ลุ้นกันเย็นนี้! ช้างศึกจัดทัพใหญ่บู๊ อุซเบฯ หวังทะยานเข้า 8 ทีมหนแรก
“ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย เตรียมลงสนามในศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย “เอเอฟซี เอเชี่ยนคัพ 2023” รอบ 16 ทีมสุดท้าย พบกับ อุซเบกิสถาน ทีมอันดับ 68 ของโลก ที่อัล ยานูบ สเตเดียม ในวันที่ 30 มกราคม เวลา 18.30 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง PPTV HD หมายเลข 36 และช่อง T Sport 7
ทีมช้างศึกผ่านเข้ารอบในฐานะรองแชมป์กลุ่มเอฟ ด้วยผลงานชนะ 1 เสมอ 2 ยิงได้ 2 ประตู ยังเป็นทีมเดียวในทัวร์นาเมนต์ที่ยังไม่เสียประตู ส่วนทางด้านของอุซเบกิถาาน เข้ารอบมาในฐานะรองแชมป์กลุ่มบี ด้วยผลงานชนะ 1 เสมอ 2 เช่นเดียวกัน
มาซาทาดะ อิชิอิ กุนซือทีมชาติไทย กล่าวว่า อุซเบกิสถานเป็นทีมที่มีเกมรับดี ผู้เล่นลงมาช่วยเกมรับกันเยอะ ส่วนเกมรุกพวกเขาใช้บอลแนวลึกและออกด้านข้างในการขึ้นเกม
“ถึงแม้ว่าทีมจะไม่เสียประตูในช่วงรอบแรก แต่เราสร้างโอกาสยิงประตูได้เยอะ ทว่าเกมในรอบน็อคเอาท์ไม่สามารถเสมอได้ พวกเรามีการฝึกซ้อมการยิงประตูเพื่อผ่านเข้ารอบต่อไปให้ได้” อิชิอิกล่าว
สภาพความพร้อมของทีมชาติไทย ไม่มีผู้เล่นติดโทษแบนหรือบาดเจ็บ โดยจะได้ “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน กัปตันทีมกลับมาพร้อมลงสนามหลังจากชดใช้โทษแบนในนัดก่อนไป แต่ในเกมนี้ นิโคลัส มิคเกลสัน กับ เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ต้องระวังการโดนใบเหลืองเพราะจะทำให้พลาดเกมในรอบต่อไปถ้าหากเข้ารอบไปได้
11 ตัวจริงคาดว่ามาซาทาดะ อิชิอิ จะกลับมายึดผู้เล่นชุดหลักที่ใช้ใน 2 เกมแรกอีกครั้ง ในระบบ 4-2-3-1 ประกอบด้วย ปฏิวัติ คำไหม เป็นผู้รักษาประตู แนวรับจากขวาไปซ้าย นิโคลัส มิคเกลสัน, เอเลียส ดอเลาะ, พรรษา เหมวิบูลย์, ธีราทร บุญมาทัน(กัปตันทีม) กองกลางตัวรับ พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี, วีระเทพ ป้อมพันธุ์ กองกลางตัวรุก บดินทร์ ผาลา, สุภโชค สารชาติ, ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา กองหน้าตัวเป้า ศุภชัย ใจเด็ด
ทางฝั่งของอุซเบกิสถาน ของ ซเรคโก้ คาตาเนค กุนซือชาวสโลวีเนียวัย 60 ปี จะไม่มี อิกอร์ เซอร์เกเยฟ กองหน้าจากบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่ได้รับบาดเจ็บหนักต้องพักยาวถึง 9 เดือน แต่ยังนำทีมโดย จาโลลิดดิน มาชาริพอฟ มิดฟิลด์กัปตันทีมวัย 30 ปีของพานเซอร์ไรกอส ในลีกกรีซ ซึ่งเป็นคนทำประตูในนัดล่าสุดที่เจอกัน, รุสทาม อัสชูร์มาตอฟ ปราการหลังวัย 27 ปีของรูบิน คาซาน ในลีกรัสเซีย รวมถึงยังต้องระวัง อับบอสเบค เฟย์ซุลลาเยฟ มิดฟิลด์ดาวรุ่ง 20 ปีของซีเอสเคเอ มอสโก ในลีกรัสเซีย อีกด้วย
สถิติที่ผ่านมาของทั้งสองทีมนั้น เจอกันมาทั้งหมด 10 ครั้ง ไม่เคยจบลงด้วยผลเสมอเลยแม้แต่ครั้งเดียว เป็นฝั่งไทยเอาชนะได้ 6 ครั้ง และอุซเบกิสถานชนะ 4 ครั้ง อย่างไรก็ตามการเจอกัน 2 หนล่าสุดเป็นอุซเบกิสถานที่เอาชนะได้ทั้งหมด ทั้งเกมอุ่นเครื่องเมื่อปี 2017 และล่าสุดในเอเชี่ยนคัพ 2023 รอบคัดเลือก เมื่อปี 2022 ซึ่งทั้งสองเกมจบลงด้วยสกอร์ 2-0
ทั้งนี้ ทีมชาติไทย มีลุ้นทำสถิติเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ถ้าหากสามารถเอาชนะอุซเบกิสถานได้

