นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและประธานอำนวยการจัดการแข่งขันกิตติมศักดิ์ พร้อมด้วยนายไบรอัน แอล มาร์การ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และ “เสี่ยฮุย” นายสุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ ประธานกรรมการบริษัท นครหลวงโปรโมชั่น จำกัด ร่วมกันแถลงข่าวจัดการแข่งขันมวยสากล “ดับเบิลยูบีซี เวิลด์ ฟลายเวต แชมเปี้ยนชิพ” ชิงแชมป์เข็มขัดมวยสากล จากสภามวยโลก (ดับเบิลยูบีซี) รุ่นฟลายเวท 112 ปอนด์ ที่โรงแรมบันยันทรี สาทร เมื่อวันที่ 25 มกราคม
การแข่งขันมวยสากล “ดับเบิลยูบีซี เวิลด์ ฟลายเวต แชมเปี้ยนชิพ” จะเป็นการพบกันระหว่าง นวพล นครหลวงโปรโมชั่น เจ้าของเข็มขัดแชมป์ดับเบิลยูบีซี เอเชีย และรองแชมป์โลกอันดับ 1 พบกับ ฮวน เชอร์ริโตส เฮอร์นันเดซ นักชกจากเม็กซิโก ในวันที่ 4 มีนาคม ที่อาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ เวลา 18.00 น. ช่อง 3เอชดี ถ่ายทอดสด ซึ่งไฟต์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ โรมัน กอนซาเลซ เจ้าของเข็มขัดในรุ่น 112 ปอนด์ คนเดิมขยับขึ้นไปชกในรุ่น 115 ปอนด์ ทำให้เข็มขัดว่างลง ดังนั้น นวพล ในฐานะรองอันดับ 1 จึงมีสิทธิชิงเข็มขัดได้
นายสุวัจน์ กล่าวว่า การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์วงการมวยไทย ที่จะมีนักชกชาวไทยได้เข็มขัดแชมป์โลก ซึ่งในรุ่น 112 ปอนด์นั้นเป็นรุ่นเดียวกับที่ โผน กิ่งเพชร อดีตนักชกไทยในตำนานเคยคว้าเข็มขัดได้มาก่อน และรักษาแชมป์ได้ถึง 3 สมัย ซึ่งปัจจุบันไม่มีนักชกไทยได้เข็มขัดในรุ่นนี้มาเป็นเวลานานแล้ว จึงอยากเห็นคนไทยสามารถคว้าเข็มขัดนี้ได้อีกครั้ง ซึ่งฝ่ายจัดการแข่งขันนั้นพิถีพิถันทุกอย่าง แม้กระทั่งการเลือกสถานที่ ที่อยู่ใจกลางเมืองและประชาชนสามารถเดินทางไปชมได้สะดวก ขณะที่โปรดักชั่นต่างๆ ได้เตรียมไว้เทียบเท่ากับลาสเวกัส หรือเมดิสัน การ์เด้น เลยทีเดียว
นายสุวัจน์ กล่าวต่อว่า จากการได้คุยกับนายสุรชาติ ให้ข้อมูลของนวพลว่าเป็นนักชกที่สายตาคม มีหมัดตัดลำตัวที่ยอดเยี่ยม อีกทั้งสถิติที่ผ่านมา ชกแล้ว 36 ครั้ง ชนะน็อค 28 ครั้งและยังไม่เคยแพ้ใคร ถือได้ว่าเป็นความหวังใหม่ของคนไทย ซึ่งถ้าหากไฟต์นี้สามารถเอาชนะและคว้าเข็มขัดมาได้ นายสุรชาติก็พร้อมที่จะนำไปชกในระดับโลก เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยต่อไปอีกด้วย
ด้าน เสี่ยฮุย กล่าวว่า การแข่งขันของสภามวยโลก ถือว่าเป็นรายการที่ทั่วโลกยอมรับ และมีมาตรฐานมากที่สุด ซึ่งหลังจากที่ตำแหน่งแชมป์ในรุ่น 112 ปอนด์ ว่างลง ทั้งไทยและเม็กซิโก ต่างก็พยายามอย่างหนักในการจัดไฟต์นี้ในบ้านตัวเอง และเป็นไทยที่ประสบความสำเร็จในที่สุด ในส่วนของการเตรียมตัวนั้นได้เตรียมมากว่า 4 เดือน ตั้งเป้าให้นวพลได้ลงนวมกับรุ่นพี่ในค่าย 299 ครั้ง ตอนนี้ก็ผ่านไป 200 กว่าครั้งแล้ว อีกทั้งยังศึกษาการชกของคู่แข่งมาเป็นอย่างดี รู้ว่าจุดอ่อนจุดแข็งคืออะไร แต่ก็มั่นใจว่านวพลจะสามารถคว้าแชมป์ได้
ขณะที่ นวพล กล่าวว่า สถาพร่างกายตอนนี้ฟิตพร้อมขึ้นชกได้ทุกเมื่อ เพราะได้มีการซ้อมกับรุ่นพี่ที่น้ำหนักตัวมากกว่า และแข่งแบบ 2 รุม 1 มาตลอด ดังนั้นเชื่อว่าสภาพร่างกายแกร่งพอสำหรับไฟต์นี้แล้ว มั่นใจเต็มร้อยว่าเข็มขัดจะต้องเป็นของคนไทยแน่นอน
“ส่วนตัวรู้สึกตื่นเต้น เพราะเป็นแมทช์ที่สำคัญที่สุดในชีวิต จากที่ได้ศึกษาข้อมูลมา เรื่องรูปร่างคิดว่าได้เปรียบกว่า ดังนั้นจะสามารถใช้การตัดลำตัวที่เป็นไม้เด็ดของตัวเองได้ โดยฮวน นั้นเป็นนักชกที่มีความเร็ว และฟุตเวิร์กดี มีฮุคซ้ายที่น่ากลัว แต่ก็ยังเชื่อมั่นว่าเอาชนะได้” นวพล กล่าวปิดท้าย
ทั้งนี้ นอกจากคู่ชิงแชมป์โลกแล้ว ยังมีคู่พิเศษอีก 4 คู่ คือ พงษศักดิ์เล็ก นครหลวงโปรโมชั่น พบ ยูเดล เรเยส จากเม็กซิโก, สุริยัน นครหลวงโปรโมชั่น พบ รูเบน มานาคาเน่ จากอินโดนีเซีย และฟ้าคำรณ นครหลวงโปรโมชั่น กับ มาร์ก นครหลวงโปรโมชั่น จำหน่ายบัตรเข้าชมราคา 100, 300, 500 และ 1,500 บาท ที่ไทยทิคเกตเมเจอร์ทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม เป็นต้นไป




