกโฉมวงการลูกหนังไทย

28.01.24 | 11:08 น.

เอ็กซ์คลูซีฟ ‘มาดามแป้ง’ เปิดใจนโยบายพลิกโฉมวงการลูกหนังไทย

ในขณะที่ทัพ “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย กำลังทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย “เอเอฟซี เอเชี่ยนคัพ 2023” ที่ประเทศกาตาร์ ทว่าตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่ 2 สัปดาห์เท่านั้น อีกหนึ่งวาระสำคัญของวงการฟุตบอลไทยในปีนี้ก็จะเกิดขึ้นเหมือนกัน วาระดังกล่าวนั่นก็คือการเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

สำหรับรายชื่อผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่ผ่านการรับรองคุณบัติเรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมฟุตบอลทีมชาติไทย, “ป๊อก” วรงค์ ทิวทัศน์ อดีตเลขานุการฝ่ายจัดการแข่งขัน บริษัท ไทยลีก จำกัด, “พอลลีน” พยุริน งามพริ้ง อดีตประธานเชียร์ไทยพาวเวอร์, “บิ๊กตุ๋ย” ธนศักดิ์ สุระประเสริฐ อุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ชุดปัจจุบัน และ “อ๋อ วังโอ่ง” คมกฤช นภาลัย กูรูลูกหนังไทย

แน่นอนว่าตัวเต็งที่ได้รับการคาดหมายว่าจะได้รับเลือกให้เป็นนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ คนใหม่ ต่อจาก “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ก็คงหนีไม่พ้น มาดามแป้ง-นวลพรรณ ที่เรียกว่าแค่ตอนเปิดตัวทีมงานสภากรรมการ ก็ขนตัวท็อปของวงการฟุตบอลไทยมารวมตัวกัน

Advertisement

ทั้งที่ปรึกษาอย่าง เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หรืออุปนายกอย่าง ปวิณ ภิรมย์ภักดี ประธานสโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด, วิลักษณ์ โหลทอง ประธานสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด, อรรณพ สิงห์โตทอง รองประธานสโมสรชลบุรี เอฟซี รวมถึงประธานสโมสรอื่นๆ ที่มานั่งสภากรรมการอีก

ทำให้ทุกคนออกความเห็นเป็นทางเดียวกันว่า มาดามแป้ง เตรียมเป็นประมุขลูกหนังไทย ที่เป็นสตรีคนแรกแบบแบเบอร์ อย่างแน่นอน

เนื่องในโอกาสนี้ มาดามแป้ง ได้มีโอกาสเปิดใจกับ “มติชน” แบบเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อให้บอกกล่าวถึงนโยบายที่เตรียมจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวงการฟุตบอลไทย ให้พัฒนายิ่งๆ ขึ้นไปกัน

อันดับแรกเลยคือนโยบายเร่งด่วนที่จะต้องทำเมื่อเข้ามารับตำแหน่ง มาดามแป้ง กล่าวว่า จากการทำงานในวงการฟุตบอลทั้งทีมชาติรวมถึงเป็นประธานสโมสรมา 8 ปี เข้าใจหัวอกและความยากลำบากของการทำทีมในทุกมิติ ดังนั้นนโยบายเร่งด่วนสำหรับฟุตบอลสโมสรอาชีพ คือเงินสนับสนุน ที่เงินหลักมาจากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดไทยลีก ที่จะต้องทำให้ทุกสโมสรกลับมามีรายได้จากส่วนนี้ให้ได้ เพื่อให้ทีมและนักฟุตบอลอาชีพเดินต่อได้ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของภาพรวมของวงการฟุตบอลไทยทั้งหมด

“ขณะนี้แป้งและคุณปวิณรวมถึงสภากรรมการ ได้ประชุมทำการบ้านเรื่องนี้เป็นลำดับแรกของนโยบาย เพื่อหาช่องทางโดยใช้คอนเนคชั่นทางธุรกิจอย่างเต็มที่”

นอกจากนี้ งานใหญ่ที่เร่งด่วนที่สุดคือการเตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุม ฟีฟ่า คองเกรส ครั้งที่ 74 เพราะเป็นงานใหญ่ระดับโลก และเป็นหน้าตาของประเทศไทย จากการที่มีผู้แทน 211 ประเทศเข้าร่วม ซึ่งเหลือเวลาไม่มาก เป็นงานใหญ่ที่จะต้องให้ความสำคัญที่สุด

ส่วนแผนงานระยะยาวในช่วง 4 ปีของมาดามแป้งนั้น อันดับแรกคือต้องพัฒนาวงการฟุตบอลทั้งองคาพยพ ต้องการพัฒนาวงการฟุตบอลไทยแบบรอบด้าน

“สำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้นฟุตบอลลีกเพราะเหมือนเป็นสินค้าหลัก ต้องทำให้กลับมามีมูลค่าอีกครั้ง และพัฒนาเป็นสปอร์ตเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ปลุกกระแสความเป็นท้องถิ่นนิยม ตั้งแต่ระดับรากหญ้าจนถึงระดับสูงสุด เพื่อให้สโมสรกลับมามีมูลค่าในตัวเอง ดึงดูดสปอนเซอร์กลับมาอีกครั้ง”

“รวมถึงจะต้องมีการสนับสนุนด้านการพัฒนาระบบเยาวชนอย่างจริงจัง รวมถึงพัฒนาผู้ตัดสิน ผ่านผู้เชี่ยวชาญที่เรามีหลายคนคาดหวังกับการเปลี่ยนแปลงของวงการฟุตบอลในยุคของ นวลพรรณ ซึ่งมาดามแป้งเน้นถึงสิ่งที่จะเปลี่ยนไปแบบชัดเจนเลย คือการทำงานที่โปร่งใส และตรวจสอบได้”

“เพราะมีหลักแนวคิดไม่ว่าเราจะทำอะไร เรื่องความโปร่งใสเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และแป้งเชื่อมั่นในศักยภาพของทีมงานสภากรรมการทั้งหมดว่า ถ้าเรามีโอกาสเข้ามา เราจะพัฒนา และ ช่วยเปลี่ยนแปลงให้วงการฟุตบอลไทยดีขึ้นได้ ทั้งฟุตบอลไทยลีก กลับมามีมูลค่า และ เป็นที่น่าสนใจของภาคเอกชนมากขึ้น รวมถึงการขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล เข้ามาช่วยสนับสนุน และ ผลงานของทีมชาติไทย ที่ต้องมีมาตรฐานที่ชัดเจนมากขึ้น ในระดับเอเชีย”

ส่วนที่แฟนฟุตบอลชาวไทยจับตามากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นแผนงานสำหรับทีมชาติ ที่แฟนบอลต่างต้องการเห็นความสำเร็จของทีมชาติไทยในทุกชุด

มาดามแป้ง เผยว่า จากที่เป็นผู้จัดการทั้งทีมชาย-ทีมหญิง เข้าใจความคาดหวังของแฟนบอลเป็นอย่างดี ที่ผ่านมามีการทำการบ้านกับทีมงานไว้แล้ว อันดับแรกต้องพาทีมชาติไทยกลับไปติดท็อป 100 ให้ได้ (ซึ่งตอนนี้ใกล้แล้วหลังจบเอเชี่ยนคัพ) รวมถึงเป็นท็อป 15 เอเชีย ส่วนชุดเยาวชนจะต้องไปเล่นชิงแชมป์เอเชีย รอบสุดท้าย ให้ได้ทุกรุ่นอายุเพื่อสร้างมาตรฐาน และจัดลำดับความสำคัญการแข่งขันรายการต่างๆ ใหม่ เพื่อปรับโปรแกรมให้เอื้อกับการเตรียมทีมชาติไทยทุกชุดให้ดีที่สุด

ส่วนแผนงานฟุตบอลลีก นอกจากการทำให้กลับมามีมูลค่าแล้ว จะต้องปลุกกระแสนิยมท้องถิ่น เหมือนสมัยที่ฟุตบอลลีกภูมิภาครุ่งเรือง เพราะสโมสรจะอยู่ได้ด้วยเงินจากรายได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด, สปอนเซอร์ และการสนับสนุนจากแฟนบอล ดังนั้นอันดับแรกต้องปลุกกระแสท้องถิ่นกลับมาให้ได้ก่อน

แน่นอนว่าที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเพียงแค่นโยบายขายฝัน ยังไม่รู้ว่าจะทำได้จริงหรือไม่ แต่มาดามแป้งเองก็แสดงความมั่นใจว่าแผนงานเหล่านี้จะสามารถทำได้สำเร็จแน่นอน

“แป้งเชื่อมั่นในศักยภาพทีมงานสภากรรมการทั้งหมด เราทุกคนต่างเป็นคนฟุตบอล มีประสบการณ์ และ ผ่านการทำงานในวงการฟุตบอลมาจริง และแนวคิดเหล่านี้ผ่านกระบวนการตกผลึกร่วมกันมาแล้ว ดังนั้น เชื่อว่าด้วยความหวังดี และ ความรักที่มีต่อวงการฟุตบอลไทย จะพา ฟุตบอลไทย กลับสู่จุดที่ควรจะเป็นอีกครั้ง

บุคคลที่จะตัดสินอนาคตของฟุตบอลไทย ก็อยู่ที่ 73 สโมสรสมาชิกที่มีสิทธิออกเสียงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

“เหนือสิ่งอื่นใดอยากขอโอกาสจากสโมสรสมาชิกทั้ง 73 เสียง ให้โอกาสเราด้วย และขอให้แฟนบอลเป็นกำลังใจให้เราด้วยเช่นกัน” มาดามแป้ง กล่าวปิดท้าย