“บิ๊กเสือ” นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” ว่า หลังจากที่คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย (บอร์ด กกท.) เห็นชอบในหลักการที่จะขอเสนอตัวเป็นเจ้าภาพแล้ว แต่ทว่าติดอยู่ในเรื่องของการใช้งบประมาณที่จะมาสนับสนุน เนื่องจากตอนแรกนั้นจะใช้เงิ นกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ แต่หลายฝ่ายเป็นกังวลว่าระเบียบจะไม่ชัดเจน เนื่องจากโมโตจีพีนั้น ถือว่าเป็นส่วนของการแข่งขันกีฬาอาชีพ ดังนั้นเพื่อขจัดปัญหาดังกล่าว จึงได้เปลี่ยนที่มาของเงินที่ จะนำมาใช้สนับสนุนเสียใหม่ โดยมีการปรึกษากับสำนักงบประมาณ ก่อนจะนำเรื่องเข้าเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติต่อไป
“สิ่งสำคัญคือการลงนามสัญญาในเดือนเมษายนนี้เพื่อที่จะให้ทันแข่งขันในปี ค. ศ.2018 ซึ่งจะต้องมีความพร้อมในเรื่องของจำนวนค่าลิขสิทธิ์ต่างๆ ถ้าหากรัฐบาลช่วยมาอีก 100 ล้านบาทจะทำให้เพียงพอสำหรับการเซ็นสัญญา”ผู้ว่าการ กกท.กล่าว
นายสกล กล่าวต่อว่า เรื่องสนามแข่งขันนั้นมองว่าไม่มีสนามใดที่เหมาะสมไปกว่า “ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต” ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพราะว่าเป็นสนามที่ดีที่สุดของประเทศไทยในการแข่งขันรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ซึ่งได้รับการรับรองจากระดับนานาชาติ ขณะที่การเดินทางก็ไม่น่าเป็นห่วง แต่อาจจะห่วงเรื่องของที่พักไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตามคิดว่าเมื่อถึงเวลาก็น่าจะพร้อม อีกทั้งจังหวัดใกล้เคียงอย่างนครราชสีมา หรือสุรินทร์ ก็สามารถไปพักได้เช่นกัน
ผู้ว่าการ กกท. กล่าวในตอนท้ายว่า ประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้นั้น จะทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศมีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้นจากการถ่ายทอดสดไปยังทั่วโลก รวมไปถึงรายได้ต่างๆ ที่จะเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นที่พัก, การใช้จ่ายต่างๆ, ของที่ระลึก อีกทั้งนักกีฬาบางคนยังอยู่เที่ยวในประเทศไทยต่อหลังจากจบการแข่งขัน ซึ่งจากการประเมินนั้น คาดว่าจะมีรายได้เข้าประเทศมาไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท และจะมีคนดู 100,000 คนต่อ 1 สนามแข่งขัน ขณะที่นักกีฬาไทยจะได้มีโอกาสเข้าร่วมแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นโมโตทู หรือโมโตทรี นั่นคือการเปิดโอกาสให้กับนักกีฬาได้สัมผัสการแข่งขันระดับโลก

