อ๋อ วังโอ่ง ซัดเลือกตั้งนายกฟุตบอลไทยผิดข้อบังคับ เตรียมร้องผู้ว่า กกท.

8.02.24 | 11:44 น.

อ๋อ วังโอ่ง ซัดเลือกตั้งนายกฟุตบอลไทยผิดข้อบังคับ เตรียมร้องผู้ว่า กกท.

“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 ของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ โดยมีสโมสรสมาชิกของสมาคมเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ณ ที่ทำการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ชั้น 2 หัวหมาก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งมีวาระสำคัญคือ การประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ สภากรรมการชุดใหม่ในช่วงบ่าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “อ๋อ วังโอ่ง” นายคมกฤช นภาลัย กูรูลูกหนังไทย ซึ่งเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ 1 ใน 5 คน ได้เดินทางมายังที่ทำการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เพื่อเข้าร่วมสังเกตุการณ์การประชุมในครั้งนี้

“อ๋อ วังโอ่ง” นายคมกฤช นภาลัย เปิดเผยว่า สำหรับการเลือกตั้งในฐานะที่ตนทำงานสื่อเกี่ยวกับฟุตบอลไทยมานานกว่า 30 ปี อยากใช้โอกาสนี้สะท้อนปัญหาที่เคยเห็นมา กับการที่วงการฟุตบอลไทยมันไปไม่ถึงไหน โดยเฉพาะการที่เรายังมองข้ามการพัฒนาฟุตบอลระดับรากหญ้า และระดับเยาวชน และอยากเห็นผู้บริหารฟุตบอลไทยกลับมาให้ความสำคัญของฟุตบอลเยาวชน

“สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ควรที่จะร่วมมือกับการกีฬาแห่งประเทศไทย และกรมพลศึกษา ในการจัดฟุตบอลเยาวชน ที่ผ่านมาไม่มีมาตรฐานเลย ทำให้ลูกๆ หลานๆ เราขาดโอกาสที่จะใช้เวทีนี้พัฒนาตัวเอง แม้แต่การนำความสำเร็จไปศึกษาต่อ”

Advertisement

นายคมกฤชกล่าวอีกว่า เดี๋ยวจะขอดูการประชุมก่อน เพราะว่าได้เตรียมจดหมายเอาไว้ทั้งหมดแล้วที่เตรียมจะนำเรียนไปยังผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) นายทะเบียนกลางของสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ก็จะดูก่อนว่าการเลือกตั้งมีอะไรที่ผิดข้อบังคับบ้าง ซึ่งเบื้องต้นที่เห็นผิดง่ายๆ เลยก็คือเรื่องการรับรองผู้สมัครที่ใช้แค่ 3 สโมสรเท่านั้นรับรองทั้งคณะ

“ตามข้อบังคับจะระบุเอาไว้ชัดเจนว่า ผู้สมัครในตำแหน่งเดียวกันจะต้องมีสโมสรรับรองเพียงแค่หนึ่งเดียว ไม่สามารถใช้สโมสรรับรองในผู้สมัครตำแหน่งเดียวกันได้”

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีที่แคนดิเดตไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมได้นั้น นายคมกฤชกล่าวว่า “งี่เง่าครับ คือมันคงเป็นเรื่องของความโปร่งใส และผมเชื่อว่าถ้าให้ผู้สมัครทุกคนมีโอกาสเข้าไปในที่ประชุมใหญ่ที่มีการเลือกตั้ง เราคงจะได้เห็นว่าความโปร่งใส ในเรื่องการลงคะแนน และการตรวจใบมอบอำนาจว่ามีความถูกต้องแค่ไหน ซึ่งเรื่องของใบมอบอำนาจก็อยากเสนอว่าในครั้งต่อไปควรจะต้องแก้ไขข้อบังคับในส่วนนี้ เพราะว่าใบมอบอำนาจทำให้วงการฟุตบอลไทยดำดิ่ง ติดกับอำนาจของคนไม่กี่คนเท่านั้นเอง”