ทัพลูกเด้งสาวไทย ตบโค่นสหรัฐฯ 3-0 คว้า 2 แต้มแรก ศึกชิงแชมป์โลก
การแข่งขันเทเบิลเทนนิสชิงแชมป์โลก ประเภททีม 2024 “ไอทีทีเอฟ เวิลด์ ทีม เทเบิลเทนนิส แชมเปี้ยนชิพส์ ไฟนัลส์ ปูซาน 2024” ที่เบ็กซ์โค คอนเวนชั่น เซนเตอร์ เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 16-25 กุมภาพันธ์ แบ่งการชิงชัยออกเป็นประเภททีมชายและประเภททีมหญิง ประเภทละ 40 ชาติ ซึ่งประเทศไทยสามารถผ่านการคัดเลือกเป็นท็อป 10 อันดับแรกของทวีปเอเชีย ผ่านเข้าร่วมการแข่งขันรายการนี้ได้ทั้งทีมชายและทีมหญิง
ในรอบแบ่งกลุ่ม ทั้งชายและหญิงจะแบ่งออกเป็นประเภทละ 8 กลุ่ม กลุ่มละ 5 ทีม แข่งขันแบบพบกันหมดในกลุ่ม โดยแชมป์ของแต่ละกลุ่มจะเข้าไปยืนรอในรอบ 16 ทีมสุดท้ายอัตโนมัติ ส่วนอันดับ 2 และ 3 ของแต่ละกลุ่มจะไขว้ไปแข่งคัดเลือกกับกลุ่มอื่น เพื่อเฟ้นให้เหลือเพียง 8 ทีมเข้าไปรวมกับ 8 แชมป์กลุ่มในรอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป
โดยในรอบแบ่งกลุ่มประเภททีมหญิง สาวไทยอยู่ในกลุ่ม 4 ร่วมกับ ไต้หวัน, สหรัฐอเมริกา, ชิลี และแอลจีเรีย ส่วนประเภททีมชาย ทัพลูกเด้งหนุ่มไทยอยู่ในกลุ่ม 8 ร่วมกับ โปรตุเกส, อียิปต์, โรมาเนีย และอิหร่าน
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ทัพนักปิงปองทีมหญิงไทย ที่มีแรงกิ้งอยู่ในอันดับ 19 ของโลก ซึ่งพ่ายมาในแมตช์ประเดิมสนามให้กับ ไต้หวัน ลงสนามแมตช์ที่ 2 ของกลุ่ม 4 ปะทะ สหรัฐอเมริกา ทีมอันดับ 15 ของโลก ที่พ่ายมาในแมตช์แรกให้กับ ชิลี
แมตช์นี้แม้ทางสาวอเมริกันจะมีคะแนนอันดับโลกในประเภททีมที่สูงกว่าสาวไทย แต่คะแนนอันดับโลกส่วนตัวของนักกีฬาเองสาวไทยเหนือกว่าเยอะ ส่งผลให้พอลงบดกันในสนามจริงแล้วทัพลูกเด้งสาวไทยแลนด์สามารถสร้างผลงานสุดยอด ตีได้ค่อนข้างเหนือชั้นกว่า จนท้ายที่สุดสามารถกวาดชัยไปได้เรียบวุท 3-0 คู่
โดยคู่แรก “ทิพย์” อรวรรณ พาระนัง มืออันดับ 37 ของโลก ชนะ ทิฟฟานี คี มืออันดับ 405 ของโลก 3-1 เกม 6-11, 13-11, 12-10, 11-4 คู่สอง “หญิง” สุธาสินี เสวตรบุตร มืออันดับ 39 ของโลก ชนะ เจสสิกา เรเยส ไล มือไร้อันดับ 3-0 เกม 11-5, 11-2, 11-4 และคู่สาม “บัว” จิณห์นิภา เสวตรบุตร มืออันดับ 103 ของโลก ชนะ เคย์ลา กู๊ดวิน มือไร้อันดับ 3-1 เกม 11-5, 9-11, 11-9, 11-3
ผ่าน 2 แมตช์ของรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม 4 สาวไทยทำผลงาน ชนะ 1 แพ้ 1 มี 3 คะแนน รั้งอยู่ในอันดับ 3 ของกลุ่ม แต่แข่งน้อยกว่าอันดับ 1 และ 2 คือ ไต้หวัน กับ ชิลี อยู่ 1 แมตช์ โดยแมตช์ที่ 3 ของนักปิงปองสาวไทยจะพบกับ แอลจีเรีย ทีมอันดับสุดท้ายของกลุ่มในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ เวลา 11.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

